จิ้งจอกได้เล่นเต็มที่ในคืนนี้และเกือบจะได้ลูกโทษสองหรือสามครั้ง แต่แล้วประตูของดาบิด ซิลบา และเจมส์ มิลเนอร์ ก็ได้สร้างรอยยิ้มให้ชาวเรือใบสีฟ้าด้วยสกอร์ 2-0
หลังจากพ่ายต่อบาร์เซโลน่าและลิเวอร์พูล เรือใบสีฟ้าก็แล่นฝ่าอุปสรรคต่อและพยายามยิ่งยวดที่จะรักษาแชมป์ลีกไว้อย่างสุดกำลัง
มานูเอล เปเยกรินี่ เปลี่ยนห้านักเตะหลังจากถูกเอาชนะที่แอนฟิลว์ โดยส่งบาการี่ ซาญ่า, เฟอร์นันโด้,มาร์ติน เดมิเคลิส,เฆบุส นาบาส และวิลเฟรด โบนี่ เป็นตัวจริง
โบนี่เกือบยิงประตูแรกให้ซิตี้ได้หลังจากเปิดเกมเพียงสามนาที แต่ลูกโหม่งของเขาถูกเซฟจากนายทวารมาร์ค ต่อจากนั้น 20 นาที เกมก็ตกเป็นของเลสเตอร์
ผู้มาเยือนหงุดหงิดกันมากเพราะต้องการสองลูกโทษภายในสองนาที แต่กรรมการไม่ยอมให้ เมื่อดูรีเพลย์แล้ว จะเห็นว่าพวกเขาโชคร้ายมาก เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นจากความซุ่มซ่ามของโบนี่ที่กระแทกแดนนี่ล้มลงในกรอบ ส่วนครั้งที่สอง โจ ฮาร์ท กระทบกับแอนเดรจ ตอนที่เขาพยายามเข้ามาใกล้ตัว อย่างไรก็ตาม กรรมการไม่คิดว่าสมควรจะให้ลูกโทษเป็นรางวัลแก่ผู้มาเยือน
ทัพเรือบุกหนักหลังจากโบนี่เกือบทำประตูได้ โดยรับลูกตัดจากนาบาส แถมนาบาสเองก็ได้ซัดลูกทรงพลังจากระยะ 18 หลา แต่นายทวารจิ้งจอกก็ยังเซฟไว้ได้งาม
ต่อจากนั้น ซิลบาส่งบอลให้โบนี่ในกรอบแต่เขายิงกว้างไป แต่แล้วซิตี้ก็เจาะไข่แตก เมื่อโคลารอฟส่งลูกตัดต่ำมาให้โบนี่ แต่บอลพุ่งไปยังซิลบาและถูกบล็อก แต่ซิลบามีโอกาสที่สองและได้ซัลโวระยะสามหลาเข้าประตูไปเป็นประตูที่สิบของเขาในลีก ซิตี้จบครึ่งแรก 1-0 ท่ามกลางความโล่งอกของชาวเอทิฮัด
ครึ่งหลัง โบนี่เกือบโหม่งประตูที่สองให้ซิตี้หลังจากนาบาสส่งลูกตัดมาให้ ด้านเลสเตอร์ก็เรียกร้องลูกโทษหลังจากที่ครามันค์ถูกเฟอร์นันโด้ทำฟาลว์ในกรอบ แต่กรรมการมองว่าเป็นการทำฟาลว์ที่มุมกรอบต่างหาก
มีเรื่องให้หวาดเสียวในนาทีที่ 75 เมื่อริยาดได้ยิงลูกต่ำต่อหน้าฮาร์ท แต่บอลไม่ได้เข้าเป้า อีกทั้งเดวิดก็ได้ยิงโหม่งข้ามคานระยะสองหลา โดยกรรมการได้โบกธงออฟไซด์
ประตูที่สองเกิดขึ้นก่อนหมดเวลาเมื่อเจมส์ มิลเนอร์ ซัดเผาขนเต็มๆหลังจากรับลูกตัดของนาบาส นี่เป็นประตูที่หกของมิลเนอร์ในลีก
ร่วมใจลงเรือรบและเชียร์ซิตี้สดๆ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai โดยจะทวีตรายงานสดและโพสต์ภาพมันๆ จากขอบสนามในทุกเกมของซิตี้ และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th