โรดรี ย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อไปร่วมทีมบาร์เซโลนา โดยอยู่ระหว่างรอการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับนานาชาติ ถือเป็นการปิดฉากช่วงเวลา 7 ปีอันยอดเยี่ยมและเต็มไปด้วยความสำเร็จของเขาที่เอติฮัด สเตเดียม

ตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งกับซิตี้ ดาวเตะทีมชาติสเปนรายนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลก และมีบทบาทสำคัญในช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร

ตลอด 7 ปี โรดรีลงสนามให้สโมสรไปทั้งหมด 298 นัด และทำได้ 28 ประตู พร้อมช่วยให้ซิตี้คว้าแชมป์รายการสำคัญถึง 14 รายการ

ตลอดช่วงเวลาที่เอติฮัด โรดรีมีส่วนช่วยให้ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, คอมมูนิตี้ ชิลด์ 2 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ

และเป็นโรดรีที่ทำประตูชัยอันสำคัญและน่าจดจำ ช่วยให้ซิตี้คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ด้วยการเอาชนะอินเตอร์ มิลานที่อิสตันบูล พร้อมสร้างประวัติศาสตร์คว้า ทริปเปิลแชมป์ในปี 2023

ในด้านความสำเร็จส่วนตัว โรดรีได้รับเกียรติสูงสุดในวงการฟุตบอลเมื่อปี 2024 หลังกลายเป็นนักเตะซิตี้คนแรกที่คว้ารางวัล บัลลงดอร์ ซึ่งถือเป็นรางวัลส่วนบุคคลที่ทรงเกียรติที่สุดในวงการฟุตบอลโลก

โรดรีย้ายจากแอตเลติโก มาดริด มาร่วมทีมซิตี้ในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 และไม่นานก็แสดงให้เห็นถึงพละกำลัง, ความสง่างาม และความเข้าใจเกมฟุตบอลอันยอดเยี่ยม ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา สร้างขึ้นมา

การโหม่งทำประตูชัยช่วยให้ซิตี้เอาชนะแอสตัน วิลลา 2-1 ในศึกคาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ ปี 2020 ไม่เพียงทำให้โรดรีคว้าแชมป์รายการใหญ่เป็นครั้งที่สองกับสโมสรในฤดูกาลแรกของเขา หลังจากก่อนหน้านั้นคว้าแชมป์คอมมูนิตี้ ชิลด์ในปี 2019 แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนัดสำคัญ

หลังจากช่วยให้ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและผ่านเข้าชิงชนะเลิศคาราบาว คัพได้อีกครั้งในฤดูกาล 2020/21 อิทธิพลและบทบาทของโรดรีก็ยิ่งเพิ่มขึ้นในฤดูกาลถัดมา เมื่อซิตี้คว้าแชมป์ลีกได้อีกสมัย

โดยประตูของเขาในช่วงกลางครึ่งหลัง จุดประกายการคัมแบ็กครั้งสำคัญ หลังซิตี้ตกเป็นฝ่ายตามหลังแอสตัน วิลลา 0-2 ก่อนที่ทีมของกวาร์ดิโอลาจะพลิกกลับมาเอาชนะ 3-2 และคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้ง

แต่ผลงานของโรดรีโดดเด่นอย่างแท้จริงในฤดูกาล 2022/23 ซึ่งถือเป็นฤดูกาลประวัติศาสตร์ของสโมสร

เขากลายเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของซิตี้ ช่วยให้ทีมของกวาร์ดิโอลาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยที่สามติดต่อกัน รวมถึงแชมป์เอฟเอ คัพ จากชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี รอบชิงชนะเลิศ

และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทั้งโรดรีและซิตี้ เมื่อประตูสุดสวยในครึ่งหลังของเขาช่วยให้ซิตี้เอาชนะอินเตอร์ มิลาน 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกที่อิสตันบูล คว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงทำให้ซิตี้คว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ยังเป็นการปิดฉากฤดูกาลด้วย ทริปเปิลแชมป์ อันยิ่งใหญ่ ตอกย้ำสถานะของสโมสรในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ขณะที่โรดรีได้รับเลือกให้คว้ารางวัลทั้ง ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ และ นักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

ผลงานของเขายังคงมีความสำคัญอย่างมหาศาลในฤดูกาล 2023/24 เมื่อซิตี้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการกลายเป็นทีมฟุตบอลชายจากอังกฤษทีมแรกที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุด 4 สมัยติดต่อกัน

ประตูของโรดรีในครึ่งหลังช่วยให้ซิตี้เอาชนะเวสต์แฮม 3-1 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล พร้อมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ

