ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะลงเล่นอุ่นเครื่องกับ ‘คลับ อเมริกา’ ในวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม ที่สนาม NRG สเตเดี้ยมในเมืองฮูสตัน, รัฐเท็กซัส เริ่มแข่งขันในเวลา 07:30 น. ตามเวลาไทย
แมตช์นี้จะถ่ายทอดสดผ่านทาง CITY+ (ซึ่งยังไม่เปิดให้บริการในไทย) ในขณะที่คุณสามารถติดตามการอัปเดตต่าง ๆ ได้บนทวิตเตอร์ @ManCityTH, เว็บไซต์ th.mancity.com และแอปฯ อย่างเป็นทางการของแมนฯ ซิตี้
แต่คุณมีความรู้เกี่ยวกับคู่แข่งของเรามากแค่ไหน?
และนี่คือเรื่องราวที่คุณควรรู้เกี่ยวกับยอดทีมเม็กซิกัน ‘คลับ อเมริกา’...
ความสำเร็จในประเทศ
คลับ อเมริกา เป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเม็กซิโก เห็นได้ชัดจากสถิติที่น่าทึ่งอย่างมากมาย
แชมป์ลีกสมัยแรกของพวกเขาคว้ามาได้ในฤดูกาล 1924/25 ในตอนที่พวกเขายังคงเป็นทีมระดับสมัครเล่น แต่หลังจากเปลี่ยนมาเป็นทีมระดับอาชีพแล้ว แชมป์ลีก Liga MX สมัยแรกของพวกเขาคือในฤดูกาล 1965/66
โดยรวมแล้ว พวกเขาคว้าแชมป์ลีกมาแล้วทั้งสิ้น 13 สมัย, มากกว่าทีมอื่น ๆ ในประเทศ, ขณะที่พวกเขายังเป็นหนึ่งในสองทีมที่ไม่เคยตกชั้นจากลีกสูงสุดอีกด้วย
สถิติในฟุตบอลถ้วยในประเทศนั้นน่าประทับใจไม่แพ้กัน ซึ่งพวกเขาเป็นแชมป์บอลถ้วยถึง 13 สมัย, ซึ่งรวมถึงแชมป์โคปา เม็กซิโก 6 สมัย (เป็นทีมที่คว้าแชมป์มากที่สุด) ซึ่งแชมป์สมัยล่าสุดคือในปี 2019
แชมป์ระดับนานาชาติ
คลับ อเมริกายังเป็นแชมป์ระดับนานาชาติถึง 10 สมัย
พวกเขาเป็นแชมป์ ‘คอนคาเคฟ แชมป์เปี้ยนส์ คัพ’ มาแล้วถึง 7 ครั้ง มากกว่าทีมอื่น ๆ - อีกทั้งยังมีถ้วยแชมป์ในรายการอื่น ๆ อย่างโคปา อินเตอร์อเมริกาน่า (2 สมัย) และคอนคาเคฟ ไจแอนต์ส คัพ (1 สมัย) ซึ่งตอนนี้ทั้งสองรายการได้ยกเลิกการแข่งขันไปแล้ว
ฉายา
คู่แข่งของเราในวันพฤหัสฯ นี้ เป็นที่รู้จักในหลากหลายฉายาที่แตกต่างกันออกไป
ซึ่งฉายาที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันคือ ‘Aguilas’ ซึ่งแปลว่า นกอินทรี, ถูกเรียกมาตั้งแต่ปี 1981 หลังจากฤดูกาลที่มีการรีแบรนด์
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีแรก ๆ ของสโมสร พวกเขายังเป็นที่รู้จักในนาม ‘Estudiantes (นักเรียน) ซึ่งมาจากการควบรวมกันระหว่างทีมมหาวิทยาลัย 2 ทีม
อีกหนึ่งฉายา Azul-Cremas แปลว่า ‘นำ้เงิน-ครีม’ ซึ่งหมายถึงสีชุดแข่งของพวกเขา
รังเหย้า
สนามเหย้าของ ‘คลับ อเมริกา’ เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญมาแล้วหลายครั้งในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา
ด้วยการที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 1970 และ 1986 สนาม ‘อัซเตกา สเตเดี้ยม’ จึงได้เป็นสนามที่ใช้การแข่งขัน - อีกทั้งตำนานอย่างเปเล่และดิเอโก้ มาราโดน่าก็เคยลงสนามวาดลวดลายในสนามแห่งนี้มาแล้วเช่นกัน
