ความหวังยูฟ่าแชมป์เปี้ยน ลีก ของซิตี้ยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายหลังจากพ่ายซีเอสเคเอ มอสโคว์ 2-1
นัดนี้มีหลายเรื่องที่ช็อคชาวเอทิฮัดทั้งการยิงสองประตูของดัมเบียและใบแดงสองใบของเจ้าบ้าน ที่แจกให้แก่เฟอร์นันดินโญ่และยาย่า ตูเร ทำให้เรือใบสีฟ้าซวนเซลงไปอย่างเห็นได้ชัด
ขณะนี้ซิตี้เหลือความหวังอีกสองเกมสุดท้าย โดยจะต้องพยายามพิชิตบาเยิร์น มิวนิก และเอเอส โรม่า
ดัมเบียได้โหม่งเผาขนยิงประตูแรกทำเอาซิตี้เสียขวัญไปในนาทีที่สอง แต่ 96 วินาทีต่อมา ยาย่า ตูเร ก็ได้ยิงฟรีคิกสังหารตีเสมอมาได้งดงามในนาทีที่เจ็ด
ดัมเบียฉวยโอกาสยิงประตูที่สองก่อนหมดครึ่งแรกสิบนาที
นัดนี้มีความแปลกประหลาดตรงที่สองทีมได้พบกันที่เอทิฮัดในวันเดือนเดียวกันในรายการนี้เมื่อปีที่แล้ว โดยครั้งก่อนเนเกรโด้ได้ยิงสุดยอดประตูในนัดที่ซิตี้เอาชนะซีเอสเคเอ 5-2
ตามสถิติ เก้าแต้มของทัพมูรินโญ่ในฤดูกาล 2009/10 คือแต้มที่น้อยที่สุดของแชมป์เปี้ยน ลีก แต่ในขณะนี้ซิตี้เสมอสองจากสามเกม
ซิตี้ขาดผู้เล่นสำคัญอย่างดาบิด ซิลบาและโคลารอฟประมาณหนึ่งเดือน รวมทั้งไม่มีแฟรงค์ แลมพาร์ด ทำให้เปเยกรินี่ใช้นักเตะผังเดิมที่พิชิตปีศาจแดงในศึกดาร์บี้ ยกเว้นคนเดียวที่เปเยกรินี่นำมาเล่นในนัดนี้คือม็องกาลา แทนที่สกอต ซินแคลร์
เมื่อเกมเปิด คลิชชี่ทำฟาลว์ใช้แฮนด์บอล ทำให้เบบราส ได้ยิงฟรีคิก ซึ่งบอลได้ส่งให้ดัมเบียโหม่งเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย
เจ็ดนาทีต่อมา โยเวติชถูก่ทำฟาลว์โดยแดนหลังดูโอ้ของผู้มาเยือน ส่งผลให้ให้ยาย่า ตูเร ได้ออกมารับหน้าที่ยิงสังหารระยะ 20 หลา เข้ามุมบนประตูของนายทวารอิกอร์
ในขณะที่เปเยกรินี่มองหาลู่ทางยิงประตูที่สอง ดัมเบียก็ยิงประตูที่สองเมื่อมาร์ติน เดมิเคลิสไม่สามารถสกัดบอลไว้ได้ ทำให้กองหน้าเซเนกาลซได้ช่องวิ่งไปซัลโวโจ ฮาร์ท แต่คลิชชี่และคอมพานี่ได้สกัดลูกอันตรายไว้ได้ทัน ทำให้บอลกว้างออกไป
เซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ เกือบยิงประตูได้ในนาทีที่ 20 หลังจากนายทวารอาคินฟีฟเซฟลูกของกองหน้าเบอร์หนึ่งไว้ได้สองครั้ง
เป็นเรื่องเศร้าของซิตี้ที่บอลที่คลิชชี่พยายามสกัดไว้ดันไปเข้าเท้าของนัตโชที่ได้สไลด์ต่อให้ดัมเบียเพื่อยิงประตูที่สอง ซึ่งเป็นการยิงซิตี้ครั้งที่ห้าจากการเล่นสี่นัดของเขา
ครึ่งหลัง เปเยกรินี่ได้นำซามีร์ นาสรี และเฟอร์นันดินโญ่ และได้เปลี่ยนมาใช้สูตร 4-3-3 โดยให้ยาย่าขึ้นหน้ามาอยู่ช่วยอากูเอโร่
กุนเกือบยิงประตูได้หลังจากที่เจมส์ มิลเนอร์ ส่งลูกม้วนตัดมาให้ในนาทีที่ 57 แต่โชคร้ายที่อากูเอโร่ไม่อาจรับบอลที่ส่งมาได้ทันการณ์
สี่นาทีต่อมา มิลเนอร์ได้ยิงลูตัดทรงพลังจากมุมไกล แต่ผู้รักษาประตูทีมชาติรัสเซียใช้ขาสกัดไว้ได้ก่อนจะกลายเป็นลูกอันตราย
เอดิน เซโก้ ได้ลงเล่นเป็นผู้เล่นสำรองคนสุดท้าย แต่ข่าวร้ายของซิตี้ก็คือเฟอร์นันดินโญ่ถูกส่งตัวออกหลังจากได้สองใบเหลือง ซึ่งไม่มีใครตำหนิการแจกใบเหลืองแรก แต่ใบที่สองมีความเห็นที่แตกต่างกัน เพราะนักเตะบราซิลถูกกรรมการแจกใบเหลืองเพราะพยายามสกัดกองหน้าซีเอสเคเอ
นอกจากนี้ ยังมีคำวิจารณ์มากมายเกี่ยวกับการตัดสินของกรรมการทาซอซ ซิดิโรพูลอส ที่ได้แจกใบเหลืองให้นักเตะผิดคน ความจริงแล้วคนที่ดึงเสื้ออากูเอโร่คือพอนตุส เวิรนบลูม แต่กรรมการชาวกรีกกลับแจกใบเหลืองให้อินาเชวิคแทน
เคราะห์ซ้ำซิตี้อีกเมื่อโดนลดเหลือเก้าคน หลังจากที่ยาย่าถูกแจกใบแดงจากการทำฟาลว์อีเรเมนโก
ต่อจากนั้น อากูเอโร่ก็โดนใบเหลืองในนาทีสุดท้ายก่อนที่กรรมการปฎิเสธไม่ให้ลูกโทษหลังจากที่กุนถูกทำฟาลว์ล้มลงในช่วงทดเวลาเจ็บ
สุดท้าย ซิตี้แพ้ทางซีเอสเคเอ มอสโคว์ 1-2
ร่วมใจลงเรือรบและเชียร์ซิตี้สดๆ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai โดยจะทวีตรายงานสดและโพสต์ภาพมันๆ จากขอบสนามในทุกเกมของซิตี้ และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th