แมตซ์รีพอร์ต

เดอบรอยน์ท๊อปฟอร์ม พาซิตี้บุกหักปืน 3-0

KDB OPENER: He doesn't do tap-ins....
Premier League
Premier League
อา. 15 ธ.ค.
0
3
Kevin De Bruyne 
(2’, 40’), 
Raheem Sterling 
(15’)
ชมไฮไลท์
แมนฯซิตี้ บุกมาถล่มเละเทะ 3-0 เควิน เดอ บรอยน์ โชว์ความเหนือชั้นยิง 2 จ่ายอีก 1 พาเรือใบสีฟ้าเก็บสามแต้มรั้งอันดับ 3

ครึ่งแรกเริ่มมาได้แค่ 35 วินาที เจ้าถิ่นเกือบได้เฮก่อนเลย หลัง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ โชว์เดี่ยวโยกหลบคู่เซ็นเตอร์ทั้ง แฟร์นันดินโญ่ และนิโกลัส โอตาเมนดี้ ก่อนจะดึงเข้าซ้ายแล้วซัดเสาแรกไปติดเซฟของ เอแดร์ซอน



ทว่าจากจะเสียประตูของ "เรือใบ" นาทีที่ 2 จังหวะบุกหนแรกกลายเป็นชิงขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็ว บอลขึ้นจากแฟร์นันดินโญ่ แทงบอลออกซ้ายให้ กาเบรียล เชซุส หลุดถึงเส้นหลังก่อนปาดมาเสาสองให้ เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งมาแปด้วยขวายัดเข้าไปอย่างสวยงาม แมนฯซิตี้ บุกมานำ 1-0 ลูกทีมของ ลุงเบิร์ก ไม่ท้อง่ายๆ นาทีที่ 7 บอลสวนกลับทิ้งมาให้ มาร์ติเนลลี่ ทางซ้ายเลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบแล้วตะบันด้วยซ้ายมุมแคบอีกทีแต่บอลก็ยังไม่ผ่าน เอแดร์ซอน ทุบออกมาได้ นิโกล่าส์ เปเป้ เก็บบอลแถวสองได้แม้อัดด้วยซ้ายเต็มแรงแต่บอลยังไปติดบล็อคแนวรับทีมเยือน



นาที 15 แฟนบอลไอ้ปืนใหญ่เงียบกริบอีกหน หลังโดนแชมป์เก่าบุกมานำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะบอลสวนกลับอีกครั้ง เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลขึ้นมาก่อนเล่นหนึ่งสองกับ เชซุส หลุดเข้าไปถึงเส้นหลังทางซ้าย ก่อนเพลย์เมกเกอร์ชาวเบลเยียมจะครอสเข้ากลางให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ยืนโล่งๆไร้ตัวประกบแปด้วยซ้ายเข้าไปไม่พลาด ฉลองนัดที่ 400 ในอาชีพการค้าแข้ง และเป็นประตูที่ 9 ในลีกของปีกทีมชาติอังกฤษ นาที 22 อีกครั้งที่ "ซิตี้" ได้ลุ้นคราวนี้บอลเลยมาถึง อิลคาย กุนโดกัน ต้องป้อมอัดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลเหินโด่งไปไกล 



นาที 40 แนวรับเจ้าบ้านยิ่งเล่นยิ่งเละ เมื่อต้องมาเสียประตูที่สาม ฟิล โฟเด้น จ่ายสั้นให้ เควิน เดอ บรอยน์ พลิกหลบ มัตเตโอ เก็นดูซี่ ก่อนปั่นด้วยซ้ายนอกกรอบกว่า 20 หลาหนีมือ แบร์นด์ เลโน่ เสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม "เรือใบสีฟ้า" ทะยานนำโด่ง 3-0 และเป็นประตูที่สองของ เดอ บรอยน์ ในเกมนี้ นาทีถัดมา  เฟรดริก ลุงเบิร์ก ต้องต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง เซอัด โคลาซินัช แบ็กซ้ายมีอาการเจ็บ ก่อนจะส่งตัวรุกอย่าง บูกาโย่ ซาก้า ลงไปเล่นแทน



นาที 42 เควิน เดอ บรอยน์ เกือบซัดแฮตทริกของตัวเองได้ หลังรับบอลจาก ฟิล โฟเด้น นอกกรอบแล้วซัดด้วยขวาเต็มแรงจน แบร์นด์ เลโน่ ต้องบินเซฟแถมโชคยังดีที่บอลไปชนเสากระดอนออกมาก่อนเคลียร์พ้นหน้ากรอบไปได้ จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล โดนแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมานำห่างถึง 3-0



ครึ่งหลัง นาที 48 "ปืนใหญ่" ได้ลุ้นตีไข่แตกหลัง เมทแลนด์ ไนล์ส ครอสบอลมาให้ ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง ขึ้นโขกไม่ถนัดบอลหลุดกรอบออกไปแบบได้ลุ้น นาที 55 เดอ บรอยน์ โชว์คลาสห้องเครื่องระดับโลกอีก กระชากจากกลางสนามมาคนเดียวก่อนตะบันนอกกรอบด้วยซ้าย แต่ยังดีที่ คาลั่ม แชมเบอร์ส ยังพุ่งมาขวางบล็อคไว้ได้ทัน นาทีต่อมา เป๊ป ถอดเอา ฟิล โฟ้เด้น ออกแล้วส่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ลงเล่นแทน ขณะที่ฝั่งอาร์เซน่อล นาที 59 ส่ง เอมิล สมิธ โรว์ ลงไปเล่นแทน เมซุต โอซิล ที่โชว์ฟอร์มไม่ออก



นาที 62 คาลั่ม แชมเบอร์ส ทำพลาดโดน กาเบรียล เชซุส แย่งบอลได้ก่อนเลี้ยงเข้าไปดวลกับ แบร์นด์ เลโน่ ยังดีที่นายด่านชาวเยอรมันช่วยเซฟไว้ได้ บอลเลยมาถึง เดอ บรอยน์ จ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้ยงตัดเข้ากลางในกรอบแล้วกดด้วยขวา ดีที่ แชมเบอร์ส แก้ตัวพุ่งมาขวางไว้ได้ทัน นาที 77 โรดรีโก้ ไหลบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ คราวนี้กดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลก็ยังไม่พ้นมือ แบร์นด์ เลโน่ เจ้าถิ่นโอกาสลุ้นตีไข่แตกมีค่อนข้างน้อย ผิดกับอาคันตุกะ นาที 86 หวิดได้เม็ดที่สี่อีก ราฮีม สเตอร์ลิง ผ่านบอลให้ ริยาด มาห์เรซ ลองยิงด้วยขวาแต่บอลก็ไปติดมือ เลโน่ ที่ช่วยเจ้าถิ่นไว้ได้



นาทีสุดท้าย ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งหลุดกรอบออกไปหวุดหวิด จบเกม อาร์เซน่อล พ่ายคาบ้านตัวเองให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 ส่งผลให้อาร์เซน่อลไร้ชัยในบ้านมา 6 เกมติดทุกรายการ รั้งอันดับ 9 ในลีก มี 22 คะแนน ส่วน "เรือใบสีฟ้า" รั้งอันดับ 3 มีเพิ่มเป็น 35 คะแนน ตามหลังรองจ่าฝูง เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเกมหน้าจะเจอกันอยู่ 4 คะแนน ทว่ายังห่างกับ ลิเวอร์พูล ทีมนำหัวตารางถึง 14 คะแนน

เข้าชมพันธมิตรของสโมสรทั้งหมด

Mancity.com

31?