กองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ซัดไปสองประตูจากเกมอาร์เซนอล ในช่วงก่อนพักเบรกทีมชาติ ตวัดยิงจากแอสซิสต์ของมาร์กอส ยอเรนเต้ พาลูกทีมของหลุยส์ เอ็นริเก้ ขึ้นนำ 3-0 ในช่วงครึ่งแรก
Check out our pre-match warm up range
ตอร์เรสลงสนามร่วมกับอายเมริค ลาปอร์กต์ และโรดริโก้ ที่เอสตาดิโอ นูเอโว บีเวโร่ โดยทำประตูที่ 9 ในในนามทีมชาติหลังจากโฆเซ่ กายาและคาร์ลอส โซแลร์ ยิงให้ทัพกระทิงดุขึ้นนำสองประตูภายใน 25 นาที
ในขณะที่โรดริโก้ ได้ลงเล่นครบ 90 นาที ส่วนลาปอร์กต์ เปลี่ยนออกในช่วงครึ่งเวลาแรก ตอร์เรสเล่นไปทั้งสิ้น 60 นาที ก่อนที่ปาโบล ซาราเบีย จะมาบวกประตูที่ 4
ขณะที่เกมอื่น ๆ แจ็ค กรีลิช และอิลคาย กุนโดกัน ต่างก็ได้ลงมาเล่นจากม้านั่งสำรอง ในขณะที่อังกฤษและเยอรมนี ฟาดฟันกับทั้งอันดอร์ราและอาร์เมเนีย
โดยทางฝั่งทีมของแกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้คุมทีมชาติเป็นเกมที่ 156 ทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, จอห์น สโตนส์ และไคล์ วอล์คเกอร์ ต่างก็เป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งานที่เวมบลีย์ในเกมนี้ มีเพียงกรีลิช ที่ได้เปลี่ยนตัวลงไปในช่วง 1 ชั่วโมงเต็มของเกม
เจสซี่ ลินการ์ด ยิงเบิกร่องให้กับทีมชาติอังกฤษ และแข้งหมายเลข 10 ของซิตี้ ประสานงานได้ดีกับเมสัน เมาท์ ก่อนที่แข้งจากเชลซีจะโดนทำฟาวล์ในบริเวณจุดโทษ แฮร์รี่ เคน ลุกขึ้นมาสังหารเข้าไปให้กับทัพทรีไลออนส์
ลินการ์ด ยิงเลียดเข้าไปอีกครั้งในกรอบ 18 หลา เป็นลูกที่สองและประตูที่สามของอังกฤษ ก่อนที่ บูคาโย่ ซาก้า จะได้โหม่ง จากจังหวะครอสเข้ามาของแข้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนเดิม ทำประตูฉลองวันเกิดตัวเองได้สำเร็จ
อังกฤษจะลงเล่นนัดต่อไปในวันพุธ เมื่อพวกเขาต้องออกเดินทางไปโปแลนด์ และการโรเตชั่นของเซาธ์เกต คาดว่า สเตอร์ลิ่ง, สโตนส์ และวอล์คเกอร์ น่าจะได้ลงเล่นในแนวรับ ในเกมดังกล่าว
เช่นเดียวกันกับกุนโดกัน ที่ได้ลงมาในนาทีที่ 60 ของเกม ขณะที่เยอรมันถล่มเอาชนะไปได้ 6-0 แซร์จ นาร์บี้ เหมาคนเดียว 2 ประตู มาร์โก รอยส์ , ติโม แวร์เนอร์ อีกคนละประตู ช่วงท้ายเป็นโจนาส ฮอฟมานน์ และคาริม อเดเยมี่ บวกเพิ่มอีกคนละประตู ส่งให้ทีมของฮันซี่ ฟลิก ยังไม่แพ้ใครในกลุ่ม เจ