ประวัติเพลงบลูมูน (พระจันทร์สีน้ำเงิน)
บลูมูนคือเพลงประจำสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เป็นการทำงานร่วมกันของนักดนตรีชาวอเมริกัน ประพันธ์โดยริชาร์ด รอดเจอร์ส และคำร้องโดยลอเรนซ์ ฮาร์ท
ศิลปินมากกว่า 60 คนได้นำเพลงบลูมูนไปขับขานและได้ทำให้เพลงนี้ดังกระหึ่มขึ้นมาตลอด
จังโก ไรน์ฮาร์ด, บิลลี่ ฮอลิเดย์, ดิซซี่ จิเลไพ, หลุยซ์ อาร์มสตรอง, จูลี่ ลอนดอน, แซม คุ๊ก, แฟรงค์ ซินาตร้า, ดีน มาร์ติน, เดอะ ซูพรีม, บ็อบ ดีแลน, รอด สจ๊วต และนักร้องนักดนตรีท่านอื่นๆ ได้นำเพลงนี้ไปใช้
เพลงนี้ยังได้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เช่น เดอะ ไซคัส, วีวา ลาสเวกัส, กรีส และอเมริกัน เวอร์วูลฟ์ อิน ลอนดอน
หลายคนสงสัยว่าทำไมเพลงนี้กลายเป็นเพลงโปรดของสาวกเรือใบและอยู่ในโสตประสาทของพวกเขา
ยุคศตวรรษที่ 80 เป็นยุคที่สโมสรได้นำเพลงใหม่ๆ มาใช้เป็นครั้งแรกแทนที่จะเป็นบทสวด เช่น เพลง ‘Delilah’ และ ‘Always Look On The Bright Side Of Life’ เป็นสองเพลงที่สโมสรได้ใช้ในขณะหนึ่ง โดยเพลงแรกยังได้ใช้ในสโมสรสโต๊ค ซิตี้ อยู่จนถึงทุกวันนี้
เพลงบลูมูนขับร้องครั้งแรกโดยแฟนคลับของคริว อเล็กซานดรา ประมาณสองทศวรรษที่ผ่านมาที่เรือใบได้นำมาดัดแปลงและใช้ในสโมสร
แกรี่ เจมส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของซิตี้ ฟื้นความทรงจำที่เขาได้ยินเพลงนี้เป็นครั้งแรกว่า
“ครั้งแรกที่ผมจำได้นั้น เพลงนี้ถูกร้องขึ้นในเกมเปิดการแข่งขันฤดูกาลที่ 2532/33 ที่ลิเวอร์พูล ก่อนหน้านั้นแฟนเรือใบไม่เคยร้องเพลงนี้มาก่อน
“ที่สนามแอนฟิลด์ตอนนั้น สาวกเรือใบเก็บตัวเงียบจนกระทั่งหลังการแข่งขัน มีคนสามคนเริ่มต้นร้องเพลงนี้แล้วแฟนๆ ก็ร่วมร้องจนจบเพลง เป็นการร่วมกันร้องเพลงประสานเสียงที่เพราะจับใจ”
เพลงบลูมูนมีหลากหลายเวอร์ชั่นทั้งโด๊ฟ, ซูพร่า, เดอะ มาร์เซลส์, ชา นา นา, และบีดดี้ อาย ซึ่งเวอร์ชั่นเหล่านี้ก็ได้ใช้ในเอทิฮัด สเตเดี้ยมมาตลอดฤดูกาล
แต่ไม่ต้องสงสัยว่าเวอร์ชั่นที่โด่งดังสุดขีดและไพเราะเหลือล้ำก็คือการประสานเสียงของสาวกเรือใบนั่นเอง โดยเฉพาะตอนที่เขาได้จับมือกัน โชว์ผ้าพันคอเรือใบและร่วมกันร้องเพลงออกมาจากใจในช่วงเวลา 90 นาทีในเกมการแข่งขัน
นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุน ความจงรักภักดีต่อสโมสร ใครจะรู้ว่าอาจจะมีเวอร์ชั่นอื่นของบลูมูนออกมา แต่ณ ตอนนี้ เพลงนี้จะยังคงดังสนั่นลั่นสนามแข่งและดังอยู่ในใจของพี่น้องชาวเรือใบทั้งปวง
เนื้อร้องเพลงบลูมูนและคำแปลดังนี้
Blue moon, (โอ้ จันทร์สีฟ้าเจ้าขา)
You saw me standing alone (เจ้าเห็นข้ายืนเดียวดาย)
Without a dream in my heart (ไม่มีแม้ความฝันในหัวใจ)
Without a love of my own. (ไม่มีไซร้คนรักเคียงข้าง)
Blue moon( โอ้ จันทร์สีฟ้าเจ้าขา)
You knew just what I was there for (เจ้าจะรู้ไหมนะว่าทำไมข้ายังอยู่ตรงนี้)
You heard me saying a prayer for (เจ้าได้ยินไหมที่ข้าพรำเพรียกเรียกหาเจ้า)
Someone I really could care for. (ข้าเพียงหวังใครสักคนที่รักและห่วงใยในตัวข้า)
And then there suddenly appeared before me (และแล้ว ใครคนนั้นก็ปรากฎกายขึ้นเบื้องหน้า)
The only one my arms will hold (โผมาเกลียวรัดมัดอ้อมแขน)
I heard somebody whisper please adore me (พร่ำรำพันกระซิบรัก)
And when I looked, the moon had turned to gold. (เมื่อข้าแหงนมองจันทราอีกคราแสงก็สุกปลั่งดั่งสีทอง)
Blue moon (โอ้ จันทร์สีฟ้าเจ้าขา)
Now I’m no longer alone (บัดนี้ข้าไม่เหงาเศร้าใจอีกต่อไป)
Without a dream in my heart (ไม่สิ้นไร้ความฝันในหทัย)
Without a love of my own. (ไม่ต้องทนไร้รักชั่วนิรันดร์)
ริชาร์ด รอดเจอร์ส และลอเรนซ์ ฮาร์ท ปีพ.ศ. 2477 ©