อิลคาย กุนโดกัน พลาดจุดโทษ และซินเชนโก โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ส่งผลให้ซิตี้บุกไปแพ้สเปอร์ส 2-0

เกมเริ่มมาได้แค่ 8 นาทีแรก "เรือใบสีฟ้า" ได้ทักทายก่อนเลย โรดรี้ จ่ายขวางมาขวาให้ ริยาด มาห์เรซ แทงบอลเร็วให้ เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งมาหวดด้วยขวามุมแคบหลุดกรอบแบบได้เสียว นาทีถัดมา ไคล์ วอล์คเกอร์ แทงบอลให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ทะลุเข้าไปซัดด้วยขวาแต่บอลยังไปติดบล็อค ดาวินซอน ซานเชซ



นาที 12 เกมต้องหยุดชั่วคราว หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง ไปเข้าเสียบใส่ เดเล่ อัลลี่ จากนั้นผู้ตัดสินได้เช็กจากห้อง VAR ถึงความเป็นไปได้ที่จะแจกใบแดง ซึ่งโชคดีของฝั่งสเตอร์ลิงที่ได้รับแค่ใบเหลืองเท่านั้น อาคันตุกะยังครองบอลได้เหนือกว่า นาที 25 โอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกของเกมเป็นทางฝั่ง "เรือใบ" เควิน เดอ บรอยน์ ได้กดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลยังไปเข้ามือ อูโก้ โยริส 



ลูกทีมของ เป๊ป สร้างโอกาสได้เป็นชิ้นเป็นอันว่า อีกสามนาทีถัดมา พลาดโอกาสได้ลูกขึ้นนำ หลัง ริยาด มาห์เรซ แทงบอลให้ "กุน" อเกวโร่ หลุดเข้าไปซัดเสาแรก บอลผ่าน โยริส ไปแล้วแต่ไปชนเสาชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย นาที 37 เซร์คิโอ อเกวโร่ ล้มลงไปในเขตโทษหลังโดน แซร์ช โอริเย่ร์ มาเข้าด้านหลัง แต่ทีแรกผู้ตัดสินผายมือให้เล่นต่อ แต่หลังจากได้รับสัญญาณจากห้องควบคุม VAR ก่อนจะหยุดเกมหลังผ่านไปเกือบสองนาที มาให้จุดโทษเรือใบ หลังมองว่า แซร์ช โอริเย่ร์ ไปเข้าเสียบด้านหลัง อเกวโร่ ก่อนถึงบอล



ทว่า นาที 40 อิลคาย กุนโดกัน ที่รับหน้าที่สังหารดันยิงไปติดเซฟของ อูโก้ โยริส ที่พุ่งถูกทาง แม้จังหวะต่อมา ราฮีม สเตอร์ลิง จะสปีดไปแตะบอลแล้วล้มลงแต่ผู้ตัดสินก็ไม่ว่าอะไร แถม อูโก้ โยริส ยังวิ่งไปต่อว่า สเตอร์ลิง ว่าเจตนาพุ่งเอาจุดโทษจนเกือบมีเรื่องดราม่าชุลมุนวุ่นวาย ก่อนที่ท้ายสุด VAR จะยืนยันไม่ให้จุดโทษอีกครั้งแก่ทีมเยือน ช่วงทดเจ็บ นาที 45+4 "เรือใบ" ได้เสียวอีกหลัง ราฮีม สเตอร์ลิง ปาดบอลมาเสาแรกให้ กุน อเกวโร่ วิ่งมาซัดด้วยขวาหลุดกรอบออกไป จบครึ่งแรก สเปอร์ส ยังเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0



เริ่มกันต่อในครึ่งหลัง นาที 49 แนวรับสเปอร์สมาพลาดกันเองหลัง อูโก้ โยริส ออกมาตัดบอลแต่ไปชนกับ ยาเฟต ทันกันก้า บอลหลุดมาเข้าทาง กุน อเกวโร่ ยิงเข้ากรอบแต่ไปติด โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เซฟเป็นคนสุดท้าย ทว่าบอลยังมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ปาดมาหน้าประตูโล่งๆให้ อิลคาย กุนโดกัน วิ่งมาสไลด์ยิงด้วยซ้ายแต่บอลเหินคานออกไปอย่างน่าเสียดาย



นาทีที่ 60 "เรือใบสีฟ้า" ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ มาโดนเหลืองที่สองเป็นใบแดงจากจังหวะไปหยุดฟาวล์ใส่ แฮร์รี่ วิงค์ส ก่อนที่นาที 63 สเปอร์ส ที่ตัวผู้เล่นมากกว่าจะโหมบุกโจมตีเข้าใส่ และมาได้ประตูขึ้นนำทันที 1-0 จากจังหวะที่ ลูกัส มูร่า ผ่านบอลเข้ากลางให้ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น พักอกแล้ววอลเลย์ยิงด้วยขวาเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นโอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกของเจ้าถิ่น 


    


นาที 65 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกแก้เกมด้วยการส่ง ชูเอา กานเซโล่ ลงไปเล่นแบ็กซ้าย แล้วถอดเอา เซร์คิโอ อเกวโร่ ออก นาที 71 แฟนบอลเจ้าถิ่นเฮลั่นติดๆกัน หลัง "ไก่เดือยทอง" นำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาแทงบอลให้ ซน ฮึง มิน หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาบอลหนีมือ เอแดร์ซอน เบียดโคนเสาแรกเข้าไป 



ท้ายเกมกลายเป็นลูกทีมของ มูรินโญ่ ที่คุมเกมได้มากกว่า แม้ว่าแชมป์เก่าจะส่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา มาเล่นแทน ราฮีม สเตอร์ลิง แต่ไม่สามารถตีไข่แตกได้ จบเกม สเปอร์ส คว้าชัยไล่บดเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เหลือ10คน 2-0 คว้าสามแต้มมีเพิ่มเป็น 37 คะแนนแซงทั้ง แมนฯยูไนเต็ดและเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ขึ้นไปรั้งอันดับ 5