ประตูจากครึ่งแรกและครึ่งหลังของเลรอย ซาเน่ และเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ทำให้ซิตี้ขึ้นนำบริสตอล ซิตี้ แต่เจ้าบ้านกำลังใจดีและตีเสมอมาได้สองประตู ก่อนที่เควิน เดอบรอยน์ จะเป็นฮีโร่ช่วงทดเจ็บตอกย้ำความแรงของเรือใบสีฟ้า ที่ฉลุยเข้าสู่รองชิงชนะเลิศ ด้วยสกอร์สองขา 5-3

แมนฯ ซิตี้ จะต้องรอลุ้นว่าใครจะเข้ามาชิงถ้วยคาราบาว คัพ ระหว่างอาร์เซนอล และเชลซี ที่จะแข่งกันในคืนวันพุธ (24 ม.ค.)

ในครึ่งแรก ทีมเยือนยังไม่มีโอกาสลุ้นชัดๆ แม้แมนฯ ซิตี้ จะครองเกมได้มากกว่าก็ตาม ในขณะที่เจ้าบ้านก็เน้นตั้งรับแน่น

ลูกทีมเป๊ปปั้นเกมอยู่นาน ในที่สุด "เรือใบสีฟ้า" ก็ได้ไสสกอร์ในนาที 43 จากจังหวะที่แบร์นาโด้ ซิลวา ที่อาศัยลูกขยัน ไปชิงบอลจากเขตโทษทางขวา ก่อนจะจ่ายต่อให้เลรอย ซาเน่ ที่ซัดเต็มข้อตุงตาข่าย ทำให้สกอกลายเป็น 1-0 (1-3) สองขา

ครึ่งหลัง เกมเริ่มเปิด และซิตี้ก็ได้ประตูที่สองอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 49 จากจังหวะโต้กลับของเควิน เดอบรอยน์ ทีพาบอลขึ้นไปทางซ้าย ก่อนที่จอมแอสซิสต์จะแทงบอลทะลุแผงหลังเจ้าบ้านไปยังเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ที่ได้ซัดด้วยเท้าขวา เสียบโคนเสาสองอย่างงดงาม ซิตี้ขยับหนีเป็น 2-0

แฟนเจ้าบ้านกำลังใจมาในนาทีที่ 64 เมื่อบริสตอลตีไข่แตกไล่ตามมาเป็น 1-2 จากจังหวะขึ้นโขกเต็มหัวของ มารอน แพ็ค ทำให้สกอร์รวมสองขา กลายเป็น 2-4

โมเมนต์ลุ้นสุดตัวของสองทีม เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาเจ็บ นาทีที่ 90+3 จากจังหวะที่ บ็อบบี้ รี้ด โหม่งเข้ากลางให้ฟลินท์ซัดเข้าไปง่ายๆ บริสตอลไล่ตามมาเสมอ 2-2 (4-3)

สามนาทีต่อมา เรือใบมาได้ประตูย้ำชัยจากจังหวะโต้กลับของกัปตันดาบิด ซิลบา ที่พลิกตัวส่งบอลให้เลรอย ซาเน่ ที่พาบอลขึ้นมาทางซ้ายก่อนตัดให้เควิน เดอบรอยน์ หวดเข้าไปง่ายๆ สกอร์เปลี่ยนเป็น 3-2 เรือใบสีฟ้าลอยลำสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยประตูรวม 5-3 โดยจะประจันหน้ากับอาร์เซน่อลหรือเชลซี ในวันอาทิตย์ที่ 25 ก.พ. 2561