สนามแห่งนี้เป็นเจ้าภาพนัดชิงชนะเลิศในฟุตบอลโลกทั้ง 2 ครั้งดังกล่าว, ซึ่งหมายความว่าเป็นสนามที่คาร์ลอส อัลแบร์โต้ยิงประตูอันโด่งดังใส่ทีมชาติอิตาลี, คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 3 ให้กับทีมชาติบราซิลในปี 1970 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในทีมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของประวัติศาสตร์ฟุตบอล
16 ปีต่อมา เป็นปีของอาร์เจนติน่า เมื่อพวกเขาเอาชนะเยอรมนีตะวันตก 3-2 ในนัดชิงชนะเลิศ, โดยที่ทีมฟ้าขาวลงเล่นที่สนามแห่งนี้ด้วยเช่นกันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นแมตช์ที่มาราโดน่าใช้ “The hand of God“ อันบรรลือโลกนั่นเอง
โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส
The Eagles ยังสร้างสถิติใหม่ในการแข่งขันที่โด่งดังที่สุดของอเมริกาใต้ นั่นคือรายการ โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส
คลับ อเมริกา และคู่แข่งของพวกเขา กัวดาลาฮาร่า, เป็นสโมสรจากเม็กซิโก 2 สโมสรแรกที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันโคปา ลิเบอร์ตาดอเรสในปี 1998
โดยผลงานที่ดีที่สุดของคลับ อเมริกาในรายการนี้คือรอบรองชนะเลิศ, พวกเขาทะลุเข้าสู่รอบรองฯ ได้ถึง 3 ครั้งในปี 2000, 2002 และ 2008
กุนซือ
ผู้จัดการทีมคุมทีมยาวนานที่สุดของพวกเขาคือ ราฟาเอล การ์ซา กูเตียร์เรซ, ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของพวกเขา
เขาคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งสโมสร, เจ้าของฉายา ‘Récord’ ทำหน้าที่คุมทัพคลับ อเมริกามากถึง 7 ครั้งด้วยกัน - 3 ช่วงเวลาแรกเขาคุมทีมในฐานะผู้จัดการทีมและผู้เล่นในเวลาเดียวกัน - ในขณะเดียวกันเขายังได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกของทีมชาติเม็กซิโกในปี 1930
น่าทึ่ง, เป็นระยะเวลากว่า 32 ปีที่กูเตียร์เรซเข้า-ออกในตำแหน่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมของคลับ อเมริกา! - ครั้งแรกในปี 1917 และครั้งสุดท้ายในปี 1949
สถิติของนักเตะ
‘คริสโตบัล ออร์เตก้า’ เป็นเจ้าของสถิติการลงเล่นมากที่สุดให้กับคลับ อเมริกา โดยลงเล่นไปทั้งหมด 711 นัดให้กับ The Eagles ระหว่างปี 1974 ถึง 1992
ผู้ทำประตูสูงสุดของพวกเขาคือ หลุยส์ โรแบร์โต้ อัลเวส ซึ่งยิงได้ 190 ประตูจากการลงเล่น 2 ช่วงเวลาในถิ่นอัซเตกา เสตเดี้ยม, ได้แก่ในช่วงยุค 1980 และ 1990
ในทีมชุดปัจจุบัน, ‘บรูโน่ บัลเดซ’ เป็นผู้เล่นที่อยู่กับสโมสรมายาวนานที่สุด โดยลงเล่นไป 217 นัดนับตั้งแต่ย้ายมาจากเซร์โร่ ปอร์เตโน่ สโมสรปารากวัย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2016
อย่างไรก็ตาม กัปตันทีม ‘กิเยร์โม โอชัว’ คือนักเตะที่ลงเล่นมากที่สุด ด้วยจำนวน 399 นัด จากช่วงระหว่างปี 2004-2011 และปี 2019-ปัจจุบัน
