เรือใบสีฟ้าเกือบจะทำแต้มหล่นสองแต้มหลังจากที่บาฟาเตมบิ โกเมซ ได้ยิงตีเสมอก่อนหมดเวลาปกติ
วิลเฟรด โบนี่ ได้โหม่งทำประตูแรกให้กับเจ้าบ้าน และเป็นการยิงต้นสังกัดเก่าของเขา ซึ่งเป็นสโมสรแรกที่ดึงเขามาเล่นในอังกฤษ
สวอนซีเข้ามาเยือนเอทิฮัดโดยไร้ผู้จัดการทีม หลังจากที่สโมสรยื่นซองขาวให้แกร์รี่ มังค์ ไปหมาดๆ แต่สวอนซีไม่ได้มาเยือนเอทิฮัดแบบตัวเปล่า พวกเขาดวลแข้งเต็มที่พร้อมอาวุธครบมือ
ผู้มาเยือนได้โอกาสทำประตูหลังเปิดเกม 15 โดยช็อตยิงของรูธเลดจ์ก่อนที่เขาจะป้อนบอลให้ซิกัวร์ซันตรงมุมกรอบเขตโทษ แต่ช็อตยิงของเขาโด่งข้ามคาน
หงส์ขาวยังเตือนเจ้าบ้านให้ระวังตัวดีๆ ต่อด้วยการจู่โจมแบบไม่ยั้งตลอด 20 นาที
ประตูแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 26 เมื่อนาบาสเข้ามาช่วยทีม นักเตะปีกชาวสเปนได้นำบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ แต่โชคร้ายที่ช็อตของเขากระทบเสา
เมื่อนาบาสยิงลูกเตะมุมมาให้โบนี่ๆ ก็โหม่งซัลโวเข้าไปทำประตูที่เจ็ดของฤดูกาลนี้
แอนเดร อายิว โหม่งบอลจากการทำฟรีคิกสร้างปัญหาให้แดนหลังซิตี้
ฟาเบียน เดลฟ์ เข้ามาเสียบแทนราฮีม สเตอร์ลิ่ง หลังจากพักครึ่งแต่ผู้มาเยือนก็ยังคงได้โอกาสทำประตูแม้ว่าจะจบลงตรงที่ผู้ช่วยกรรมการโบกธงออฟไซด์
หลังจากยาย่าทำฟรีคิกแต่ช็อตของเขาเข้ามือนายทวารฟาเบียนสกี้ในนาทีที่ 51 สวอนซียังคงปั่นป่วนโจ ฮาร์ท ไม่หยุด ทำให้ฮาร์ทต้องโชว์ซูเปอร์เซฟจากลูกอันตรายของซิการ์ดซันในระยะเผาขน
แม้ซิตี้กระหายในการทำประตูที่สอง แต่สวอนซีก็ยังคงบุกไม่หยุดยั้ง ยิงฟรีคิกม้วนงดงาม แต่นายทวารฮาร์ทก็ยังคงเซฟได้เยี่ยมยอด
เปเยกรินี่ส่งเควิน เดอ บรอยน์ มาเสียบแทนดาบิด ซิลบา เผื่อจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งรูปเกมก็เปลี่ยนไปจริงๆ โดยซิตี้เปลี่ยนจากผู้นำเป็นถูกตีเสมอในนาทีที่ 90 เมื่อโกเมซได้ยิงตีเสมออย่างน่าทึ่งหลังจากที่เขาฝ่าม็องกาลามาได้ก่อนจะยิงฮาร์ทจากเสาใกล้
แฟนๆหงส์ขาวเฮฮาอยู่ได้ไม่นาน ฮีโร่ใจเด็ดของเจ้าบ้านอย่างยาย่า ตูเร ลากบอลเข้ามายิงม้วนทรงพลังไปเฉียวหลังของศูนย์หน้าอิเฮียนาโช่ ทำให้บอลกระดอนผ่านมือของนายทวารฟาเบียนสกี้เข้าเสาไกล หมดทางที่นายทวารหงส์ขาวจะสกัดไว้ได้
ประตูนี้ได้นำซิตี้รวบสามแต้มและขึ้นแท่นจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก อีกครั้ง (ในขณะนี้)
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th