quote feed-section sponsor-promos cf show linkedin dugout

รายงานการแข่งขัน | Season 2017/18

วีดีโอ แกลลอรี่

ลิเวอร์พูล 4
ซิตี้ 3

เลรอย ซาเน่ ตีเสมอให้ซิตี้ตามมาเป็น 1-1ตัดเข้าซ้าย ซัดเต็มข้อเข้าเสาแรก หมดทางที่นายทวารคาริอุส จะป้องกันได้ นาทีที่ 40

เลรอย ซาเน่ ตีเสมอให้ซิตี้ตามมาเป็น 1-1ตัดเข้าซ้าย ซัดเต็มข้อเข้าเสาแรก หมดทางที่นายทวารคาริอุส จะป้องกันได้ นาทีที่ 40

พรีเมียร์ ลีก แอนฟิลว์ Att:53285 14 มกราคม 2561 16:00:00

ลิเวอร์พูล

4

อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 9'

เฟอร์มิโน่ 59', 61'

ซาลาห์ 67'

4 - 3

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

3

ซาเน่ 40'

แบร์นาโด้ 83'

กุนโดกัน 90+1'

กรรมการ
แอนเดร่ มาร์ริเนอร์

ลิเวอร์พูล:

  • คาริอุส
  • มาติป
  • โกเมซ
  • ลอฟเรน
  • โรเบิร์ตสัน
  • ชาน
  • ไวจ์นัลดุม
  • อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน
  • ซาลาห์
  • มาเน่
  • เฟอร์มิโน่
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงเล่น
มินโญเลต์, อิงส์, โซลันเค่, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ :

  • เอแดร์สัน
  • สโตน
  • เดลฟ์(ดานิโล30)
  • โอตาเมนดิ
  • วอล์กเกอร์
  • แฟร์นันดินโญ่
  • กุนโดกัน
  • เดอบรอยน์
  • สเตอร์ลิง แบร์นาโด้ 70’
  • ซาเน่
  • อเกวโร่
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงเล่น
บราโว่, ซิลบา, ซินเชนโก้, ดิแอซ, ม็องกาลา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำสปิริตนักสู้ไปใช้ที่แอนฟิลว์ ไล่ตามเจ้าบ้านสามประตู แม้จะพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในพรีเมียร์ ลีก ไปด้วยสกอร์ 3-4

Pos ทีม P GD Pts
1 Manchester City 23 +50 62
2 Manchester United 23 +32 50
3 Liverpool 23 +26 47
4 Chelsea 23 +25 47

ถึงแม้ เลรอย ซาเน่, แบร์นาโด้ ซิลวา และอิลคาย กุนโดกัน จะทำประตูไล่ตามลิเวอร์พูลมาได้สำเร็จ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเอาชนะเจ้าถิ่น

นัดนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เปลี่ยนตัวหกผู้เล่นแตกต่างจากนัดก่อนหน้านี้ ที่เอาชนะบริสตัลในขาแรก รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลคาราบาว คัพ ส่งเอแดร์สันมายืนเฝ้าเสา พร้อมกับแดนรับอย่างไคล์ วอล์กเกอร์, ฟาเบียน เดลฟ์, นิโคลัส โอตาเมนดี้ และแฟร์นันดินโน่ และส่งเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ มาล่าตาข่าย อีกทั้งมีดาบิด ซิลบา ติดสำรอง

แต่แล้วเจ้าบ้านก็ได้เฮก่อนในนาทีที่ 9 อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน เก็บบอลได้ในแดน ซิตี้ ก่อนลากมาหน้าเขตโทษ และหวดด้วยเท้าขวาเข้าเสาสอง ลิเวอร์พูลนำไปก่อน 1-0

ซิตี้มีโอกาสเข้าทำบ้าง จอมแอสซิสต์ เควิน เดอบรอยน์ ตัดบอลให้อเกวโร่ที่เกือบได้ซัลโว แม้เลรอย ซาเน่ จะได้เข้ามาชาร์ทบอลที่กระเด็นออกมา แต่เสียดาย เฉี่ยวเสาออกไปไม่กี่นิ้ว