อิทธิพลอันโดดเด่นของโรดรียังได้รับการยอมรับในระดับโลกในช่วงปลายปี 2024 เมื่อเขาคว้ารางวัล บัลลงดอร์ ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับนักฟุตบอลระดับแนวหน้าของโลก

น่าเสียดายที่ในเวลานั้น โรดรีต้องพักยาวเกือบหนึ่งปี หลังได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่าในเดือนกันยายนปีเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม หลังผ่านช่วงเวลาฟื้นฟูและทำกายภาพบำบัดอย่างอดทนและยาวนาน เขากลับมาลงสนามได้อีกครั้งในปี 2025 และช่วยให้ซิตี้เดินหน้าคว้าความสำเร็จเพิ่มเติมในฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการคว้าแชมป์ คาราบาว คัพ และเอฟเอ คัพ ในปี 2026

ในระดับทีมชาติ ผลงานของโรดรีก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยจนถึงปัจจุบันเขาลงสนามให้ทีมชาติสเปนไปแล้ว 70 นัด และมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ชาติบ้านเกิดคว้าแชมป์ยุโรปในช่วงซัมเมอร์ปี 2024

จากนั้นเขายังสานต่อความสำเร็จด้วยการสวมปลอกแขนกัปตันทีม นำสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 โดยโรดรียังได้รับเกียรติให้คว้ารางวัล Golden Ball ในฐานะผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์อีกด้วย

เมื่อย้อนมองถึงเส้นทางอาชีพกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โรดรีกล่าวว่า:

“ผมกำลังอำลาสโมสรแห่งนี้ด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่เราประสบความสำเร็จร่วมกัน และรู้สึกขอบคุณสำหรับความทรงจำอันยอดเยี่ยมมากมาย

“สิ่งที่เราสร้างร่วมกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่พิเศษและไม่มีวันลืมเลือน

“อย่างแรก ผมอยากขอบคุณทุกคนที่ผมเคยร่วมงานด้วยที่ซิตี้ สำหรับทุกสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อผม รวมถึงการช่วยเหลือผมในหลาย ๆ ด้าน และช่วยให้ผมกลายเป็นนักเตะอย่างที่ผมเป็นในทุกวันนี้

“ผมยังอยากกล่าวขอบคุณเป็นพิเศษถึงเพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยมของผมทั้งในอดีตและปัจจุบัน พวกเขาทำให้ทุก ๆ วันที่นี่เต็มไปด้วยความสุข”

“มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันห้องแต่งตัวและลงสนามร่วมกับพวกคุณทุกคน

“สุดท้ายนี้ ผมอยากกล่าวขอบคุณและยกย่องแฟนบอลซิตี้ทุกคนเป็นพิเศษ พวกคุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้านในแมนเชสเตอร์ตั้งแต่วันที่ผมมาถึง และอยู่เคียงข้างผมมาโดยตลอด

“ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนผมและทีมทั้งในช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ยากลำบาก มันเป็นความสุขอย่างแท้จริงที่ได้ลงเล่นต่อหน้าพวกคุณทุกคน หัวใจของผมจะเป็นสีฟ้าเสมอ

“ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อ ผมซาบซึ้งกับทุกช่วงเวลาของความสำเร็จที่เราสร้างร่วมกัน และแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะอยู่ในหัวใจของผมตลอดไป”

ด้าน ฮูโก วิอานา ผู้อำนวยการฟุตบอลของซิตี้ กล่าวว่า ผลงานอันยิ่งใหญ่ของโรดรีที่มีต่อสโมสรจะไม่มีวันถูกลืม

“โรดรีเป็นบุคลากรที่ยอดเยี่ยมของสโมสร และมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จที่สโมสรแห่งนี้สร้างขึ้นนับตั้งแต่วันที่เขาย้ายมา” วิอานากล่าว

“พรสวรรค์อันยอดเยี่ยม, ความฉลาด, ความมุ่งมั่น, ความทุ่มเท และความเป็นผู้นำของเขา ล้วนเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับทุกคน

“จากความสำเร็จที่เขาสร้างไว้ โรดรีได้จารึกชื่อของตัวเองลงในประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่างสมบูรณ์แบบ และเราทุกคนขออวยพรให้เขาประสบความสำเร็จในบทต่อไปของเส้นทางอาชีพ

“และเขาจะจากเราไปโดยรู้ดีว่า ประตูของสโมสรฟุตบอลแห่งนี้จะเปิดต้อนรับเขาเสมอ”

ทุกคนที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขอใช้โอกาสนี้ร่วมอวยพรให้โรดรีประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่ตลอดช่วงเวลาที่เหลือในเส้นทางอาชีพของเขา