ชัยชนะนี้ทำให้เทียบเสมอกับสถิติบันทึกของคลับที่ชนะในลีกเรียงติดต่อกันไม่ขาดสาย 9 ครั้งและยังคงเล่นได้ดี 100%เหมือนกับตอนแรกเริ่มในการแข่งขันนี้ – ถ้าคิดแค่ 24 ชั่วโมงนี้ – ก็มี 2 แต้มนำเหนือกว่าทีมอื่นๆทั้งหมดที่เหลือของพรีเมียร์ลีก
เดอะบลูส์ต้องคอยนานถึงหนึ่งชั่วโมงจึงตีใข่แตกโดยฝีมือของ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ที่เตะจากมุมเล็กนิดเดียวเข้าประตูไปได้ และยังไม่ปิดฉากพอเท่านั้นจนเหลืออีก 2-3 นาทีสุดที่ซาเมียร์ นาสรี ยิงทะลุนำชัยเป็นลูกที่ 2– แม้ว่าจะเป็นการดวลที่จะเอา 3 แต้มมาด้วยความยากเย็นเข็ญใจ, แต่ก็สมควรชนะแล้วอย่างไม่มีเงื่อนไข
การคงไว้กับเรื่องชนะติดต่อเรียงกันไม่ขาดสายมา 8 เกม และเริ่มการแข่งอย่างแกร่งกร้าวนับเป็นเป้าหมายหลักก่อนที่จะเริ่มเตะ, แต่เอเวอร์ตันเริ่มต้นเล่นได้สุดเยี่ยมโดยชนะเซ้าท์แธมตันมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วมากถึง 3-0 จึงเต็มไปด้วยความมั่นใจสูงและแน่นไปด้วยพลัง.
ไม่มีอะไรตื่นเต้นที่มานูเอล เพลเลกรินี่ยังคงใช้ทีม11นักเตะเดิมที่คว่ำเชลซีอย่างสบายมาแล้วเมื่อ7วันที่แล้ว, แต่มีฟาเบี้ยน เดล์ฟที่ฟิตปั๋งดีแล้วเป็นตัวรองลงเล่นเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้
มีรูปแจ่มเจ็บมาให้ดูกัน...
สเตเดี้ยมมีผู้ชมเต็มแน่นขนัดและทั้งสองทีมรู้ดีว่าถ้าใครชนะในสุดสัปดาห์นี้จะเป็นอันดับ1บนตาราง, เกมเริ่มเตะตอนมีฝนตกพรำๆทำให้ไหลเร็วมาก, พื้นลื่นและซิตี้เกือบยิงเข้าใน 90 วินาทีแรก
เดวิ ซิลบา เล่นไปอยู่ตอนริมๆกรอบและพยามซัลโวแต่ถูกบล็อคไว้แล้วเด้งไปเข้าขาเซอร์จิโอ้ อาเควโร่ที่ยิงทันทีแต่ทิม เฮาเวิร์ดใช้สองมือกันลูกไว้ได้
เอเวอร์ตันดูมีกำลังแรงเมื่อจับลูกได้แต่ก็ไม่ได้ยิงประตูให้โจ ฮาร์ทต้องสติแตกได้ เมื่อมีโอกาสอีกครั้งกับอาเควโร่, โดยที่ จีซัส นาวาสส่งบอลเรี่ยมาในกรอบให้อาเควโร่ซัลโวทันทีแต่เฮาเวิร์ดปัดลูกออกไปนอกเสาได้
ซิลบาพยามยิงต่ำแต่เฮาเวิร์ดบล็อคได้อีกครั้งก่อนที่ดาวเด่นสเปนส่งลูกมาอย่างสวยสร้างโอกาสให้ยิงประตูได้แน่ในระยะ 6 หลาที่ ราฮีม สเตอร์ลิง พลาดเฉียดฉิวไปนิดเดียวที่จะซัลโวลูกนั้นให้เข้าประตูไปได้
แทบจะหยุดหายใจเลย, เริ่มเกมอย่างดีเยี่ยมจากเดอะบลูส์เหมือนกับที่เล่นในเชลซีแมตซ์, โอกาสยิงหลายประตูแต่ไม่เข้าเลยแม้ว่านักเตะอยู่ในจุดดีพยามซัลโวกันอย่างหนักก็ตาม
เจ้าบ้านย้ำเตือนซิตึ้ว่าเอเวอรืตันก็สู้ยับตาอยู่เมื่อ โรเมลู ลูคาคุยิงประตูเข้าแต่อ๊อฟไซต์ – แต่ก็เพียงนิดเดียวเท่านั้น – หลังจากเตะไป 25 นาที
...เอเวอร์ตัน 0, ซิตี้ 2...