ลิเวอร์พูลยังบุกต่อเนื่อง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปั่นบอลด้วยซ้าย หลังจากรับบอลของแชมเบอร์เลน แต่ติดเซฟเอแดร์สัน ทีรับไว้ได้สบายๆ

เรือใบสีฟ้ายังคงปั้นเกมหาช่องต่อเนื่อง และในที่สุดประตูที่รอคอยก็มาถึงในนาทีที่ 40 ซิตี้เบิกสกอร์ได้จากจังหวะที่ ไคล์ วอล์เกอร์ วางบอลยาวทาทงกราบขวา โยนข้ามมาให้ซาเน่ที่พาบอลฝ่าแผงหลังเจ้าบ้าน จี้เข้าเขตโทษทางซ้ายและซัดเข้าเสาแรกตุงตาข่าย ผ่านมือนายทวารลอริส คาริอุส ซิตี้ตีเสมอเป็น 1-1

สี่นาทีต่อมา ชาวซิตี้เซ่นเกือบได้ฉลองโกลต่อ จากจังหวะที่แฟร์นันดินโญ่ได้โอกาสเข้าทำแต่เสียดายยังไม่เป็นประตู

ครึ่งหลัง ซิตี้เกือบขึ้นนำจากจังหวะเล่นลูกเตะมุมของเดอ บรอยน์ ที่โยนบอลเข้ามาในเขตโทษ ให้นิโคลัส โอตาเมนดี้ โหม่งย้อยชนคานอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 50

แต่แล้วเจ้าถิ่นกลับเป็นฝ่ายได้เฮ นาทีที่ 59 จังหวะที่ แชมเบอร์เลน พาบอลขึ้นหน้าและจ่ายทะลุช่องให้โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ที่ได้เบียดกระแทกจอห์น สโตนส์ ก่อนยิงด้วยเท้าขวาทำให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 2-1

หงส์แดงยังแผลงฤทธิ์ต่อด้วยการแซงเป็น 3-1 ในนาทีที่ 61 เมื่อซาดิโอ มาเน ยิงด้วยซ้าย ทำประตูที่สามให้เจ้าถิ่นอย่างรวดเร็ว อีกห้านาทีต่อมา เจ้าถิ่นยังได้ประตูเพิ่ม ตอนที่เอแดร์สัน วิ่งออกมาสกัดบอลแต่ทำพลาดบอลเข้าทางซาลาห์ ที่หวดจากระยะ 35 หลา เข้าไปไม่พลาด ในนาทีที่ 67

ในที่สุด เรือใบสีฟ้าก็ทำประตูไล่ตามมาเป็น 2-4 ในนาทีที่ 83 อิลคาย กุนโดกัน พาบอลขึ้นมาก่อนจ่ายให้เซอร์จิโอ้ยิงไปติดบล็อกในกรอบเขตโทษ บอลกระดอนมาเข้าทาง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ตัวสำรอง ที่ ซัดด้วยซ้ายพังประตูเจ้าถิ่นสำเร็จ

เกมยังคงตื่นเต้นจนถึงช่วงทดเวลาเจ็บ เลรอย ซาเน ส่งบอลจากซ้าย ให้อเกวโร่ในเขตโทษ ก่อนจะโยนบอลลอดช่องมาให้อิลคาย กุนโดกัน ที่พักอกและซัลโวเผาขนเข้าไป ซิตี้ไล่มาเป็น 3-4 อย่างใจหายใจคว่ำ

ก่อนหมดเวลา แฟนทีมเยือนเฮเก้อ เมื่อเห็นกุนซัดบอลเข้าตุงตาข่ายหลังรับลูกฟรีคิกของเดอบรอยน์ แต่เสียดายกลายเป็นลูกล้ำหน้า จบเกมนี้ ซิตี้ยุติเส้นทางไร้พ่าย และแพ้ในลีกเป็นนัดแรกหลังจากเปิดฤดูกาล แต่ยังคงเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก นำฝูงด้วย 62 คะแนน ในขณะที่ลิเวอร์พูลเก็บเพิ่มเป็น 47 คะแนน เท่ากันเชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวทีมชุดใหญ่

ข่าวดี! เฆซุส เทพบุตรเท้าไฟ ใกล้รีเทิร์น

ข่าวทีมชุดใหญ่

โอตาเมนดี้คว้านักเตะเด่น