ซิตี้นัดนี้ต้องบุกรังโรม่าและคว้าสามแต้มมาเพื่อสานฝันเข้าสู่รอบสิบหกทีมสุดท้ายให้ได้ โดยซิตี้ยังไม่เคยปะทะกับทีมฝั่งอิตาลีถึงถิ่นมาก่อน
หลังจากออกตัวไม่ดีในแชมป์เปี้ยน ลีก ในรอบกลุ่มซีซั่นนี้ ในที่สุดเรือใบสีฟ้าก็แล่นฉิวเขี่ยเจ้าบ้านตกรอบ 2-0 ด้วยการยิงสองประตูในครึ่งหลังจากซามีร์ นาสรี และปาโบล ซาบาเลต้า
ณ จุดนี้ น่าจะทำให้ซิตี้มีโมเมนตัมที่ดีในการสู้ในรอบต่อไปในรายการยุโรป
ซิตี้รู้ว่าพวกเขามีโอกาสที่ดีกว่าซีเอสเคเอที่ต้องเผชิญหน้ากับเสือใต้ แม้จะไม่มีกัปตันคอมพานี่,ยาย่า,อากูเอโร่และซิลบาเป็นตัวจริงในนัดสำคัญยิ่งนี้
โรม่าบุกแรงตั้งแต่ต้นเกมโดยนำบอลขึ้นไปหมายยิงโจ ฮาร์ท (กัปตันในนัดนี้) เพียงห้านาทีหลังเปิดเกม แต่ช็อตของเขาถูกฮาร์ทเซฟได้งามแท้
อดีตกองหน้าอาร์เซนอล เจอร์วินโฮ ก็ได้ขึ้นหน้าไปกดดันฮาร์ท ซึ่งนายทวารซิตี้ก็ได้โชว์ซูเปอร์เซฟในนาทีที่ 21
นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกซัดของเจมส์ มิลเนอร์ ถูกสกัดโดยนายทวารเดอ แซนค์ทิส ตามด้วยเซโก้ที่ซัดบอลเผาขนหลังนาสรีส่งให้ อีกทั้งสองนาทีต่อมานาบาสซัลโวบอลต่ำเข้าประตูไป แต่กรรมการระบุว่าเซโก้ทำฟาลว์ จึงไม่อนุญาตให้เป็นประตู
หกนาทีก่อนหมดครึ่งแรก นาบาสได้เซ็ทบอลให้มิลเนอร์ซัดแต่นายทวารเจ้าบ้านก็วิ่งเร็วมาสกัดไว้ด้วยสองขา พิสูจน์ให้เห็นว่าฟอร์มดุดันของเรือใบสีฟ้าในครึ่งแรก
ครึ่งหลัง แฟนเรือใบสีฟ้าได้เฮลั่นเมื่อเห็นนาสรียิงประตูสุดคมจากระยะ 20 หลา
ด้านโรม่าไม่ยอมแพ้ เกือบยิงได้สองประตูในเวลา 60 วินาที เริ่มจากมาโนลัซโหม่งบอลชาญฉลาด แต่กัปตันฮาร์ทเหนือกว่าเพราะใช้มือปัดออกไปได้ ต่อจากนั้นเดมิเคลิสก็ต้องมาเคลียร์บอลในช็อตที่สองของเจ้าบ้าน
และแล้ว เมื่อซิลบาคืนสนามในฐานะนักเตะสำรอง นาสรีผนึกกำลังกับซาบาเลต้า แดนหลังก็ได้ยิงเผาขนเป็นประตูที่สองให้แฟนๆกระโดดตัวลอยในนาทีที่ 86
ซาบาเลต้าวิ่งฉลองประตูของเขาต่อหน้าแฟนๆซิตี้ที่มาเชียร์จำนวน 1500 คน ที่ดีใจสุดขีดเมื่อเห็นทีมรักลอยลำเข้ารอบสิบหกทีมสุดท้ายในแชมป์เปี้ยน ลีก
อีกด้านบาเยิร์น มิวนิก ยิงซีเอสเคเอ 3-0
ร่วมใจลงเรือรบและเชียร์ซิตี้สดๆ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai โดยจะทวีตรายงานสดและโพสต์ภาพมันๆ จากขอบสนามในทุกเกมของซิตี้ และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th