อากูเอโร่ยิงสองประตูในครึ่งแรกและได้ยิงถล่มสเปอร์ 4-1 ซึ่งในนัดนี้เราได้เห็นอากูเอโร่และโซลดาโด ที่ต่างยิงจุดโทษไม่เข้าเป้าคนละครั้ง
ดูเหมือนว่าสเปอร์จะจัดทัพเต็มที่มาปราบเจ้าบ้านแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการจู่โจมหนักตั้งแต่ต้นเกม โดยไรอัน เมซอง สามารถฝ่าแดนหลังเข้าไปหมายยิงฮาร์ท แต่นายทวารเบอร์หนึ่งของอังกฤษสกัดลูกซัลโวไว้ได้ด้วยการใช้ขาซ้ายปกป้องประตูไว้
ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา โรเบิร์ต โซลดาโด ยังคว้าโอกาสครั้งที่สองของสเปอร์ แต่ก็ยังเจาะตาข่ายไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าผู้มาเยือนตั้งป้อมพร้อมยิงตลอดเวลา
ด้านเรือใบสีฟ้า ก็จัดเต็มเช่นกัน โดยเฉพาะอากูเอโร่ ที่เป็นหนามยอกอกของไก่เดือยทอง ซึ่งเขาสามารถยิงประตูเปิดทางได้ในนาทีที่ 13 เมื่อบาการี่ ซาญ่า ได้ครองบอลอยู่ตรงมุมกล่องและได้ส่งให้แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ส่งบอสต่อให้อากูเอโร่ ซึ่งอากูเอโร่ก็ได้ยิงประตูสุดคลาสสิคทะลวงนายทวารฮิวโก้ได้ยอดเยี่ยม
ทอตแฮมไม่ย่อท้อ ผลุนผลันลุยเร็ว และได้โอกาสสวนกลับหลังจากที่ซิตี้ยิงประตูแรกเพียง 90 วินาที แม้เฟอร์นันโด้ได้สกัดบอลของโซลดาโดไว้ได้ แต่ลูกที่เขาสกัดกลับไปตกอยุ่ในเท้าของคริสเตียน อีริคสันที่ได้ซัลโวเข้าประตูไปอย่างรวดเร็ว หมดโอกาสที่ฮาร์ทจะเซฟไว้ได้

ห้านาทีต่อมา แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็ถูกกระแทกนอกกล่องและได้รับบาดเจ็บถูกหามออกจากสนาม ทำให้กรรมการยกลูกโทษให้เจ้าบ้าน ผู้รับหน้าที่ยิงสังหารก็คืออากูเอโร่ ที่ได้ยิงประตูที่สองในนาทีที่ 20 และเป็นประตูที่ 59 ของเขาในพรีเมียร์ ลีก ร่วมทัพเรือ ทำให้เขามีสถิติการยิงขึ้นนำคาร์ลอส เตเวซ อดีตนักเตะซิตี้
ความจริงกุนน่าจะได้แฮททริคหลังจากนั้นสีนาที แต่ลูกซัดของเขากลับเข้ามือนายทวารฮิวโก้ไปอย่างง่ายดาย อีกทั้งในนาทีที่ 31 ดาบิด ซิลบา ถูกทำฟาลว์และล้มลงในกล่อง กรรมการจึงให้ลูกโทษแก่ซิตี้อีกครั้ง
แต่ในครั้งนี้ นายทวารไก่เดือยทองทำสงครามจิตวิทยากับกุน เขาสามารถเซฟลูกสังหารของกุนไว้ได้ แม้ว่ากุนจะทำวอลเลย์ยิงซ้ำเมื่อลูกกระดอนมาหาก็ตาม
ในนัดนี้ มีการประสานงานกันเป็นคู่ๆ อากูเอโร่จับคู่กับมิลเนอร์, ซิลบาผนึกกำลังกับนาบาส ส่วนเฟอร์นันโด้คู่กับแลมพาร์ด