เกมสูสีกันอยู่ในครึ่งแรก, แต่เดอะบลูส์ยังคงบุกแหลกทะลวงกองหลังเอเวอร์ตันโดยมี นาวาส, บาคารี่ ซันย่า และเจ้าอิทธิพลซิลบาโจมตีกันดุดันทางปีกขวาใกล้ประตู
เมื่อพักครึ่งเวลายังคงเป็น 0-0 ที่ยังกังขากันอยู่, เดอะท๊อฟฟี่ได้ฟรีคิก 2 ครั้งที่ริมกรอบ – ลูกที่ 2 ชนคานประตูจากฝีเท้าของลูคาคุก่อนจะพักครึ่ง – บอกได้เลยว่ามีงานหนักมากรออยู่ที่ต้องชำระ
ซิตี้เริ่มโจมตีอย่างรวดเร็วทันทีเมื่อเริ่มเตะ และใน 90 วินาทีที่เกือบยิงประตูตึใข่แตกได้เมื่อสเตอร์ลิงวิ่งไปด้านขวาก่อนที่ส่งลูกเด็ดไปให้ซิลบาที่ดวดซัลโวทันทีแต่ชนเสาประตูโดยเฮาเวิร์ดไม่ต้องออกแรงเลย
และแล้ว, ท้ายสุด, เมื่อเล่นครบ 1 ชั่วโมง, จึงตีใข่แตก
โจมตีคืนเค้าน์เตอร์แอทแทค, เริ่มจากซิลบา (เป็นประจำ), ส่งลูกไปให้สเตอร์ลิงวิ่งลงไปทางขวาไปถึงในกรอบคุมลูกได้แล้วส่งลูกกลับไปให้โคลารอฟที่ยิงลูกเข้าประตูได้จากจังหวะมีมุมเล็กเพียงนิดเดียวทำให้ซิตี้คว้าประตูนำไปก่อน
สมควรแล้วที่เดอะบลูส์ได้ประตูไปหลังจากที่พยามยิงไปหลายลูกแต่ไม่เข้าและไม่กี่นาทีต่อมาน่าจะดีขึ้นกว่าเดิมอีกเมื่อนาวาสจับลูกได้วิ่งเข้าไปในกล่องไม่มีใครขวางหน้าอยู่และได้พยามยิงประตู มีอาเควโร่อยู่ตรงกลางเป็นตัวเลือกอยู่แต่นาวาสลังเลนานไปก่อนซัลโวลูกเลยทำให้เฮาเวิร์ดกันลูกไว้ได้แทน
ตอนใกล้จบเกมมี1-2 จังหวะที่ทำให้ตกใจเมื่อเดอะท๊อฟฟี่เกือบยิงประตูตีเสมอได้ ฮาร์ทคว้าลูกบอลไม่ได้จากลูกเตะมุมก่อนที่อันตรายมาเยือนและนาทีต่อมา วินเซ็นต์ คอมพานี เตะสวนบอลเคลียร์ออกไปได้ทันจากจุดที่ยืนบนเส้นขวางของเสาประตู
ถ้าอะไรที่ได้น้อยกว่า 3 แต้มสำหรับเดอะบลูส์แล้วนับว่าไม่ยุติธรรมเลย และสกอร์โกลที่ยิงได้เหมาะจริงมากขึ้นทันทีเมื่อตัวสำรองนาสรีและยาย่า ตูเร่ส่งลูกกันไปมาสองคนที่ท้ายแล้วนาสรีก็เตะลูกลอยเบาๆเข้าตาข่ายอย่างนิ่มๆ ผ่านมือเฮาเวิร์ดเป็นการประทับตราชนะแน่ในนาทีที่ 88.
ทั้งหมดแล้ว,เล่นสุดเยี่ยมยอด, เล่นแกร่งมั่นขัดเกลาอย่างดีโดยทีมซิตี้ที่กำลังบินลอยอยู่ขณะนี้ หวังจะเป็นเช่นนี้ไปอีกนาน