แมตซ์รีพอร์ต

ซิตี้ 10 คน บุกพ่ายเชลซี ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์

DISAPPOINTMENT: De Bruyne looks dejected at full-time.
Premier League
Premier League
พฤ. 25 มิ.ย.
2
1
Christian Pulisic 
(36’), 
Willian 
(78’)
Kevin De Bruyne 
(55’)
ชมไฮไลท์
ภารกิจป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาล 2019/2020 ไปจบลงที่ลอนดอนแล้ว ในแมตซ์เมื่อคืนที่ผ่านมา
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปพ่ายเชลซี 2-1 ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำให้ภารกิจการป้องกันแชมป์จบลงแต่เพียงเท่านี้

ประตูจากจุดโทษของวิลเลียน ในนาทีที่ 74 คือประตูที่ชัยของเชลซีที่ส่งลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

ซิตี้เริ่มต้นได้ไม่ดีในเกมนี้ จากความผิดพลาดในการไม่รู้กันของเบนจามิน เมนดี้ และอิลคาย กุนโดกัน ที่ปล่อยบอลในบริเวณจุดเกรงใจจนถูก คริสเตียน พูลิซิซ ฉกบอลเข้าไปยิงประตูได้สำเร็จ

แต่จากนั้นในครึ่งเวลาหลัง ซิตี้มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากฟรีคิกบริเวณ 25 หลา สุดสวยจากเควิน เดอบรอยน์ และในช่วงไม่กี่นาทีต่อจากนั้นราฮีม สเตอร์ลิ่ง ก็ยิงบอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดายจากจังหวะหลุดเดี่ยว

จากนั้นซิตี้ป้องกันจังหวะบุกเอาประตูของเชลซี จากการที่พูลิซิซ หลุดขึ้นมาล็อคหลบเอแดร์ซอนอีกครั้ง ก่อนแปบอลกำลังจะข้ามเส้นประตูแต่ ไคล์ วอล์คเกอร์ เข้ามาสกัดบนเส้นออกไปได้อย่างหวุดหวิด

และอีกไม่กี่นาทีต่อจากนั้นซิตี้ยังโดนเชลซีบุกอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงจังหวะที่เป็นประเด็น โดยแฟร์นันดิญโญ่ ไปจงใจใช้มือปัดลูกยิงซ้ำจังหวะสุดท้ายของแทมมี่ อับราฮัม ผู้ตัดสินเช็ค VAR ชี้เป็นจุดโทษให้กับเชลซี และควักใบแดงไล่เจ้าตัวออกจากสนาม วิลเลียนรับหน้าที่สังหายไม่พลาด และเป็นประตูชัยให้กับลูกทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด ในที่สุด

หมายความว่าอย่างไร…

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีแต้มห่างจากจ่าฝูง 23 คะแนน ขณะที่ยังเหลือเกมการแข่งขันอีก 7 เกม นั่นจึงทำให้ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้ไปครองได้สำเร็จอย่างเป็นทางการแล้ว

โปรแกรมนัดต่อไป?        

ซิตี้จะต้องบุกไปเยือนยังเซนต์ เจมส์พาร์ค เพื่อทำศึกเอฟเอคัพ รอบ 8 ทีมกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

โดยสาลิกาดงของสตีฟ บรูซ ไม่แพ้ใครมาแล้ว 5 เกม ซิตี้เคยบุกไปเสมอมาก่อนในฤดูกาลที่แล้ว 2-2 และบุกไปชนะ 2-1 ในซีซั่นนี้

เป๊ปกวาดิโอล่ากล่าวว่าเขาและลูกทีมพร้อมทำให้นัดนี้เป็นดั่งเกมนัดชิงชนะเลิศ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม:

City: เอแดร์ซอน โมราเอส - ไคล์ วอล์คเกอร์, แฟร์นันดินโญ่, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ (นิโกลัส โอตาเมนดี้ น.74), แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ (โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ น.59) - อิลคาย กุนโดกัน, โรดรี้ (ดาบิด ซิลบา น.55), เควิน เดอ บรอยน์ - ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง, แบร์นาร์โด้ ซิลวา (กาเบรียล เฆซุส น.55)

Subs: คาร์สัน, ซาเน่, ดอยล์, ฮาร์วูด-เบลิส, พัลเมอร์

Chelsea XI: เกปา อาร์รีซาบาลาก้า - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ - รอสส์ บาร์คลี่ย์ (มัตเตโอ โควาซิช น.73), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เมสัน เมาน์ท (เปโดร โรดริเกซ น.91) - วิลเลี่ยน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อับราฮัม น.62),คริสเตียน พูลิซิช (บิลลี่ กิลมอร์  น.91)

Substitutes: จอร์จิญโญ่, ลอฟตัส-ชีค, กาบาเยโร่, ซูม่า, เจมส์

เข้าชมพันธมิตรของสโมสรทั้งหมด

Mancity.com

31?