ซิตี้ใกล้จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่สองในสามปีหลังจากที่ทุ่มสุดตัวสู้ขาดใจเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 3-2 ในนัดที่สุดระทึกที่กู้ดดิสัน พาร์ค
เรือใบเป็นฝ่ายไล่ตามเมื่อเจ้าบ้านทำประตูเยี่ยมจากรอส บาร์คลีย์ ได้นาที่สิบ ซึ่งมิดฟิลว์ชาวอังกฤษยิงม้วนลูกเข้ามุมบนระยะ 20 หลาเข้าประตูทัพเรือ สุดที่โจ ฮาร์ท จะต้านทานไว้ได้
แต่เรือไม่เสียกำลังใจ มุ่งมานะเต็มที่และยิงเสมอได้ในนาทีที่ 22 เมื่อเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ซัลโวลูกต่ำทรงพลังฝ่าทิม โฮวอร์ด ไปได้เป็น 1-1 แม้นาทีต่อมาเรือจะเสียอากูเอโร่เพราะต้องออกจากเกมเพราะได้รับบาดเจ็บที่ขาหนีบ โดยเฟอร์นันดินโญ่เข้ามาเสียบแทน
สองนาทีต่อมา ซิตี้ก็ยิงประตูได้โดยเอดิน เซโก้ ที่ได้รับลูกตัดของเจมส์ มิลเนอร์ และโหม่งเข้าประตูไปได้สวยสะใจแฟนๆ เป็น 2-1

ยาย่าต้องบุกขึ้นมาเป็นทัพหน้าคู่กับเซโก้ในครึ่งแรกเมื่ออากูเอโร่ออกจากเกม ซึ่งแน่นอนว่าเขาพยายามหาโอกาสทำประตูพร้อมทั้งส่งบอลงามๆ ตลอด
ครึ่งหลัง เซโก้ผงาดอีกครั้งและยิงประตูเผาขนให้เรือเป็น 3-1 โดยรับลูกที่ซามีร์ นาสรี ส่งมาให้จากฝีมือล้วนๆของนักเตะชาวฝรั่งเศส
แต่แล้วในนาทีที่ 65 เจ้าบ้านก็ฮึกเหิมขึ้นมาเมื่อลูคาคูได้ยิงประตูไล่ตามมาเป็น 2-3 สร้างความปั่นป่วนให้เรือพอควร และมีการทดเวลาบาดเจ็บหกนาทีเพราะเซโก้ได้รับบาดเจ็บนอนแผ่ในสนามและถูกใบเหลือง สุดท้ายเรือก็แล่นคว้าสามแต้มกลับบ้านได้สำเร็จเมื่อนกหวีดเป่าหมดเวลาและชนะท็อฟฟี่ผู้ดื้อดึงสำเร็จล้างสถิติเก่าที่ไม่ค่อยได้ชัยชนะที่กู้ดดิสัน พาร์ค จนได้ ณ ตอนนี้เรือเหลือสองนัดในบ้านปะทะแอสตัน วิลล่า
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสองนัดสุดท้ายในลีกกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai โดยจะทวีตรายงานสดซิตี้ปะทะแอสตัน วิลล่า ในวันที่ 7 พ.ค. เวลาไทย 01.45 น. เวลาท้องถิ่น 19.45 น.และเยี่ยมชมเว็บไซด์ภาษาไทยอย่างเป็นทางการได้ที่ mcfc.co.th