ซิตี้บุกคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ด้วยสถิติชนะหกนัดต่อเนื่อง ซิตี้เป็นตัวเต็งนัดนี้ปะทะเลสเตอร์ที่พ่ายแปด เสมอสอง จากการเล่นสิบนัด
นัดนี้ดาบิด ซิลบา,ยาย่า ตูเร ,แฟรงค์ แลมพาร์ด และวินเซนต์ คอมพานี่ ได้เป็นตัวจริง ในขณะที่เอดิน เซโก้ ต้องถูกเสียบแทนเพราะได้รับบาดเจ็บขณะวอล์มอัพ นี่เองทำให้โจเซ แองเจิล โปโซ กลายเป็นตัวจริงแทน เพราะทั้งอากูเอโร่และโยเวติช ต่างก็ได้รับบาดเจ็บ
จิ้งจอกได้เป็นขวากหนามแก่ซิตี้จริงๆโดยเฉพาะช่วงนาทีที่ 13 เมื่อเจมี่ วาร์ดี วิ่งแข่งกับม็องกาลาเพื่อนำลูกขึ้นหน้า ต่อจากนั้นในนาทีที่ 22 เอสเตบัย คัมเบียโซ ได้ยิงฟรีคิกระยะ 35 หลาซึ่งโจ ฮาร์ท ได้ปกป้องประตูได้หวุดหวิด โดยซิตี้ไม่ได้โอกาสยิงตรงเป้าในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก จะมีก็แต่โอกาสที่โปโซได้วอลเลย์ระยะ 18 หลา แต่นายทวารเจ้าบ้านก็สกัดไว้ได้
นายทวารเบน ฮาเมอร์ ทำงานหนักหน่วงเมื่อยาย่า ตูเร ยิงลูกต่ำจากมุมกล่องในนาทีที่ 32 โดยซิตี้พยายามที่จะหาทางฟันฝ่าแดนหลังหนาปึ้กของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้คลีนชีทเพียงสองนัดในซีซั่นนี้
แต่แล้ว ห้านาทีก่อนหมดครึ่งแรก ซิตี้ก็เจาะตาข่ายสำเร็จด้วยความพยายามของซามีร์ นาสรี ที่ได้เก็บบอลจากทางซ้ายและส่งต่อให้แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ได้ยิงหกหลาเข้าประตูไป เขาได้ทำประตูที่หกให้ซิตี้ในฤดูกาลนี้
ครึ่งหลัง ศูนย์หน้าโปโซถูกเสียบแทนก่อนหมดเวลา 20 นาทีทำให้ซิตี้มีหกมิดฟิลว์อยู่ในสนาม สิ่งที่น่าห่วงของชาวเรือใบสีฟ้าก็คือการบาดเจ็บของคอมพานี่ที่ทำให้เดมิเคลิสต้องมาเสียบแทนกัปตันชาวเบลเยี่ยมในช่วงท้ายเกม
แม้ซิตี้จะไม่อาจเพิ่มประตูได้ แต่การคว้าสามแต้มและคลีนชีทจากคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ก็ยังทำให้ซิตี้คงความเป็นรองจ่าฝูงและห่างเชลซีสามแต้ม
ร่วมใจลงเรือรบและเชียร์ซิตี้สดๆ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai โดยจะทวีตรายงานสดและโพสต์ภาพมันๆ จากขอบสนามในทุกเกมของซิตี้ และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th