ซิตี้โชว์ฟอร์มร้อนแรงรับมือกับนาโปลีในครึ่งแรก สองประตูจากราฮีม สเตอร์ลิง และกาเบรียล เฆซุส นำสามแต้มมาให้เจ้าบ้าน

ซิตี้ได้ประตูแรกอย่างรวดเร็วจากราฮีม สเตอร์ลิง และกาเบรียล เฆซุส และเกือบทำประตูได้จากการปั่นบอลทรงพลังของเควิน เดอบรอยน์ ในขณะที่นาโปลีเอาคืนได้หนึ่งประตูในครึ่งหลังจากการดวลจุดโทษสองครั้ง

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ซิตี้ยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มเอฟต่อ เอาชนะได้สามนัดรวด เก็บ 9 แต้ม

เปิดเกมมาได้เพียง 9 นาที เจ้าถิ่นก็ตีไข่แตก เริ่มจากแฟร์นันดินโญ่ส่งบอลยาวให้เลรอย ซาเน่ ทางด้านซ้าย และจ่ายต่อให้ดาบิด ซิลบา ที่นำบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ และหักบอลกลับให้ไคล์ วอล์กเกอร์ ที่ได้ซัลโวอยู่กลางปประตูแต่บอลไปติดขากาลิดู กูลิบาลี่ และกระดอนออกมาเข้าทางราฮีม สเตอร์ลิง ที่ซัดด้วยเท้าซ้ายจากหกหลา เบิกสกอร์ให้ซิตี้ขึ้นนำนาโปลี 1-0

สี่นาทีต่อมา ซิตี้เกือบทำประตูที่สองได้จากเควิน เดอบรอยน์ ที่ได้เก็บบอลจากทางขวาก่อนที่จะจ่ายปาดมาให้กาเบรียล เฆซุส ซัลโวง่ายๆ เจ้าบ้านนำต่อเป็น 2-0 นาทีที่ 12

ซิตี้เกือบทำประตูเพิ่มจากจังหวะที่ราฮีม สเตอร์ลิง พาบอลขึ้นมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษและป้อนเลรอย ซาเน่ที่อยู่ทางซ้าย และไหลกลับเข้ากลางให้เดอบรอยน์ ที่ใช้เท้าซ้ายปั่นบอลโค้งชนคานอย่างน่าเสียดาย

คราวนี้เป็นทีของอัซซูรี่บ้าง กรรมการเป่าจุดโทษหลังจากแจกใบเหลืองให้วอล์กเกอร์ ที่ผลักราอูล อัลบิโอล ล้มลงในเขตโทษ

อัซซูรี่มีความหวังขึ้นมาเมื่อเห็นดรีมส์ เมอร์เท่นส์ รับหน้าที่ยิงจุดโทษ แต่ไปติดเซฟเอแดร์สัน มือกาวซิตี้ปัดบอลออกมาได้อย่างน่าทึ่ง แม้นาโปลีเข้าไปหมายซ้ำจังหวะสอง แต่แฟร์นันดินโญ่รู้แกววิ่งไล่กวดและใช้ขาเตะบอลออกหลังไป

ครึ่งหลัง ทีมเยือนเล่นได้ดีกว่า และเกือบทำประตูได้จากจังหวะที่เมอร์เท่นส์ ชิงบอลจากแฟร์นันดินโญ่มาได้ในเขตโทษ และจ่ายกลับให้กัปตันมาเร็ม ฮัมซิค ที่ซัลโวโล่งๆ แต่แต่ จอห์น สโตนส์ ล้มตัวสกัดไว้ได้เยี่ยม ในนาทีที่ 65

นาโปลีได้จุดโทษครั้งที่ 2 เมื่อแฟร์นันดินโญ่โดนในเหลืองจากทำฟาลว์ฟาอูซี่ กูล็อม ในเขตโทษ คราวนี้อมาดู ดิยาวาร่า สังหารเข้าไปไม่พลาด สกอร์เปลี่ยนเป็น 2-1 ในนาทีที่ 73

หลังจากนั้นสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายจบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านชนะ นาโปลี โดยผู้ใช้แอ๊พซิตี้โหวตให้เดอบรอยน์เป็นแมนออฟเดอะแมตช์

ขณะนี้ซิตี้เก็บได้เก้าแต้มจากสามเกมและหากได้แต้มเสมอจากการเยือนนาโปลีในเดือนพฤศจิกายน ก็จะได้ตั๋วไปเล่นในรอบน็อคเอาท์ ส่วนในกลุ่มเอฟ ชัคเตอร์ โดเนตส์ ได้ที่สองมีหกแต้ม ในขณะที่นาโปลีอยู่ที่สามได้สามแต้ม รั้งท้ายกลุ่มด้วยเฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม

ขณะนี้ซิตี้ยังคงรักษาความโหดในบ้านเอาไว้ได้ เอาชนะ 21 เกมที่เอทิฮัดจากทุกรายการและยังไม่แพ้ใครในแชมป์เปี้ยน ลีก 11 เกม ด้านสเตอร์ลิงทำห้าประตูจากห้าเกม รวมแปดเกมในฤดูกาลนี้เช่นเดียวกับเฆซุส

 

WATCH: Manchester City v Napoli Highlight