หลังจากซิตี้พ่ายยูเวนตุส 2-1 เมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้หลายฝ่ายคิดว่าซิตี้อาจไปไม่ถึงฝันในการเป็นแชมป์กลุ่มดี แต่แล้วความพยายามและความอดทนก็อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นบัลลังก์จ่าฝูงกลุ่มในแชมป์เปี้ยน ลีก เป็นครั้งแรก
เกมนี้ ซิตี้ประจันหน้ากับมึนเชนกลัดบัคที่กำลังฮอตฟอร์มหลังจากเอาชนะบาเยิร์น มิวนิก จ่าฝูงบุนเดสลีกา มาได้หมาดๆ
ทีมฝั่งเยอรมันได้รับการยกย่องมาเล่นได้ดีเยี่ยมในขณะนี้ด้วยการเป็นทีมที่ไม่เคยแพ้ใครมา 12 นัด ส่วนซิตี้เพิ่งพ่ายแพ้สโต๊ค จากศึกพรีเมียร์ ลีก
ในครึ่งแรกซิตี้ได้ประตูจากดาบิด ซิลบา ขึ้นนำโบรุซเซียไปก่อน แล้วในครึ่งหลัง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เบิร์ธเดย์บอย ก็จัดเต็มด้วยการยิงดับเบิ้ลภายในสองนาที สามนาทีต่อมา วิลเฟรด โบนี่ ผู้เล่นสำรอง ซัลโวประตูที่สี่ให้ชาวเรือใบสีฟ้าส่งเสียงกึกก้องฟ้า
ผังนักเตะนัดนี้ยาย่า ตูเร ได้ลงมาเป็นกัปตันหลังจากหายหน้าไปหนึ่งนัดเพราะบาดเจ็บ เช่นเดียวกับม็องกาลาและคลิชชี่ที่คืนสนามอีกครั้ง ในขณะที่โบรุซเซียใช้ผังเดิมที่กำราบบาเยิร์น มิวนิก
ศูนย์หน้านัดนี้คือเควิน เดอ บรอยน์ และราฮีม สเตอร์ลิ่ง โดยมีซิลบาประกบหลัง
ประตูแรกได้มาจากซิลบาป้อนบอลให้สเตอร์ลิ่งตรงมุมกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะวิ่งขึ้นหน้าไปรับลูกที่สเตอร์ลิ่งตอกส้นส่งมาให้ พ่อมดเมอร์ลินยิงเต็มเหนี่ยวฝ่านายทวารซอมเมอร์มาได้งดงามในนาทีที่ 16
แต่ความสุขอยู่กับชาวซิตี้เซ่นได้ไม่นาน สามนาทีต่อมาผู้มาเยือนก็ตีเสมอได้ด้วยการทำเคาท์เตอร์ แอคแทค โดยจูเลียน คอร์ปซัลโวระยะสิบหลาเข้าไปหลังจากรับลูกตัดต่ำของกลาบัค ซึ่งโจ ฮาร์ท สุดแรงต้าน
แม้ซิตี้จะกดดันหนักด้วยช็อตยิงของสเตอร์ลิ่ง ,โคลารอฟ และเดอ บรอยน์ ที่ยิงในกรอบเขตโทษ แต่เจ้าบ้านก็ไม่อาจระเบิดประตูที่สองได้ ในขณะที่ลูกตัดของออสการ์ที่ป้อนให้ราฟาเอลได้ทำประตูที่สองของโบรุซเซียที่ขึ้นนำเจ้าบ้าน
เปิดครึ่งหลังเพียงห้านาที โคลารอฟก็ป้อนบอลให้สเตอร์ลิ่งด้วยลูกตัดต่ำ แต่นักเตะชาวอังกฤษยิงลูกเข้ามือของนายทวารโบรุซเซีย
ต่อจากนั้น ตลอดทั้งเกมก็เป็นของซิตี้ แม้จะรุกหนัก ประตูก็ยังไม่เกิด จนกระทั่งนาทีที่ 80 ความเร้าใจก็เกิดขึ้นทันทีเมื่อซิตี้ยิงสามประตูภายในห้านาทีจากสองนักเตะ
ประตูแรกเป็นการยิงตีเสมอ เริ่มจากกาเอล คลิชชี่ ส่งลูกตัดต่ำให้สเตอร์ลิ่งซัลโวเข้าไปตุงตาข่าย
ในขณะที่เสียงเชียร์ยังดังกึกก้องสนาม โบนี่ก็วิ่งพาลูกทะยานขึ้นหน้าและป้อนให้เจ้าของวันเกิดซัดซ้ำ ครั้งนี้ราฮียิงม้วนระเบิดประตูโบรุซเซียได้อย่างน่าทึ่ง
หลังจากที่เป็นฝ่ายตาม ซิตี้ก็ขึ้นนำได้ในบัดดล และซิตี้ผู้กระหายประตูก็ไม่หยุดเพียงแค่นั้น โคลารอฟได้ส่งลูกตัดมาจากทางซ้ายให้โบนี่ที่ถูกโบรุซเซียหนึ่งนายพยายามสกัด แต่เขาก็ฝ่ามาได้และขึ้นไปซัลโวด้วยตัวเองเป็นประตูที่สี่ของเจ้าบ้าน
นัดนี้เป็นนัดที่แฟนๆเกือบกลั้นลมหายใจเมื่อได้เห็นทีมรักทะยานขึ้นเป็นที่หนึ่งของกลุ่มดี เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการเข้ารอบ 16 ทีมด้วยตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มมัจจุราช หลังจากที่เซเบียเอาชนะยูเวนตุส 1-0 ทำให้ม้าลายหล่นไปเป็นที่สองของกลุ่มดี ศึกแชมป์เปี้ยน ลีก
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th