ฮาร์ทโชว์ฟอร์มเด่นไม่แพ้กุน เมื่อเขาเซฟลูกของเมซองได้อย่างน่าทึ่ง ด้านนายทวารฮิวโก้ก็ง่วนกับการเซฟลูกของทอร์นาโด้ซิตี้ที่นำมาทั้งกุน,นาบาส (ยิงโด่งข้ามคาน) และลูกยิงยาวของมิลเนอร์
ครึ่งแรกของเกมนี้ลุ้นมากๆ เพราะดูเหมือนสองฝ่ายขับเคี่ยวกันแบบไม่มีใครยอมใคร สกอร์จบลงที่ 2-1
แน่นอนว่าครึ่งหลังก็เร้าใจไม่แพ้กัน กุนก็ยังพาลูกไปยิงไม่หยุดหย่อน แม้จะถูกนายทวารไก่สกัดไว้ได้หลังเปิดเกมเพียงสองนาที
นาบาสและอากูเอโร่ได้สร้างปัญหาให้สเปอร์หนักขึ้นๆ สองคนนี้ผลัดกันพาลุกขึ้นไปทำประตู แต่ที่แฟนๆลุ้นกันสุดๆคือลูกที่ซิลบาส่งตัดมาให้กุนที่เสาไกล แต่บอลวิ่งเกินไป กุนรับไม่ทัน แฟนๆชาวไทยลุ้นกันสุดชีวิตให้กุนยิงแฮททริตให้ได้
เรื่องดราม่าเกิดขึ้นอีกเมื่อมาร์ติน เดมิเคลิส ถูกกรรมการระบุว่าไปทำฟาลว์โซลดาโดในกลุ่มพอดี ทำให้กรรมการมอบลูกโทษให้ผู้มาเยือน แต่ฮาร์ทเสียอย่าง ไม่ยอมให้เจาะกันง่ายๆ เขาได้กระโดดต่ำไปทางขวา เก็งสถานการณ์ได้แม่นยำราวจับวาง เซฟลูกซัลโวของกองหน้าฝีมือดีของสเปอร์ไว้ได้
ยังไม่หมดแค่นั้น ฮาร์ทขยันโชว์ฟอร์มเด่นต่อเนื่อง เขาได้วิ่งขึ้นหน้าออกมาสกัดลูกอันตรายไว้เอง
ในนาทีที่ 68 ก็บังเกิดลูกโทษที่สี่ เมื่อกุนถูกทำฟาลว์ในกล่องในขณะที่พยายามวิ่งไล่ลูกตัดของนาบาส ซึ่งกรรมการโจนาธาน มอส ได้ตัดสินว่านี่เป็นการทำฟาลว์ที่ร้ายแรงเพราะได้สกัดโอกาสของศูนย์หน้าดาวยิง กรรมการโจนาธานจึงแจกใบแดงแก่เฟเดอริโก้ ฟาซิโอ้ ทำให้สเปอร์เหลือเพียงสิบนาย และผู้รับบทยิงสังหารก็คือกุน ที่สามารถทำแฮตทริคได้สมใจแฟนไทย
มีหรือที่กุนจะหยุดอยู่แค่นั้น เจ็ดนาทีให้หลังเขาก็ยิงประตูที่สี่ให้ซิตี้ด้วยการยิงม้วนลูกต่ำผ่านนายทวารไก่เดือยทองไปได้งามงาม
ในเมื่อเรือรบติดเครื่องสุดแรงแบบนี้ นักเตะซิตี้ก็คึกคักตั้งแต่ต้นจนจบเกม เจมส์ มิลเนอร์ คนขยันได้ยิงไกล 18 หลา หวังทำประตูที่ห้า แต่เสียดายที่ยังไม่เข้า อาจเป็นเพราะนัดนี้เป็นวันของกุนแบบที่แฟนไทยระบุไว้นั่นเอง
ทัพของเปเยกรินี่เก็บสามแต้มและได้ขึ้นเป็นที่หนึ่งแซงเชลซี รองจ่าฝูงในบัดดล
ร่วมใจลงเรือรบและเชียร์ซิตี้สดๆ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai โดยจะทวีตรายงานสดและโพสต์ภาพมันๆ จากขอบสนามในทุกเกมของซิตี้ และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th