แบร์นาร์โด้, ดิอาส และกันเซโล่ ลงเเล่นเป็นตัวจริงในเกมที่โปรตุเกสพบกับเซอร์เบีย เพื่อตัดสินแชมป์กลุ่ม A
สำหรับโปรตุเกส ผลเสมอนั้นเพียงพอต่อการผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ในขณะที่เซอร์เบียต้องการ 3 คะแนน
CITY+ | SIGN UP TO ACCESS EXCLUSIVE CONTENT
แชมป์ยุโรปเมื่อปี 2016 ออกสตาร์ทได้อย่างสวยหรู ขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 3 จากเรนาโต้ ซานเชส, โดยแบร์นาร์โด้ ซิลวา มีส่วนร่วมในการทำแอสซิสต์
ก่อนที่ดูซาน ทาดิซ จะมายิงประตูตีเสมอได้ในนาทีที่ 33
แบน์นาร์โด้ถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจากเกมผ่านไปได้ 1 ชั่วโมง
แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ, ศูนย์หน้าจากฟูแล่ม อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช มายิงประตูสุดสำคัญ ช่วยให้เซอร์เบียพลิกกลับมาชนะโปรตุเกส คว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม, และส่งผลให้โปรตุเกสต้องไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ เพื่อลุ้นเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่กาตาร์
ในขณะเดียวกับ ทีมชาติสเปนของอายเมริค ลาปอร์กต์, และโรดริโก้ สามารถคว้าตั๋วฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะสวีเดน 1-0 ที่เมืองเซบีย่า
อายเมริค ลาปอร์กต์ ลงเล่นครบ 90 นาทีเต็ม, โรดริโก้ ลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 60
ทางด้านอิลคาย กุนโดกัน เหมา 2 ประตูในเกมที่เยอรมนีบุกไปเอาชนะอาร์เมเนีย 4-1 ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก, โดยที่ทัพอินทรีย์เหล็กนั้นสามารถผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้
กุนโดกันลงเล่นเป็นห้องเครื่องแดนกลาง, และลูกทีมของฮันซี่ ฟลิคซ์ครองเกมเหนือกว่าตลอดทั้งเกม
พวกเขาขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 13 จากไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนที่กุนโดกันจะมาเบิ้ล 2 ประตู(1 ประตูจากจุดโทษ)
อดีตแข้งอาร์เซน่อลและแมนฯ ยูไนเต็ดอย่างเฮ็นริค มคิทาร์ยาร์น ยิงตีไข่แตกให้อาร์เมเนียได้ในนาทีที่ 59 จากจุดโทษ
จากนั้น โยนาส ฮอฟมันน์ มายิงทิ้งห่างอีกครั้ง จบเกมเป็นฝั่งผู้มาเยือนเก็บชัยชนะได้ 4 ประตูต่อ 1
ลงเล่น 10 นัด มี 27 คะแนน ครองตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่ม J