แมตซ์รีพอร์ต

เดอบรอยน์-สเตอร์ลิ่ง ซัดคนละเม็ดพาซิตี้ฉลุยเอฟเอคัพ

เดอบรอยน์-สเตอร์ลิ่ง ซัดคนละเม็ดพาซิตี้ฉลุยเอฟเอคัพ
FA Cup
FA Cup
อา. 28 มิ.ย.
0
2
Kevin De Bruyne 
(37’), 
Raheem Sterling 
(68’)
ชมไฮไลท์
ฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปีพอดิบพอดี สำหรับเควิน เดอบรอยน์ ซัดลูกโทษเป็นประตูเบิกร่อง พร้อมกับราฮีม สเตอร์ลิ่ง มาปิดท้าย พาแมนฯซิตี้ ทะลุรอบรองฯเอฟเอคัพ 2019/20

เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก มาได้แค่ 2 นาที "เรือใบสีฟ้า" ได้ทักทายก่อนหลัง ริยาด มาห์เรซ เปิดเตะมุมเข้ามาในกรอบ นิโกลัส โอตาเมนดี้ เทกตัวขึ้นโขกบอลหลุดกรอบออกไป

โอกาสส่องเข้ากรอบหนแรกของสาลิกาต้องถึง นาที 14 จากจังหวะที่ คาร์ล ดาร์โลว์ นายด่านเจ้าถิ่นเปิดบอลยาวมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ เก็บบอลได้นอกกรอบก่อนจะพลิกตัวซัดด้วยขวาแต่บอลเบาไปเข้ามือ เคลาดิโอ บราโว่

อีก 3 นาทีต่อมา แชมป์เก่า แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นขึ้นนำอีกหลัง ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดกึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้ากรอบ บอลไปโดนเท้า กาเบรียล เชซุส จังหวะสุดท้ายถากเสาสองออกไป

นาที 23 ทีมเยือนชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยกบอลแต่ยังไปติดมือ คาร์ล ดาร์โลว์ อีก 3 นาทีต่อมา สเตอร์ลิง ได้โอกาสซัดด้วยซ้ายเสาแรกอีกแต่บอลยังโดนนายด่านเจ้าถิ่นปฎิเสธทุบบอลออกไป ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าพักคูลลิ่งเบรค


                        DEAD-EYE DE BRUYNE: KDB makes no mistake from the spot
DEAD-EYE DE BRUYNE: KDB makes no mistake from the spot

นาที 36 "สาลิกาดง" มาพลาดเสียจุดโทษ จากจังหวะที่ ไคล์ วอร์คเกอร์ ครอสไปหน้าปากประตู ฟาเบียน ชาร์ ไม่เล่นบอลเจตนาพลัก กาเบรียล เชซุส จนผู้ตัดสินเห็นแล้วเป่าให้จุดโทษฝั่งเรือใบ ก่อนที่ เควิน เดอ บรอยน์ จะซัดเข้าไปไม่เหลือ เป็นประตูที่ 100 ในชีวิตการค้าแข้ง ช่วยให้ แชมป์เก่าบุกมานำ 1-0 

จบครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น นาที 53 "เรือใบสีฟ้า" ได้เสียวได้ลุ้นอีก จากจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ กดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งแรงเฉียดคานไปนิดเดียว

นาที 66 "สาลิกาดง" พลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย หลัง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง หลุดเข้าไปในกรอบแล้วปาดมาหน้ากรอบ 6 หลาให้ ดไวท์ เกย์ล ซัดโล่งๆเหินคานออกไป

กระนั้น นาที 68 แมนฯซิตี้ มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 บอลขึ้นจากแดนหลังก่อนมาถึง ฟิล โฟเด้น กระชากขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้ ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้ยงจี้เข้าหน้ากรอบแล้วยิงด้วยขวาหนีมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เสียบมุมเข้าไป

ลูกทีมของ เป๊ป เล่นกันแบบสบาย ครองบอลได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด นาที 76 เกือบได้ลุ้นเม็ดที่สาม หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลให้ ฟิล โฟเด้น ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว
    
