จากการที่ 2 กัปตันทีมอย่างแฟร์นันดินโญ่ และเควิน เดอ บรอยน์พลาดการลงสนาม, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จึงได้รับโอกาสสวมปลอกแขนกัปตันทีม ในเกมที่ซิตี้เปิดบ้านเอาชนะอาร์เซน่อลเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาคือผู้ทำประตูชัยในเกมวันนั้น
หลังจากนั้นเขายังได้รับหน้าที่นี้ในเกมวันพุธ ที่เราเอาชนะปอร์โต้ 3-1 ในเกมนัดเปิดสนามแชมป์เปี้ยนส์ลีก
จากการพูดคุยในรายการ ‘We’re Not Really Here’ ได้แขกรับเชิญพิเศษอย่างดิ๊กคอฟ, ดันน์ และตำนานของซิตี้อย่างฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ได้กล่าวชื่นชมสเตอร์ลิ่งถึงการทำหน้าที่เป็นกัปตันทีม
ดันน์ และ ดิ๊กคอฟ มีความเห็นตรงกันว่า สเตอร์ลิ่งเหมาะสมกับปลอกแขนกัปตันทีม ทั้งในแง่ของการเป็นผู้นำและความทุ่มเทที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“กับราฮีม เขาให้เห็นว่า คุณไม่จำเป็นต้องเป็นพวกตะโกนเสียงดัง ก็สามารถเป็นกัปตันทีมได้” อดีตกองหน้าทีมชาติสก็อตแลนด์กล่าว
“จะมีแนวความคิดที่ว่า ถ้าคุณตะโกนเสียงดังที่สุด คุณคือสุดยอดกัปตัน แต่นั่นไม่เวิร์คเสมอไป”
“ราฮีมแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่าง และในฐานะกัปตัน ในวิถีที่เขาเล่น ทั้งตอนที่มีและไม่มีบอล และวิธีการนอกสนาม”
“ผู้คนต่างพูดถึงประตูที่เขาทำได้ และจำนวนครั้งที่เขาสร้างสรรค์โอกาส แต่ถ้าคุณดูไปที่การไล่บีบสูงที่เขาทำ 9 จาก 10 ครั้ง นั่นแหละคือราฮีม เขาทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง”
“เป๊ปรู้สิ่งนั้นเป็นอย่างดี และชัดเจนว่านักเตะเคารถเขา เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้สวมปลอกแขน”
ดันน์ยังกล่าวว่าการรับหน้าที่กัปตันทีม คือหลักฐานที่บ่งบอกถึงคุณภาพของสเตอร์ลิ่ง และการเป็นคนสำคัญในห้องแต่งตัว
ติดตามพอดแคสต์อย่างเป็นทางการของสโมสรแมนฯซิตี้ได้ที่นี่
“มันเป็นเหมือนกับอีกหนึ่งก้าวของราฮีม เขาเป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม - วิธีที่เขาพูด เวลาพูดกับสื่อ หรืออะไรก็แล้วแต่” ดันน์ อธิบาย
“เขาดูมีบุคลิกที่ดีเอามาก ๆ และเป็นคนที่นักเตะจะทำตาม คุณฟังเขา และเคารพในสิ่งที่เขาพูด”
ในขณะเดียวกัน ไรท์ ฟิลลิปส์ได้พาดพิงถึงแนวทางที่สเตอร์ลิ่งได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเล่น ซี่งส่งผลอย่างมากต่อเกม
“สำหรับผม มันเกี่ยวกับการปรับตัวของราฮีม ถ้าคุณดูเขาเล่นอย่างใกล้ชิดมาหลายปี คุณจะเห็นได้ว่าเขาไม่ได้เลี้ยงมากมายแล้ว” ไรท์ ฟิลลิป์ กล่าว
“ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาเล่นกับบอล และเคลื่อนที่ไปเอาบอล - การจบสกอร์ - เขาดีขึ้นมากจริงๆ”