Frank Lampard’s 175th Premier League goal was enough to give City a 1-0 victory over a spirited Leicester at the King Power Stadium.

ซิตี้บุกคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ด้วยสถิติชนะหกนัดต่อเนื่อง ซิตี้เป็นตัวเต็งนัดนี้ปะทะเลสเตอร์ที่พ่ายแปด เสมอสอง จากการเล่นสิบนัด

นัดนี้ดาบิด ซิลบา,ยาย่า ตูเร ,แฟรงค์ แลมพาร์ด และวินเซนต์ คอมพานี่ ได้เป็นตัวจริง ในขณะที่เอดิน เซโก้ ต้องถูกเสียบแทนเพราะได้รับบาดเจ็บขณะวอล์มอัพ นี่เองทำให้โจเซ แองเจิล โปโซ กลายเป็นตัวจริงแทน เพราะทั้งอากูเอโร่และโยเวติช ต่างก็ได้รับบาดเจ็บ  

david

จิ้งจอกได้เป็นขวากหนามแก่ซิตี้จริงๆโดยเฉพาะช่วงนาทีที่ 13  เมื่อเจมี่ วาร์ดี วิ่งแข่งกับม็องกาลาเพื่อนำลูกขึ้นหน้า ต่อจากนั้นในนาทีที่ 22 เอสเตบัย คัมเบียโซ ได้ยิงฟรีคิกระยะ  35 หลาซึ่งโจ ฮาร์ท ได้ปกป้องประตูได้หวุดหวิด โดยซิตี้ไม่ได้โอกาสยิงตรงเป้าในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก จะมีก็แต่โอกาสที่โปโซได้วอลเลย์ระยะ 18 หลา แต่นายทวารเจ้าบ้านก็สกัดไว้ได้

นายทวารเบน ฮาเมอร์ ทำงานหนักหน่วงเมื่อยาย่า ตูเร ยิงลูกต่ำจากมุมกล่องในนาทีที่ 32 โดยซิตี้พยายามที่จะหาทางฟันฝ่าแดนหลังหนาปึ้กของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้คลีนชีทเพียงสองนัดในซีซั่นนี้

Lamp

แต่แล้ว ห้านาทีก่อนหมดครึ่งแรก ซิตี้ก็เจาะตาข่ายสำเร็จด้วยความพยายามของซามีร์ นาสรี ที่ได้เก็บบอลจากทางซ้ายและส่งต่อให้แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ได้ยิงหกหลาเข้าประตูไป เขาได้ทำประตูที่หกให้ซิตี้ในฤดูกาลนี้

ครึ่งหลัง ศูนย์หน้าโปโซถูกเสียบแทนก่อนหมดเวลา 20 นาทีทำให้ซิตี้มีหกมิดฟิลว์อยู่ในสนาม สิ่งที่น่าห่วงของชาวเรือใบสีฟ้าก็คือการบาดเจ็บของคอมพานี่ที่ทำให้เดมิเคลิสต้องมาเสียบแทนกัปตันชาวเบลเยี่ยมในช่วงท้ายเกม

yaya

แม้ซิตี้จะไม่อาจเพิ่มประตูได้ แต่การคว้าสามแต้มและคลีนชีทจากคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ก็ยังทำให้ซิตี้คงความเป็นรองจ่าฝูงและห่างเชลซีสามแต้ม

ร่วมใจลงเรือรบและเชียร์ซิตี้สดๆ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai  โดยจะทวีตรายงานสดและโพสต์ภาพมันๆ จากขอบสนามในทุกเกมของซิตี้ และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th