สำหรับแฟนๆ ของ City นั้นการพูดแบบนั้นออกมา อาจเป็นคำพูดที่ก่อให้เกิดอารมณ์ที่รุนแรง
แต่กับนี่มันกลายเป็นเหตุผลที่ดี
ถ้าไม่มีลูกยิงของยาย่า ตูเร่ กับสโต๊ค ซิตี้ ในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอคัพปี 2011 มันจะจบลงด้วยการคว้าแชมป์ในรอบ 35 ปี หรือไม่?
หรือถ้าไม่มีประตูของพอล ดิกคอฟ เมื่อปี 1999 มันจะเกิดอะไรขึ้นกับสโมสรแห่งนี้?
แม้กระทั่งลูกยิงกระซวกตาข่ายของเซอร์กิโอ อเกวโร่ ใส่ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส , ที่จริงแล้วเรากำลังพูดถึงลูกยิงแห่งแชมป์ แห่งชัยชนะที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งอดีต หนึ่งในนั้นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฤดูกาล 2018/19
Come on. U can't spell drama without that AGUEROOOOOOOO moment
— Emma Chima (@Emilax97) April 30, 2020
มาถึงตรงนี้ คุณลองนึกดูซิว่า หากเป็นอย่างที่เราเอ่ยมาเมื่อข้างต้น หากกอมปานี ไม่ยิงประตูชัยให้ทีมคว่ำเลสเตอร์ ซิตี้ ในค่ำคืนวันนั้น มันจะเกิดอะไรขึ้น
มันแทบไม่ได้แตกต่างไปจากประตูชัยของเซอร์กิโอ อเกวโร่ ต่อ QPR แต่เมื่อเกมดูเหมือนจะอึดอัดชอบกล และแชมป์เหมือนจะเบนเข็มไปเข้าทางทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์แล้วนั้น การก้าวขาขึ้นไปซัดของกัปตันจากระยะ 25 หลา จึงนำมาซึ่งความหมายอันมหาศาล
ซึ่งในโมเมนต์นั้นของกอมปานี ที่อยู่ท่ามกลางสายตาแฟนบอลกว่า 54,000 คน ในสนาม เพื่อนร่วมทีมซิตี้ทุกคนต่างพร้อมใจกันตะโกนเป็นเสียงเดียวกันให้ตัวเขาเองว่า “อย่ายิง”
แต่นั่นกลับกลายเป็นสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องการที่สุด สามแต้มอันล้ำค่าจากประตูนั้น ทำให้ฉีกห่างลิเวอร์พูล และกลายเป็นหนึ่งในลูกยิงที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์ของแฟนๆ
ลองนึกภาพและย้อนกลับไปเอ็นจอยกลับบรรยากาศในค่ำคืนนั้นกันอีกครั้ง...