ในฐานะทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา, ซิตี้มีถ้วยแชมป์มากมายให้เฉลิมฉลอง รวมไปถึงชัยชนะใน “ดาร์บี้แมตช์”
SUBSCRIBE TO THE OFFICIAL MAN CITY PODCAST
พูดง่าย ๆ คือ เรามีสถิติที่เหนือกว่าในพบกัน 21 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2011-12
ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่เราจะมีสถิติชนะเหนือกว่าเล็กน้อย, แต่หากมองลึกลงไปในแง่ของสถิติ - ซิตี้ก็ยังคงเหนือกว่าในหลาย ๆ แง่มุม
เราชนะ 11 ครั้งจาก 21 นัดล่าสุด โดยเสมอกัน 3 ครั้ง ส่งผลให้เรามีเปอร์เซ็นต์การชนะที่ 52%, ในขณะที่ยูไนเต็ดคว้าชัยชนะได้ 7 นัด
การแง่ของการครองบอล ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของความสำเร็จของซิตี้, และเช่นเดียวกันในเกมดาร์บี้แมตช์
ตั้งแต่ฤดูกาล 2011-12 เราครองบอลได้ 58%ในการพบกับยูไนเต็ด และไม่น่าแปลกใจเลยที่สถิติดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 65% ใน 11 นัดหลังสุด นับตั้งแต่กวาร์ดิโอล่าเข้ามาคุมทีมเมื่อซัมเมอร์ 2016
การครองบอลมากกว่าหมายถึงการจ่ายบอลที่มากกว่า และเป็นสิ่งที่เราเหนือว่ายูไนเต็ดอย่างชัดเจน
ในช่วง 10 ฤดูกาลที่ผ่านมา ซิตี้จ่ายบอลสำเร็จ 10,028 ครั้ง เทียบกับ 6,697 ของยูไนเต็ด
และเมื่อคุณโฟกัสไปที่ช่วง 5 ฤดูกาลครึ่งของกวาร์ดิโอล่า, ซิตี้จ่ายบอลสำเร็จ 6482 ครั้ง - มีจำนวนเกือบเท่ากับที่ยูไนเต็ดทำได้ตั้งแต่ฤดูกาล 2011-12
ในแง่ของการยิงประตู ซิตี้ยิงได้ 35 ประตู, ในขณะที่ยูไนเต็ดยิง 23 ประตู
เช่นเดียวกับในเกมอื่น ๆ, ชัยชยะในดาร์บี้แมตช์เป็นผลมาจากการทำงานเป็นทีม - แต่มีแข้งซิตี้หลายคนที่ยิงประตูใส่ยูไนเต็ดได้อยู่บ่อยครั้ง
เซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ยิงมากที่สุด ที่ 8 ประตู นับตั้งแต่ฤดูกาลที่เราคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก - ในขณะที่เอดิน เชโก้ ยิงได้ 4 ประตู (มากกว่าผู้เล่นยูไนเต็ดทุกคน)
อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และเวย์น รูนี่ย์ ยิงคนละ 3 ประตู, พวกเขาคือนักเตะที่ยิงใส่ซิตี้ได้มากที่สุดของปีศาจแดงจนถึงตอนนี้ - เทียบเท่ากับดาวิด ซิลบา และยาย่า ตูเร่
ในแง่ของสถิติการพบกันครั้งล่าสุดนั้นค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดยทั้งสองทีมชนะได้ 2 จาก 5 เกมหลังสุด
แต่แน่นอนว่า ดาร์บี้แมตช์นั้นมีอะไรมากกว่าสถิติ
อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาลางดีก่อนเกมวันอาทิตย์ สถิติของซิตี้ตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา สามารถสร้างความมั่นใจให้คุณได้อย่างแน่นอน