ช่วงท้ายเกมไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม แมนฯซิตี้ ฟอร์มเฉียบบุกไปทุบเจ้าบ้าน นิวคาสเซิ่ล 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ พบกับ อาร์เซน่อล ในช่วงวันที่ 18-19 กรกฎาคม นี้ 

Many happy returns

เควิน เดอบรอยน์ ยังคงถูกโฉลกเสมอกับการมายิงประตูยังเซนต์ เจมส์-พาร์ค

โดยหนนี้เจ้าตัวฉลองวันเกิดปีที่ 29 ด้วยการสังหารลูกโทษที่จุดโทษในนาทีที่ 37 ซึ่งนับเป็นประตูที่ 12 ในซีซั่นนี้ของเจ้าตัว และเป็นประตูที่ 3 ในรอบ 4 เกมหลังสุดอีกด้วย

แมนออฟเดอะแมตซ์

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง : กับประตูที่ยอดเยี่ยมเป็นประตูปิดกล่อง 2-0 ซึ่งตลอดทั้งเกม 'ราฮีม' ปั่นป่วนแผงรับเจ้าถิ่นตลอดจนคาร์ล ดาร์โรล ต้องออกแรงจนอุดตลุด

ความเห็นหลังเกมจากบอส

“เราเข้าไปสู่รอบรองชนะเลิศแล้ว

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราต้องมาเจอกับทีมที่รับแน่นลึก แต่ลูกทีมทุกคนมีศัยภาพที่ยอดเยี่ยมมากๆจริงๆ

ผมแฮปปี้ที่เราได้กลับไปยังเวมบลีย์อีกครั้ง

Pep Guardiola

ส่งผลอย่างไรต่อไป

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไปตัดเชือกรอบรองชนะเลิศกับอาร์เซน่อล

ขณะที่อีกคู่เป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบกับ เชลซี

โดยทั้งคู่จะเตะกันที่เวมบลีย์ในวันที่ 17 และ 18 ก.ค.ต่อไป

โปรแกรมถัดไป

แมนฯซิตี้จะเดินทางกลับไปเฝ้ารังเอติฮัท สเตเดียม รอเจอกับลิเวอร์พูลต่อในวันพฤหัสนี้

โดยลูกทีมของกวาดิโอล่ายังมีภารกิจในเกมลีกคือการรักษาพื้นที่โควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกไว้ให้ได้อย่างเหนียวแน่น

โดยเกมจะคิกอ๊อฟกันในเวลา 02.15 น.

เกมนัดต่อไป

ตารางแข่งทั้งหมด

Premier League

Wolves

BST

Man City

รายชื่อนักเตะที่ลงสนาม

แมนฯซิตี้ เอแดร์ซอน โมราเอส - ไคล์ วอล์คเกอร์ (ชูเอา คานเชโล่ น.71), นิโกลัส โอตาเมนดี้, อายเมริค ลาปอร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ - เควิน เดอ บรอยน์ (โรดรี้ น.71), อิลคาย กุนโดกัน, ดาบิด ซิลบา (แบร์นาร์โด ซิลวา น.64) - ริยาด มาห์เรซ (ฟิล โฟเด้น น.64), กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง 
Subs: เอแดร์ซอน, สโตนส์, ซินเชนโก้, ซาเน่, ฮาร์วูด-เบลิส

นิวคาสเซิ่ล คาร์ล ดาร์โลว์ - ฮาเวียร์ มานกีโย่, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลเลส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส (วาเลนติโน่ ลาซาโร่ น.75) - มิเกล อัลมิรอน (โชลินตอน น.65), อิซัค เฮย์เด้น (แมทธิว ลองสตาฟฟ์ น.79), ฌอน ลองสตาฟฟ์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง (เด อันเดร เยดลิน น.74) - แอนดี้ แคร์โรลล์ (ดไวท์ เกย์ล น.64)

Subs: ดูบราฟก้า, เชลวี่ย์, มุโตะ, คราฟท์, เยดลิน, ลาซาโร่, ลองสตาฟฟ์

เข้าชมพันธมิตรของสโมสรทั้งหมด

Mancity.com

31?