แมตซ์รีพอร์ต

สเตอร์ลิ่งเบิ้ล! ซิตี้บุกถลุงวัตฟอร์ด 4-0

สเตอร์ลิ่งเบิ้ล! ซิตี้บุกถลุงวัตฟอร์ด 4-0
Premier League
Premier League
อ. 21 ก.ค.
0
4
Raheem Sterling 
(31’, 40’), 
Phil Foden 
(63’), 
Aymeric Laporte 
(66’)
ชมไฮไลท์
ราฮีม สเตอร์ลิง เหมาสองประตูทำสถิติยิงเพิ่มเป็น 19 ลูกในลีกเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ช่วยให้เรือใบมีเพิ่มเป็น 78 คะแนน ส่วน "แตนอาละวาด" ซึ่งรั้งอันดับ 17 มี 34 แต้มต้องลุ้นหนีตกชั้นในเกมสุดท้ายที่จะบุกไปเยือน อาร์เซน่อล

เกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 37 (นัดรองสุดท้าย) "แตนอาละวาด" ที่เพิ่งปลด ไนเจล เพียร์สัน จากการคุมทัพ ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นหลังรั้งอันดับ 17 เกมนี้รับมือรองจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

โดยผลงานล่าสุดของทั้งคุ่นั้น วัตฟอร์ด เพิ่งบุกไปแพ้ เวสต์แฮม 1-3 ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แม้เกมในลีกล่าสุดจะเฉือน บอร์นมัธ 2-1 ทว่าฟอร์มล่าสุดเพิ่งร่วงจาก เอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก หลังพ่ายให้ อาร์เซน่อล 0-2 ที่เวมบลี่ย์ 

เกมนี้ เฮย์เดน มัลลินส์ รักษาการแทนส่ง โรแบร์โต้ เปเรยร่า ที่ไม่ได้ลงเลยในยุคของ เพียร์สัน สตาร์ทเป็นตัวจริงล่าตาข่ายร่วมกับ อิสไมล่า ซาร์ และทรอย ดีนี่ย์ ขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัดสามประสานเป็น แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กาเบรียล เชซุส และราฮีม สเตอร์ลิง 

เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ครึ่งแรก "เรือใบสีฟ้า" ไล่บี้กดดันตั้งแต่ต้นเกม นาที 12 เกือบชิงขึ้นนำไปก่อนหลัง โรดรี้ ตะบันนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปแฉลบหลัง กาเบรียล เชซุส บอลลอยจะเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้วแต่ เบน ฟอสเตอร์ ยังเหินบินปัดออกหลังหวุดหวิด

    เจ้าบ้านรับแน่นมากจน แมนฯซิตี้ แทบจะหาโอกาสส่องแบบจะๆไม่ได้เลย นาที 22 ชูเอา คานเซโล่ เล่นชิ่งกับ กาเบรียบ เชซุส ก่อนที่คานเซโล่จะกดด้วยซ้ายไปติดบล็อค บอลมาเข้าทาง ฟิล โฟเด้น หวดด้วยซ้ายซ้ำเข้าไปแต่ก็ยังไปติดแข้งเจ้าถิ่นออกหลังเป็นเตะมุม

    จนแล้วจนรอด นาที 32 ลูกทีมของ "เป๊ป" บุกมาขึ้นนำจนได้ 1-0 จากจังหวะที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดเข้ามาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง จับหนึ่งจังหวะก่อนซัดเต็มข้อด้วยขวา บอลพุ่งแรงเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงามเป็นประตูที่ 18 ของปีกทีมชาติอังกฤษในฤดูกาลนี้


                        สเตอร์ลิ่งเบิ้ล! ซิตี้บุกถลุงวัตฟอร์ด 4-0

นาที 40 ฟิล โฟเด้น ตัดบอลได้กลางสนามก่อนพาขึ้นมาเองแล้วจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ดึงหลอกในกรอบก่อนจะโดน วิลล์ ฮิวจ์ส ทำฟาวล์ในเขตโทษผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนเจ้าตัวจะลุกขึ้นมาสังหาร ทว่าไปโดน เบน ฟอสเตอร์ เซฟไว้ได้แต่บอลยังมาตกหน้า สเตอร์ลิง ซ้ำด้วยขวาเข้าไปง่ายๆ เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ให้ แมนฯซิตี้ บุกมานำห่าง 2-0 และเป็นประตูที่ 19 เท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 

ช่วงทดเจ็บ นาที 45+1 ทีมเยือนเกือบได้เม็ดที่สาม หลัง แบร์นาร์โด้ ซิลวา จ่ายบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงด้วยขวาถากเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก วัตฟอร์ด ตามหลัง แมนฯซิตี้ 0-2

เริ่มครึ่งเวลาหลัง แมนฯซิตี้ยังไม่หยุดแค่นั้น ยังเดินหน้าลุยต่อ นาที 67 มาได้ประตูนำโด่งเป็น 4-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ชูเอา คาานเซโล่ เรียกฟรีคิกให้เรือใบ ก่อนที่ เควิน เดอ บรอยน์ จะเปิดสุดแม่นเข้าไปให้ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ ขึ้นโขกกดลงพื้นย้อนตัว เบน ฟอสเตอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม

นาที 78 เจ้าบ้านวางบอลยาวสวนกลับให้ แดนนี่ เวลเบ็ค ตัวสำรองหลุดเข้าไปแต่จังหวะจะแตะบอลหลบ เอแดร์ซอน  นั้นไม่พ้นโดนมือกาวบราซิเลี่ยนขวางเอาไว้ได้ทัน

