City were back their irresistible best as they thrashed Stoke 4-1 at the Britannia Stadium.

แม้ว่าฟอร์มการเล่นในครึ่งแรกจะไม่ค่อยถูกใจแฟนๆมากนัก แต่ในครึ่งหลัง ซิตี้ก็ได้วาดลวดลายกระชากใจผู้ชมด้วยการยิงสังหารทัพมาร์ค ฮิวจ์ กระจุย

โดยมีเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ โขกสองประตู, เจมส์ มิลเนอร์ และซามีร์ นาสรี ยิงอีกคนละเม็ด เป็นรางวัลล้ำค่าของทัพมานูเอล เปเยกรินี่ หลังจากที่ดิ้นรนและยังไม่เคยได้ชัยชนะจากการเล่นสี่นัดก่อนหน้านี้

ซิตี้รู้ดีว่าพวกเขาจำต้องชนะสถานเดียวหากต้องการจะปิดช่องว่างจ่าฝูงเชลซี แม้ว่าการไปเยือนบริตาเนีย สเตเดี้ยม จะมีความยากลำบากเพียงใด ซิตี้ไม่เคยรวบสามแต้มในลีกนับแต่ปีค.ศ.1999

มานูเอล เปเยกรินี่ เปลี่ยนผังนักเตะแตกต่างจากนัดปะทะฮัลล์ที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เขาสั่งให้อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, ม็องกาลา และมิลเนอร์ มาเป็นตัวจริงในนัดนี้

pablo

ซิตี้เริ่มต้นได้ดี เพียงสี่นาที ดาบิด ซิลบา ก็ได้ลูกจากเฟอร์นันดินโญ่ในกล่อง แต่ก็ขาดการสื่อสาร ทำให้อากูเอโร่ยังเจาะไข่ไม่แตก

ซิตี้ได้ทำความผิดพลาด ซึ่งเกือบเสียประตูเมื่อโจ ฮาร์ท ถูกวิคเตอร์ยิงไกลและทำให้ปีเตอร์ คราวช์ มีโอกาสโหม่ง ซึ่งมิลเนอร์เคลียร์ไว้ได้ แต่ฝั่งเจ้าบ้านมองว่ามิลเนอร์ทำแฮนด์บอล ซึ่งรีเพลย์ก็ได้โชว์ว่ามีการทำแฮนด์บอลที่ไม่ได้ตั้งใจเกิดขึ้นจริง

สโต๊คเข้ามาป้วนเปี้ยนหน้าประตูอีก คราวนี้ชารลส์ ได้ยิง  20 หลาให้มอสเซซซัลโวจากมุมกล่อง แต่ฮาร์ทสกัดไว้ได้

Sergio stoke 

ในที่สุดมิลเนอร์ก็ชิงบอลมาได้และส่งให้อากูเอโร่ที่ฝ่าวิคเตอร์มาได้ ก่อนที่จะซัดบอลต่ำผ่านนายทวารเบโกวิคทำประตูนำในนาทีที่ 32 นี่เป็นประตุแรกของอากูเอโร่หลังจากที่หายเจ็บและเป็นประตูที่ 20 ในฤดูกาลนี้ แต่เพียงห้านาที สโต๊คก็ตีเสมอมาได้ทันควัน โดยมาร์โก้ ได้ยิงลูกตัดที่รอดพ้นเงื่อมมือของคอมพานี่มาให้ปีเตอร์ที่โหม่งผ่านฮาร์ทสำเร็จ

ซิตี้โต้ตอบกลับได้ดีแต่โชคร้ายที่ไม่ได้ประตูนำก่อนหมดครึ่งแรก เมื่อซาบาเลต้าส่งลูกตัดต่ำอย่างชาญฉลาดมาให้เฟอร์นันโด้ที่ยิงเฉียดไปไม่กี่นิ้ว ต่อจากนั้นอากูเอโร่ก็รับลูกตัดของซิลบาและทำประตูได้ แต่กรรมการไม่อนุญาตให้เป็นประตูเพราะถือว่าทำแฮนด์บอล

อย่างไรก็ตามในครึ่งหลัง โคลารอฟได้ยิงยาวที่เกือบจะเป็นประตู ต่อจากนั้นอากูเอโร่ถูกกระแทกในกล่องแต่ไม่มีรางวัลใดๆมอบให้ผู้มาเยือน จนกระทั่งซิลบาและนาสรีผนึกกำลังทางปีกขวาก่อนที่นาสรีจะส่งลูกตัดที่งดงามมาให้มิลเนอร์ที่โหม่งเข้าประตูสโต๊คงามงด สกอร์เป็น 1-2 ทำให้แฟนๆ หัวใจฟ้าที่เดินทางมาเชียร์สี่พันคนส่งเสียงเฮฮาลั่นบริตาเนีย

พลันนั้น ความมั่นใจเต็มร้อยก็เป็นของผู้มาเยือน และประตูที่สามก็เกิดขึ้นเมื่อดาบิด ซิลบาถูกทำฟาลว์ในกรอบเขตโทษ กรรมการให้ลูกโทษ ผู้รับหน้าที่ยิงสังหารก็คือ อากูเอโร่ที่โขกประตูที่สองในค่ำคืนนี้

samir

ยังไม่หมดแค่นั้น นาสรีไม่ยอมน้อยหน้าเพื่อนร่วมทีม นำบอลไปข้างหน้าและฟันฝ่าปราการเหล็กของช่างปั้นหม้อก่อนที่จะยิงลูกทรงพลังผ่านเบโกวิคเข้าไปเป็นประตูที่สี่ในนาทีที่76

เอดิน เซโก้ และเฟอร์นันดินโญ่ เกือบจะซัดประตูที่ห้าได้ แต่แล้วค่ำคืนนี้ก็ยุติลงตรงที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวบสามแต้มกลับบ้านและได้ชัยชนะที่บริตาเนีย สเตเดี้ยม ที่เฝ้าคอยมาเป็นเวลา 16 ปี

ร่วมใจลงเรือรบและเชียร์ซิตี้สดๆ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai  โดยจะทวีตรายงานสดและโพสต์ภาพมันๆ จากขอบสนามในทุกเกมของซิตี้ และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th