และนี่คือ 5 สิ่งที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ ไคล์ วอล์คเกอร์
![]()
1 อดีตแข้งดาบคู่
ไคล์ เริ่มต้นเส้นทางการค้าแข้งกับสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในเมืองเกิด ก่อนที่จะกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของสโมสร ที่ลงเล่นในสนามเวมบลีย์ ในแมตช์การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศรอบเพล์-ออฟกับเบิร์นลีย์ ฤดูกาล 2008/09
2 เส้นทางการค้าแข้ง
ไคล์ เข้าร่วมทีมเยาวชนของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ หลังจากนั้นได้ย้ายมาร่วมทีมท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ด้วยอายุ 19 ปี หลังจากที่ฤดูกาลก่อนหน้า ได้ลงเล่นกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 7 นัด
ไคล์ถูกปล่อยยืมตัวไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับหลายต่อหลายสโมสร ได้แก่ นอร์ทแฮมตัน, QPR, แอสตัน วิลล่า ลงเล่นไปทั้งหมด 46 นัด กับทั้ง 3 สโมสร
แมนเชสเตอร์ ซิตี้เซ็นสัญญาไคล์ วอล์คเกอร์มาจากท็อตแน่มฯเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2017 ด้วยราคาค่าตัว 45 ล้านปอนด์
![]()
3 ดีกรีดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี PFA
เขาได้รางวัล นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักเตะอาชีพประเทศอังกฤษ (PFA) ในปี 2012 ได้รับคะแนนโหวตเหนือ แกเร็ธ เบล เพื่อนร่วมทีมไก่เดือยทองในตอนนั้น
และนอกจากนี้ เขายังมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยม PFA อีก 2 ครั้ง ในฤดูกาล 2011/2012 และ 2016/2017
![]()
หน่อเนื้อเชื้อไข จาไมก้า
ไคล์ วอล์คเกอร์ มีพ่อเป็นชาวจาไมก้า นั่นคือไมเคิ่ล วอล์คเกอร์ และแม่ชาวอังกฤษ เทรซี่ วอล์คเกอร์ เรียกได้ว่าเขาคือหน่อนเนื้อเชื้อไขของชาวจาไมก้า เช่นเดียวกับราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ธีโอ วัลค็อต, แดเนี่ยล สเตอร์ริจจ์, รูเบน ลอฟตัน ชีค และ อเล็กซ์ อ็อกเลด แชมเบอร์เลน
โดยเพื่อนซี้ที่สุดของเขาคือ แดนนี่ โรส ทั้งคู่โตขึ้นมาในย่านยอร์คเชียร์ และนอกจากนี้ พ่อแม่ของเขาทั้งคู่ยังสนิทสนมกันเป็นอย่างดีอีกด้วย
![]()
เส้นทางในทีมชาติอังกฤษ
ก่อนที่จะได้ลงเล่นในลีกกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด วอล์คเกอร์ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2009 เขาประเดิมลงสนามในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยการเป็นตัวสำรอง ในเกมที่แพ้ต่อสเปน 3-0 หลังจากนั้นเขาจึงได้ประเดิมสนามลงเล่นในพรีเมียร์ลีกกับสโมสร
เมื่อจบฤดูกาล 2010/11 วอล์คเกอร์มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ U21 ชุดสู้ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป U21 ที่เดนมาร์ค ถึงแม้ว่าทีมจะตกรอบแรก แต่เขาได้รับคัดเลือกติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์
เขาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2011/12 ส่งผลให้เขาติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และประเดิมลงสนามในเกมพบกับทีมชาติสเปน ที่ทัพสิงโตคำรามเอาชนะทัพกระทิงดุไปได้ 1-0 โดยลงสนามมาเป็นตัวสำรอง แทนที่ของ สก็อต ปาร์คเกอร์ ในนาทีที่ 85
เขาลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกวันที่ 15 พฤศจิกายน ในเกมที่ชนะสวีเดน 1-0 และคว้ารางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ในเกมวันนั้นอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่เขาต้องพลาดลงเล่นในรายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่นิ้วเท้า
![]()