เริ่มต้นกับที่สิงโตคำราม ที่น่าจะมีโอกาสได้ไปศึกเวิล์ด คัพ 2556 ร่วมทีมโดยเจมส์ มิลเนอร์และโจ ฮาร์ท แม้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ก.ย.56) ทัพสิงโตคำรามสู้แบบหืดขึ้นคอและเสมอกับยูเครนไป 0-0 ที่เคียฟ ซึ่งยูเครนในกลุ่ม H ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของอังกฤษในรอบคัดเลือก

รอย ฮัดจ์สัน วางตัวให้มิลเนอร์เป็นนักเตะชุดใหญ่เสียบแทนแดนนี่ เวลล์บีค ซึ่งเป็นการเปลี่ยนตัวครั้งเดียวในการแข่งขันนัดที่ถล่มโมลโดวาไปอย่างราบคาบ 4-0 ที่เวมบลีย์ ในคืนวันศุกร์ (6 ก.ย.56)

นี่หมายความว่าฮาร์ทจะรักษาตำแหน่งนายทวาร ส่วนริกกี้ แลมเบิร์ต ได้ร่วมทีมชาติครั้งที่สามหลังจากที่ทำประตูที่สองให้กับอังกฤษซึ่งยังเป็นที่กังขาในชัยชนะเมื่อสี่วันก่อนหน้านี้

ความเครียดและความวุ่นวายใจเกิดขึ้นแน่นอนในเกมการแข่งขันเมื่อไม่มีใครยิงประตูได้แต่ทั้งโจและเจมส์ก็ได้เตะบอลรอบคัดเลือกกลุ่ม H

ชะตาชีวิตของอังกฤษขึ้นอยู่กับนักเตะสิงโตคำราม ซึ่งพวกเขาจะต้องไปต่อกรกับโปแลนด์และมอนเตเนโกรในรอบคัดเลือกที่เหลืออยู่ที่เวมบลีย์ สานต่อความฝันในการไปลุยศึกเวิล์ด คัพ

มาดูกันต่อที่โกเมล ฝรั่งเศสพบกับเบลารุส โดยกาเอล ดิดิเยร์ เดอชอง ได้วางตัวให้คลิชชี่ลงสนามแทนแพทริก อีฟรา ส่วนซามีร์ นาสรีนั้นจำต้องนั่งอยู่ขอบสนามในตำแหน่งผู้เล่นสำรอง  

ฝ่ายของเดชองถูกนำไปก่อน 1-0 ในครึ่งแรก แต่แล้วก็สามารถเอาคืนได้ด้วยการยิงจุดโทษหลังจากนาทีที่ 47 ต้องขอบคุณแฟรงค์ ริเบอรี่ ที่ซัลโวตีเสมอ

แต่แล้วฝรั่งเศสก็ขึ้นนำได้อีกก่อนนาทีที่ 60 คราวนี้เดชองเรียกตัวนาสรีลงสนามแทนปาเยต

สองนาทีถัดมา ริเบอรี่ ตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนที่นาสรีจะยิงประตูเพื่อชาติได้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการยิงประตูที่งดงามด้านนอกจุดโทษ เขาทำได้ในแปดนาทีหลังจากลงสนาม

พอกบาได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสามารถของทีมอีกหนึ่งประตู สุดท้ายฝรั่งเศษชนะเบลารุสไป 4-2  

เอดิน เซโก้ นักเตะชาวบอสเนียจำเป็นต้องกู้คะแนนกลับมาให้บอสเนียหลังจากพ่ายเป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (6 ก.ย.56) เพือที่หนึ่งในกลุ่ม H

บอสเนียเสียประตูให้ฝ่ายตรงข้ามไปก่อน 1-0 โดยมารึ แฮมซิคได้หวดเข้าประตูไปได้นาทีที่ 45 แต่บอสเนียก็ไม่หวั่นไหว เออร์มิน บิแคกคิกและไอเซต ฮาร์โยวิค ได้เอาประตูคืนในครึ่งหลัง ช่วยกอบกู้คะแนนให้บอสเนียได้ในที่สุด เซโก้ได้ลงเล่น 90 นาทีเต็ม และชนะไป 2-1 ซึ่งฟอร์มของเซโก้น่าจะทำให้เขาได้ตำแหน่งในเวิล์ด คัพ

