ผู้คนที่มาชมเกมการแข่งขันที่ฮาซซา บิน ซาเยด สเตเดี้ยม กลับบ้านอย่างมีความสุขหลังจากได้เห็นการยิงประตูของสเตฟาน โยเวติช และเอดิน เซโก้ ในการแข่งขันกระชับมิตรกลางฤดูกาล
ซิตี้ได้กลับมายังอาบูดาบีหลังจากเคยมาเยือนแปดเดือนที่แล้ว ในการแข่งขันเกมก่อนเปิดฤดูกาล
ในเดือนมกราคนนี้ อากาศที่อบอุ่นที่ฝึกซ้อมแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแมนเชสเตอร์ที่หนาวยะเยือก ถือเป็นสถานที่แข่งขันที่ดีเยี่ยมของทีมนักเตะรวมทั้งนักเตะรุ่นเยาว์ของซิตี้ โดยนัดนี้มีนักเตะซิตี้อีดีเอส แบรนดัน บาร์เกอร์ ได้ลงเป็นตัวจริง
นักเตะวัยเยาว์ได้ลงดวลแข้งร่วมกับโยเวติชและเซโก้ โดยเปเยกรินี่ได้เปลี่ยนผังแปดนักเตะเทียบกับนัดล่าสุดที่ปะทะอาร์เซนอลในศึกพรีเมียร์ ลีก
ซิตี้มีโอกาสที่ดีในการจะเบิกสกอร์โดยการยิงของเฟอร์นันโด้แต่บอลโด่งข้ามคานออกไป ในขณะที่นายทวารวิลลี่ กาบาเยโร่ ก็ได้เซฟสองลูกอันตรายที่ยิงไกลโดยราฟาเอล แวน เดอร์ วาร์ต
นาทีก่อนหมดครึ่งแรก เกมก็เร้าใจมากขึ้นเมื่อมีการสร้างโอกาสสำคัญ โดยบาการี่ ซาญ่า ได้จังหวะซัลโว แต่บอลกว้างออกหลังจากที่ฮัมเบิร์กไม่สามารถเคลียร์บอลคอร์เนอร์ของซิตี้ได้ ก่อนที่โยเวติชจะมีโอกาสซัดบอล แต่โชคร้ายที่การยิงลูกม้วนของเขายังไม่เข้าเป้า
ในครึ่งหลัง ฮัมเบิร์กถูกกรรมการเป่าออฟไซด์หลังจากที่ฉวยโอกาสเล่นเกมเร็ว นำลูกขึ้นหน้าเพียง 60 วินาทีหลังออกสตาร์ท
นักเตะซิตี้อีดีเอสอีกสองคนเข้ามาลงเล่น สายตาทุกคู่จับตามองจอร์จ อีแวนส์ ที่ได้เป็นกุญแจสำคัญในการทำลายเดดล็อค ได้ยิงไกลส่งบอลยาวหลังจากลงเล่นเพียงห้านาที ก่อนที่จะส่งบอลให้โยเวติชยิงสังหารเบิกสกอร์ได้สำเร็จ
ต่อมาเสียงเฮฮาจากแฟนๆเรือใบสีฟ้าก็ดังลั่นสนามเมื่อเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ได้ลงเล่นในฐานะนักเตะสำรองร่วมกับเอดิน เซโก้ ซึ่งเซโก้ได้ยิงประตูที่สองให้ซิตี้นำไปอีกในนาทีที่ 73 โดยเจมส์ มิลเนอร์ เป็นผู้ส่งบอลขึ้นหน้าจากทางซ้าย
นอกจากนี้ เบอร์ซันท์ เซลีนา ก็มีโอกาสที่จะซัดเม็ดที่สามด้วยลูกทรงพลัง แต่ก็ไม่อาจทำได้สำเร็จ สุดท้ายซิตี้เอาชนะฮัมเบิร์ก 2-0
เกมหน้า ซิตี้จะกลับมารับภารกิจในประเทศด้วยการปะทะมิดเดิลโบรัฟในศึกเอฟเอ คัพ วันเสาร์ที่จะถึงนี้ (24 ม.ค. 58) เวลา 15.00 น. GMT