และว่าด้วยเรื่องของโอชัว…
บนเส้นปากประตู
กัปตันของพวกเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในนามทีมชาติเม็กซิโก
หลังจากเริ่มต้นกับสโมสรคลับ อเมริกาในปี 2004, จากนั้นในปี 2011 โอชัวย้ายมาค้าแข้งในทวีปยุโรปกับหลากหลายสโมสร ได้แก่ อฌักซิโอ้, มาลากา, กรานาด้า และสแตนดาร์ด ลีแอช ก่อนจะกลับยังถิ่นอัซเตกา สเตเดี้ยมในปี 2019
นอกจากนี้ เขายังได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 4 ครั้งหลังสุดกับทีมชาติเม็กซิโก หลังจากที่ได้ประเดิมสนามกับทีมชาติในปี 2005
โอชัวลงเล่นให้ทัพ ‘จังโก้’ ไปแล้ว 129 นัดจนถึงตอนนี้ ซึ่งหมายความว่าเขาต้องการลงเล่นอีกเพียงนัดเดียวเท่านั้น เพื่อที่จะทำสถิติเป็นผู้รักษาประตูที่ลงเล่นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติของเขา
สถิติการพบกับซิตี้
แมตช์ในวันพฤหัสฯ นี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้และคลับ อเมริกาเผชิญหน้ากัน
ทั้งสองทีมพบกันครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2010 โดยซิตี้ได้รับชัยชนะจากการดวลจุดโทษ หลังจากเสมอในเวลา 1-1 ที่แอตแลนต้า, ในรัฐจอร์เจีย
เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ยิงประตูให้กับซิตี้ตั้งแต่ครึ่งแรก, ก่อนที่ปาทริค วิเอร่าจะเป็นคนยิงจุดโทษตัดสินเกมในวันนั้นที่จอร์เจีย โดม
และการพบกันครั้งล่าสุดคือในทัวร์ปรีซีซั่นปีต่อมา, เมื่อประตูจากไรอัน แม็คกิเวิร์นและฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ ช่วยให้ทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ เอาชนะไปได้ 2-0 ในซานฟรานซิสโก, รัฐแคลิฟอร์เนีย
เอล ซูเปอร์ กลาซิโก
2 ทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศเม็กซิโก, คู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดของ คลับ อเมริกาคือ กัวดาลาฮาร่า โดยแมตช์ที่ทั้งคู่พบกันจะถูกเรียกว่า ‘El Super Clasico’
พวกเขาพบกันครั้งแรกในปี 1943, โดยเป็นกวาดาลาฮาร่าหรือที่รู้จักในชื่อ ‘ชีวาส’ คว้าชัยชนะไปได้ 1-0
แต่สถิติการพบกันโดยรวมจนถึงปัจจุบัน เป็นคลับ อเมริกาที่คว้าชัยชนะไปได้มากกว่า, 88 ครั้ง - มากกว่าคู่แข่งของพวกเขาที่ชนะได้ทั้งหมด 77 ครั้ง และเสมอกัน 79 ครั้ง
ทั้งคู่ยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับฟุตบอลเม็กซิกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขากลายเป็น 2 สโมสรแรกจากประเทศเม็กซิโกที่ได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส - ในขณะที่พวกเขายังคงเป็นเพียง 2 สโมสรที่ไม่เคยตกชั้นจากลีกสูงสุด
นอกเหนือจากกัวดาลาฮาร่าแล้ว คู่แข่งทีมสำคัญทีมอื่น ๆ ของคลับ อเมริกาได้แก่สโมสรอย่าง นาซิอองนาล (Classico Capitalino) และครูซ อาซูล (Clasico Joven)