ด้านเซอร์เบียเดินทางไปเยือนคาร์ดิฟฟ์เพื่อต่อกรกับเวลส์ หลังจากที่ทีมเสมอกับโครเอเชีย 1-1 ในช่วงทดเวลา

ซินิซา มิฮาจโลวิค เรียกตัวมาติยา นาสตาซิซ และอเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ลงสนาม ซึ่งโคลารอฟได้ยิงลูกไกล 30 หลา ทำให้ทีมชนะไป 2-0

ต่อจากนั้น มาร์โควิค ก็ได้ทำประตูที่สามหลังจากนาทีที่ 55 เพื่อยืนยันในการเก็บสามแต้ม โดยนักเตะเรือใบสองคนข้างต้นได้ลงเล่นเต็มเวลา

คราวนี้มาดูทีมชาติสเปนกันบ้าง ฆาบี การ์เซีย ที่ได้ร่วมทีมชาติสเปนเป็นครั้งที่สองหลังจากที่เขาได้ลงเตะครั้งแรกในแมตช์กระชับมิตรระหว่างชิลี

อัลวาโร เนเกรโด และเฆบุส นาบาส ต้องนั่งอยู่ขอบสนามในฐานะนักเตะสำรอง ส่วนดาบิด ซิลวาจำต้องกลับบ้านที่แมนเชสเตอร์หลังจากเกิดอาการบาดเจ็บในการพบกับฟินแลนด์เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว

ช่วงแรก สเปนค่อนข้างระส่ำระสาย ปล่อยให้ชิลีนำไปก่อนแบบง่ายๆ แต่เมื่อทุกอย่างเข้าที่ นักเตะสเปนก็ปล่อยของเต็มที่ หลังจากที่ถูกนำไป 1-0 ห้านาทีต่อมา เอ็ดโด วาร์กัส ก็ได้ยิงลูกเตะมุมเข้าประตูไปได้

ชิลีนำอยู่ไม่นาน หลังจากนาทีที่ 38 กองหน้าของสเปอร์ส โรแบร์โต้ โซลดาโด ก็โหม่งลูกเข้าประตูไปได้ แต่ชิลีก็รุกกลับหนักหน่วงทำประตูนำไปอีกก่อนหมดเวลาครึ่งแรกเพียงหนึ่งนาที โดยวาร์กัสปล่อยของยิงเข้าไปเป็นประตูที่สอง

ด้านนักเตะเรือใบสองหน่วยที่เป็นผู้เล่นสำรองนั้น สุดท้ายนาบาสก็ได้ลงเล่นในครึ่งหลัง ส่วนเนเกรโดลงสนามแทนโซลดาโดหลังจากนาทีที่ 66 ด้านการ์เซียถูกใบเหลืองในขณะที่เหลือเวลาเพียงสิบนาที ดูเหมือนว่าสเปนจะต้องทำประตูตีเสมอให้ได้ไม่เช่นนั้นก็คงแพ้ไม่เป็นท่า

และแล้วเฆบุส นาบาส ก็ทำประตูตีเสมอต่อลมหายใจให้สเปน ด้วยการับบอลมาจากเปโดร

สำหรับทีมชาติโรมาเนียที่ปะทะกับตุรกีนั้น คอสเทล พานติลิมอน ไม่ได้ลงเล่นในแมตช์นี้

สุดท้าย ทีมชาติอาร์เจนติน่าสามารถจองตั๋วไปบราซิลได้  หลังจากเอาชนะปารากวัยไปได้งดงาม 5-2  โดยเลียวเนล เมซซี ยิงสองประตู ส่วนเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ยิงได้หนึ่งประตูในนาทีที่ 32

ค่ำคืนที่ผ่านมาถือเป็นแสงสว่างให้สาวกเรือใบได้ประจักษ์ถึงคุณภาพเหล่านักเตะที่เก่งกล้าสามารถ เป็นสัญญาณทีดีของเรือใบที่น่าจะคว้าชัยในฤดูกาลนี้