ดาเนียล โบดู และเบอร์ซันท์ เซลิน่า คือผู้เล่นสำรองที่ลงครึ่งหลัง ที่ได้ยิงประตูให้เรือเอาชนะบอลตัน วันเดอร์เรอร์ ไป 4-1 ที่สนามแพลต์ เลน
ซิตี้มุ่งหวังที่จะเอาชนะนิวคาสเซิล อาร์เซนอล และเซาท์แฮมตัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในอันดับที่สูงกว่าเรือใบสีฟ้าในตารางลีกยู 18
ในการปะทะกับฝ่ายตรงข้ามนัดนี้ ทัพของเจสัน วิลคอกซ์ ได้เตรียมพร้อมเต็มที่ โดยมีชาร์ลี อัลบินสันเป็นนายทวาร ส่วนชาร์ลี โอลิเวอร์ก็ได้ลงสนามผนึกกำลังกับโทซิร อาดาราเบียงโย ในแดนหลังตรงกลาง ขณะที่แอช สมิธ บราวน์ ประจำตำแหน่งมิดฟิลส์เช่นเดียวกับคีน ไบรอัน ที่ได้หวนคืนสนามหลังจากบาดเจ็บเล็กน้อยและไม่ได้ลงเล่นปะทะเซาท์แฮมตัน
สองทีมต้องมาดวลแข้งกันในสนามที่มีความหนาวเย็นและท้องฟ้ามืดครึ้มในเดือนพฤศจิกายน
ดูเหมือนว่าซิตี้จะคุมพื้นที่ได้ดีในครึ่งแรก โดยไบรอัน สมิธ บราวน์ พยายามยิงจากกลางสนามและยังได้โหม่งลูกจากกลางกรอบ แต่ลูกปั่นของเขายังไม่ทรงพลังพอที่จะเจาะตาข่ายของบอลตันที่คุมโดยแฮร์รี่ แคมพ์เบลล์
โอลิเวอร์เองก็พยายามยิงแต่ก็ถูกแคมพ์เบลล์สกัดไว้ได้ ด้านสมิธ บราวน์ก็ได้ส่งลูกผ่านไปให้เธียรี่ แอมบรอส โหม่งแต่ก็พลาดไป
ดูเหมือนซิตี้จะไม่มีโชคพอที่จะเจาะตาข่ายของผู้มาเยือน จนกระทั่งนาทีที่ 45 ปาโบล มาฟฟิโอ ได้ปั่นลูกทรงพลังเข้าไปในตาข่ายได้สำหรับเป็นประตูแรกให้เรือเล็ก
ส่วนครึ่งหลัง เรือใบสีฟ้าเล่นเข้าขากันได้ดีทั้งทีม แม้ว่าบอลตันจะยิงตีเสมอมาได้สิบนาทีหลังจากเล่นครึ่งหลัง โดยนักเตะปีก เจมมี่ โธมัส ยิงเข้าไปในนาทีที่ 54 โดยรับลูกอัลบินสันที่ส่งมาจากฝั่งซ้าย
ผู้มาเยือนเกือบจะทำประตูที่สองได้ โดยกัปตันเลียม กิบสัน ได้ยิงระยะไกลพยายามเจาะตาข่ายของเรือเล็ก
นาทีที่ 65 โบดูลงเล่นแทนไบรอัน โดยโบดูได้พาลูกไปยังกลางกล่องและปั่นลูกเข้าประตูอย่างสวยงามเป็นประตูที่สองของซิตี้ ในนาทีที่ 67
โบดูยังผนึกกำลังกับแบรนดอน บาร์คเกอร์ ร่วมมือกันเจาะตาข่ายของแคมพ์เบลล์แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งนาทีที่ 74 เซลิน่า จึงได้ซัลโวประตูที่สามให้ซิตี้
ตอนนี้บอลตันคุมเกมได้ไม่ดีนักหลังจากที่ซิตี้ผนึกกำลังแข็งแกร่งมากในครึ่งหลัง นาทีที่ 92 แองเจลิโน่ ตัวสำรองได้โหม่งเข้าลูกกลางประตู
สุดท้ายทัพวิลคอกซ์ชนะผู้มาเยือนแบบใสๆ โดยยิงสี่ประตู ทั้งนี้นัดต่อไปซิตี้ยู18 จะไปประจันบานกับแบล็คเบิร์นในวันเสาร์ที่จะถึงนี้