แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมารีสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม หลังเปิดรังทุบ "ไอ้ปืนใหญ่" แบบไม่ยาก 3-0 นั่งรองจ่าฝูงต่อไป โดยเกมนี้ อาร์เซน่อล ต้องเหลือแค่ 10 คน หลัง ดาวิด ลุยซ์ ตัวสำรองโดนใบแดงไล่ออกตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง

รีสตาร์ท พรีเมียร์ลีก นัดตกค้าง เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เป็นคู่ “บิ๊กแมตช์” ระหว่างเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมรองจ่าฝูงเปิดบ้านรับมือ อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 9 

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัด เควิน เดอ บรอยน์ ป้นเกมรุกอยู่หลัง ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส และราฮีม สเตอร์ลิง ส่วน มิเกล อาร์เตต้า ของอาร์เซน่อล วาง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ล่าตาข่ายโดยมีดาวรุ่งอย่าง บูกาโย่ ซาก้า, โจ วิลล็อค และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ สนับสนุน

ก่อนเริ่มเกมมีการทำท่าแสดงสัญลักษณ์เพื่อเป็นการสนับสนุนแคมเปญ “Black Lives Matters” กับนักเตะทั้งสองทีมด้วย

เกมเป็นอย่างไรบ้าง?

ครึ่งแรกเริ่มเกมมาได้ไม่ถึง 2 นาที “ปืนใหญ่” ได้ทักทายก่อนเลยหลัง แบร์นด์ เลโน่ เปิดบอลยาวให้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ หลุดเข้าไปยกบอลหนี เอแดร์ซอน แต่บอลสูงข้ามคานไป แถมผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะที่ เอ็นเคเทียห์ ล้ำหน้าไปก่อน

จากนั้น นาทีที่ 4 “เรือใบสีฟ้า” มาได้ลุ้นฟรีคิกกว่า 20 หลา เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งมาปั่นด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งเข้ากรอบแต่ยังไปติดมือของ เลโน่ ที่ปิดข้ามคานหวุดหวิด นาทีที่ 8 อาร์เซน่อล ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกอย่างรวดเร็วหลัง กรานิต ชาคา บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง ดานี่ เซบายอส ลงเล่นแทน

จนมาในนาทีที่ 24 มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซน่อลต้องปวดหัวอีก หลัง ปาโบล มารี เซ็นเตอร์แบ็กมาเจ็บกล้ามเนื้ออีกคน ก่อนจะเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นแทน

เกมรับของทัพปืนใหญ่ปั่นป่วน นาที 40 เควิน เดอ บรอยน์ แทงบอลทะลุให้ สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปชิพบอลข้ามตัว เลโน่ ข้ามคานไปชนิดได้เสียว

ช่วงทดเจ็บนาที 45+2 “เรือใบสีฟ้า” มาพังตาข่ายขึ้น 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลเข้าไป ดาวิด ลุยซ์ พยายามพักบอลด้วยหน้าขาแต่บอลปลิ้นหนีตัวจนโดน ราฮีม สเตอร์ลิง ใช้ความเร็วควบเข้าไปหวดด้วยขวาเต็มข้อผ่านตัว เลโน่ เข้าไปอย่างเด็ดขาด จบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ อาร์เซน่อล 1-0

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง ยังไม่มีการเปลี่ยนตัวเพิ่ม ทว่า นาที 49 สถานการณ์ของอาร์เซน่อลแย่ลงไปอีกเมื่อต้องมาเสียจุดโทษและเหลือแค่ 10 คน หลัง ดาวิด ลุยซ์ มาโดนใบแดงไล่ออกจากจังหวะที่ไปดึง ริยาด มาห์เรซ ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสิน ชี้เป็นจุดโทษ และเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ยิงเข้าไปไม่พลาด ให้ แมนฯซิตี้ นำห่าง 2-0

นาที 81 “เรือใบ” มาเสีย เอริค การ์เซีย ที่บาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเล่น 10 คนเช่นเดียวกับอาร์เซน่อลเพราะใช้โควตาเปลี่ยนตัวไปหมดแล้ว 

ช่วงทดเจ็บ นาที 90+2 เจ้าบ้านมาได้ประตูนำห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายมาเสาไกลให้ กุน อเกวโร่ ตัวสำรองยิงไปติดเซฟ แบร์นด์ เลโน่ ก่อนบอลจะชนเสามาเข้าทาง ฟิล โฟเด้น ยิงซ้ำเข้าไป

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติม จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่ทุบเอาชนะ อาร์เซน่อล ที่เหลือ10คนไปได้ 3-0 คว้าสามแต้มนั่งรองฝูงต่อไปโดยมี 60 คะแนน ส่วน อาร์เซน่อล รั้งอันดับ 9 มี 40 คะแนน 

ความเห็นหลังเกมจากเป๊ป กวาดิโอล่า

“ เราก็ทำได้ตามมาตรฐาน ผมไม่สามารถเป็นอะไรได้นอกจากแฮปปี้กับเกม และทีมเรามีวิธีการเล่นที่ดี มันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเกมต่อไป ”

สถิติที่น่าสนใจ

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำประตูในเดือนมิถุนายน ในฐานะผู้เล่นอังกฤษ นับตั้งแต่ วอลเตอร์ รอคเกตต์ ยิงได้กับเชฟฯยูไนเต็ด ในแมตซ์ที่เจอกับสโต๊ค เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 1947

แมนออฟเดอะแมตซ์ – ไคล์ วอล์คเกอร์

ความแข็งแกร่งที่โดดเด่นทั้งรับทั้งรุกในวันนี้ของวอล์คเกอร์ ทำให้ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง หายไปจากเกมเลยทีเดียว นอกเหนือจากนั้นเจ้าตัวยังใช้ความเร็วขึ้นไปเติมเกม ทำลายแนวรับของอาร์เซน่อลได้สำเร็จหลายต่อหลายครั้ง

สถานการณ์ปัจจุบัน

ผลจากเกมนี้ทำให้แมนฯซิตี้ ยังคงรักษาอันดับที่ 2 ไว้อย่างเหนียวแน่น และมีแต้มห่างจากเลสเตอร์ ทีมอันดับที่ 3 อยู่ถึง 7 คะแนน หลังจากผ่านไป 29 เกม

แมตซ์ต่อไป

จากนี้ไปจนจบฤดูกาลเราจะมีโปรแกรมแข่งที่อัดแน่น ซิตี้ จะต้องเปิดบ้านรับเบิร์นลี่ย์อีกครั้งในอีก 5 วันถัดไป โดยจะเป็นเกมแรกหลังจากกลับมาแข่งอย่างเป็นทางการสำหรับพวกเขา 

เกมการแข่งขันจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน เริ่มเตะเวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย