แชมป์เปี้ยนได้โชว์ฟอร์มให้เห็นเป็นบุญตาในนัดที่สองของพรีเมียร์ ลีก หลังจากได้โชว์ฟอร์มเฉียบ 100% ในนัดแรกเปิดฤดูกาล
สองประตูจากสตีเฟ่น โยเวติช และอีกหนึ่งเม็ดจากเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ที่ใช้เวลาไม่ถึงนาทีหลังจากลงสนามเป็นนักเตะสำรอง
นัดนี้มีการเปลี่ยนสองนักเตะที่ต่างจากนัดที่เอาชนะนิวคาสเซิล 2-0 โดยปาโบล ซาบาเลต้า ได้ลงมาประจำแดนหลังตัวขวา ทำให้กาเอล คลิชชี่ ต้องเปลี่ยนตำแหน่งมาประจำฝั่งซ้าย ทำให้อเล็กซ์ โคลารอฟ กลายเป็นผู้เล่นสำรอง
แฟนๆ ลิเวอร์พูลได้ต้อนรับทีมโปรดของเขาในสนามเอทิฮัดโดยมีความทรงจำที่เลวร้ายและความรวดร้าวที่เจ้าบ้านซิตี้สอยแชมป์ลีกไปครองกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา
สตีเฟ่น เจอร์ราด ได้รับการเชียร์จากแฟนเรือใบ ซึ่งในนัดนี้นักเตะคนใหม่ มาริโอ้ บาลอตเตลิ ไม่ได้อยู่ในผังนักเตะของลิเวอร์พูล แต่อดีตขวัญใจชาวเรือใบก็ได้ปรากฎตัวเป็นผู้สังเกตการณ์
15 นาทีแรก โจ ฮาร์ท ทำงานหนักเนื่องจากการจู่โจมที่ต่อเนื่องของราฮีม สเตอร์ลิ่ง อีกด้านยาย่า ตูเร่ ได้ยิงไกล 20 หลา ถึงแม้ว่าจะเฉียดเสาไปหน่อยเดียว ดูเหมือนผู้มาเยือนโจมตีหนักและมีโอกาสซัลโว ในขณะที่เจ้าบ้านยังเป็นฝ่ายสกัดและเป็นฝ่ายตามมากกว่า
แต่แล้ว วินาทีที่แฟนเรือใบรอคอยก็มาถึง ซาบาเลต้านำลูกเข้าไปในไกลและส่งให้ซิลบาที่ได้ส่งต่อให้โยเวติช ที่ได้สวนกลับทันที ยิงได้รวดเร็วหมดโอกาสที่โจ อัลเลนจะสกัดไว้ได้ นักเตะชาวมอนเตเนรโกยิงประตูแรกในระยะหกหลาในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียงสี่นาทีก่อนหมดครึ่งแรก
ประตูนี้เป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าแม้ซิตี้จะไม่ได้โชว์ฟอร์มสุดยอดแต่ก็สามารถทำประตูได้ ลิเวอร์พูลไม่ย่อท้อ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ได้โอกาสยิงตีเสมอในนาทีที่ 49 แต่กรรมการโบกธงออฟไซด์ นี่อาจเป็นคำเตือนให้เจ้าบ้านรู้ว่าผู้มาเยือนมีความสามารถที่จะทลายปราการหลังด้วยการส่งบอลให้กับสามครั้ง
ครึ่งหลัง เจ้าบ้านบุกหนักขึ้น หกนาทีต่อจากนั้น เสียงเฮฮาก็ดังลั่นเอทิฮัด สเตเดี้ยม เมื่อโยเวติช ได้โชว์ฟอร์มเฉียบยิงดับเบิ้ลหลังจากรับมือจากซามีร์ นาสรี ที่ได้นำบอลเข้าไปในกล่อง โยเวติชจบสกอร์ด้วยการใช้เท้าซ้ายยิงเข้าตาข่ายเต็มๆ
สตีเฟ่น ได้ผงาดขึ้นมาเป็นกองหน้าฝีมือคม เขาได้ยิงประตูที่แยงกี้ สเตเดี้ยม ในศึกอินเตอร์เนชั่นแนล แชมป์เปี่ยน คัพ และนัดนี้เขายิงทัพเบรนดัน รอด์เตอร์ ถึงสองประตู
เกมนี้ยังมีประตูที่สามจากเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ที่ได้เปลี่ยนตัวกับเอดิน เซโก้ เป็นผู้เล่นสำรองที่หาช่องยิงประตูได้ภายใน 23 วินาที หลังจากที่รับลูกตัดที่ยอดเยี่ยมของนาบาส
ไม่มีใครคาดว่าเจ้าบ้านจะยิงผู้มาเยือนได้สามประตู นี่อาจเป็นข้อความที่ทัพเปเยกรินี่ต้องการจะส่งไปให้ลิเวอร์พูลและทีมคู่แข่งได้รู้ว่า ซิตี้จะรักษาแชมป์พรีเมียร์ ลีก ไว้ให้จงได้
ริกกี้ แลมเบิร์ต ได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองและได้ยิงประตูกู้หน้าให้หงส์แดงในนาทีที่ 83 แม้โจ ฮาร์ท ได้พยายามสุดแรงที่จะเก็บคลีนชีท สุดท้ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บสามแต้มได้จากเกมเหย้าแรกของฤดูกาลด้วยสกอร์ 3-1
คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ทวิตเตอร์ @MCFCThai โดยจะทวีตรายงานสดและโพสต์ภาพมันๆ จากขอบสนามในทุกเกมของซิตี้ และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th