เควิน เดอบรอยน์ พาทัพปีศาจแดงแห่งยุโรปมาเยือนเวมบลีย์ ขณะที่ไคล์ วอล์คเกอร์ ลงคุมหลังบ้านให้ทีมชาติอังกฤษเป็นนัดที่ 50 พอดิบพอดี
รูปเกมเป็นทางเบลเยียมที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนช่วง 45 นาทีแรก เดอบรอยน์ แทงบอลไปให้ลูกากูในกรอบเขตโทษ ก่อนโดนเอริค ดายเออร์ ดึงล้มลงไปผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ
ก่อนที่ดาวยิงอินเตอร์ มิลาน จะลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาด ให้เบลเยียมขึ้นไปก่อน 1-0
CITY+ | SIGN UP TO ACCESS EXCLUSIVE CONTENT
จอร์แดน พิคฟอร์ด เซฟลูกยิงของเดอบรอยน์อุดตลุดหลายครั้งหลายคน ปฏิเสธการขึ้นนำห่างของเบลเยียม จนมาในนาทีที่ 39 ลูกทีมของแกเร็ธ เซาท์เกธ ก็มาตีเสมอเบลเยียมได้สำเร็จ
แล้วก็เป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดในช่วงก่อนหมด 45 นาทีแรก เพียง 4 นาทีเท่านั้น
กลายเป็นครึ่งหลัง เซาธ์เกต แก้เกมมาได้ดีกว่าปิดเกมรุกของทีมเยือนเกือบหมด และนาที 64 อังกฤษ มาพลิกแซงขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ วางบอลมาเสาไกลให้ คีแรน ทริปเปียร์ โขกชงเข้ากลางถึง เมสัน เมาน์ท โยกหนีก่อนปั่นด้วยขวาไปแฉลบ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ก่อนบอลย้อยเสียบเสาเหลี่ยมอย่างสุดเฮง เป็นเครดิตการยิงประตูของดาวเตะจากค่าย “สิงห์บลูส์”
จากนั้นนาทีที่ 70 เบลเยียม พลาดโอกาสลุ้นตีเสมอแบบน่าเสียดาย คราวนี้ เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายคิลเลอร์พาสตัดแนวรับให้ ยานนิค การ์ราสโก้ หลุดเข้าไปแต่โดน พิคฟอร์ด ออกมาบีบมุมทำให้ยิงหลุดกรอบออกไป
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม อังกฤษ พลิกแซงเอาชนะ เบลเยียม 2-1 คว้าสามแต้มแซงขึ้นไปรั้งจ่าฝูงด้วยการมี 7 คะแนน ส่วน เบลเยียม แพ้เป็นนัดแรก มี 6 คะแนนรั้งอันดับ 2
SUBSCRIBE พอดคาสต์อย่างเป็นทางการจากสโมสรได้ที่นี่!
ในขณะที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา และรูเบน ดิอาส ออกสตาร์ทให้ทีมชาติโปรตุเกสในการออกไปเสมอกับฝรั่งเศส 0-0 ในศึกเนชั่นส์ลีก กลุ่ม A3 ซึ่ง เจา กันเซโล่ ได้เปลี่ยนตัวลงมาช่วยทีมในช่วงท้ายเกมอีกด้วย
นอกเหนือจากนี้ยังมีนาธาน อาเก้ ที่ได้ลงมาเล่นในช่วงครึ่งหลังพาเนเธอร์แลนด์ เสมอกับบอสเนียฯไป 0-0 ในการแข่งขันจากกลุ่ม A1