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม วัตฟอร์ด พ่ายคาบ้านให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เละเทะ 0-4 ส่งผลให้ "เรือใบสีฟ้า" ที่การันตีรองแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้มีเพิ่มเป็น 78 คะแนน ส่วนวัตฟอร์ด แพ้นัดที่ 19 มี 34 แต้มในลีกรั้งอันดับ 17 ต้องดิ้นรนลุ้นหนีตกชั้นในเกมนัดสุดท้ายที่จะบุกไปเยือน อาร์เซน่อล ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.นี้


                        สเตอร์ลิ่งเบิ้ล! ซิตี้บุกถลุงวัตฟอร์ด 4-0

การกู้ฟอร์มคืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แน่นอนว่าเป๊ป กวาดิโอล่า ไม่พอใจฟอร์มของทีมอย่างยิ่งในเกมแพ้อาร์เซน่อลตกรอบเอฟเอคัพช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 

แต่ในเกมนี้แมนฯซิตี้ กลับมาได้อีกครั้ง พร้อมกับฟอร์มการเข้าทำ และการจบสกอร์ที่ลื่นไหล 

ประกอบกับลูกทีมของเฮย์เดน มูลลินส์ ทำเกมด้านข้างได้ไม่ดี และการป้องกันประตูของเบน ฟอสเตอร์ จึงเป็นเหตุผลเหมาะเจาะที่ทำให้ซิตี้ บุกมาถลุงประตูได้

ซิตี้ขยับและเคลื่อนที่กันอย่างลื่นไหล ถือเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ จนกวาดิโอล่าต้องบอกว่า ดั่งเชื้อเพลิงของพวกเรานั้น ถูก"เติมเต็ม"อีกครั้ง


                        สเตอร์ลิ่งเบิ้ล! ซิตี้บุกถลุงวัตฟอร์ด 4-0

เป๊ป: ความกระหายของเรากลับมาแล้ว

“ผมพูดไปก่อนหน้าแล้วว่าสำหรับพวกเรา เราสามารถเล่นได้ดีขึ้นหรือแย่ลงก็ตาม แต่ความกระหายและแพชชั่นยังต้องคงอยู่ และวันนี้เราแสดงให้เห็นแล้ว"

“คุณต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ ซึ่งนั่นไม่สำคัญเลยว่าคุณจะเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้"

แมนออฟเดอะแมตซ์ - ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

หลังเจ้าตัวซัดประตูที่ 29 รวมทุกรายการให้กับซิตี้ในฤดูกาลนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย และเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้ รั้งอันดับที่ 4 ในตารางดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ด้วยจำนวน 19 ประตู

สถิติที่น่าสนใจ

เราทำประตูใส่วัตฟอร์ดได้ทั้งหมด 12 ประตู ในฤดูกาล 2019/20 มากที่สุดจนทำลายสถิติต่อหนึ่งฤดูกาลของ แบล็คเบิร์น vs น็อตติ้งแฮมฯ ในปี 1995/96 และสเปอร์ส vs วีแกน ในปี 2009/10


                        สเตอร์ลิ่งเบิ้ล! ซิตี้บุกถลุงวัตฟอร์ด 4-0

หมายความว่าอย่างไร 

เราการันตีอันดับที่ 2 ในตารางคะแนนซีซั่นนี้แบบไม่มีเปลี่ยนแปลงแล้ว หลังเก็บชัยชนะนัดนี้ได้เป็นนัดที่ 7 นับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกกลับมารีสตาร์ทหลังช่วงล็อคดาวน์

เรามี 78 คะแนน จาก 37 เกม และมี 15 คะแนน เหนือเชลซี ที่จะต้องเผชิญหน้ากับลิเวอร์พูลในวันพุธ

โปรแกรมนัดถัดไป

เราจะกลับไปเล่นในบ้านเจอกับทีมที่ตกชั้นไปแล้วอย่างนอริช ซิตี้ ในเกมลีกเกมสุดท้ายของฤดูกาลนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม

เริ่มเตะกันในเวลา 22.00 น. และแฟนๆสามารถมาชมรายการไลฟ์ได้ทาง mancity.com.

จากนั้นเราจะมีเวลา 12 วัน เพื่อเตรียมตัวสู่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายกับเรอัล มาดริด ที่จะแข่งขันในวันที่ 7 สิงหาคม ณ เอติฮัท สเตเดียม

ไลน์-อัพ

แมนฯซิตี้ : เอแดร์ซอน โมราเอส - ไคล์ วอล์คเกอร์ (โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ น.64), เอริก การ์เซีย, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ (จอห์น สโตนส์ น.74), ชูเอา คานเซโล่ - เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้, ฟิล โฟเด้น - แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง (ริยาด มาห์เรซ น.64)

วัตฟอร์ด : เบน ฟอสเตอร์ - อาเดรียน มาเรียปป้า, คริสติย็อง กาบาเซเล่, เคร็ก ดอว์สัน, กีโก้ เฟเมเนีย - วิลล์ ฮิวจ์ส, อับดูลาย ดูกูเร่ (นาธาเนียล ชาโลบาห์ น.82), ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ - อิสไมล่า ซาร์, ทรอย ดีนี่ย์ (แดนนี่ เวลเบ็ค น.67), โรแบร์โต้ เปเรยร่า (อดัม มาซิน่า น.87)

เข้าชมพันธมิตรของสโมสรทั้งหมด

Mancity.com

31?