นัดนี้มานูเอล เปเยกรินี่ เปลี่ยนผังนักเตะห้านายแตกต่างจากเกมถล่มคริสตัล พาเลซ โดยมีกัปตันวินเซนต์ คอมพานี่,โจ ฮาร์ท,บาการี่ ซาญ่า,นิโคลัส โอตาเมนดีและเฟอร์นันดินโญ่
ชาวเอทิฮัดส่งเสียงดังต้อนรับการเป็นตัวจริงของกองหน้าวัยรุ่น เคเลชี อิเฮียนาโช ที่เป็นขวัญใจแฟนๆ หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มประทับใจในการกำจัดพาเลซออกจากศึกแคปปิตัล วัน คัพ
อิเฮียนาโชไม่รอช้า วาดลวดลายหลังเปิดเกมเพียงห้านาที เขาไล่บอลที่ส่งมาจากยาย่า ทำให้วิ่งชนผู้รักษาประตูจอห์น รัดดี้ ที่พยายามบล็อกบอล ซึ่งรีเพลย์ได้โชว์ออกมาแล้วว่าไม่มีการกระแทกใดๆ ห้านาทีต่อมา วิลเฟรด โบนี่ ได้โอกาสซัดบอลทรงพลังจากมุมกรอบเขตโทษแต่นายทวารรัดดี้ก็ยังเซฟไว้ได้
เรือใบสีฟ้าเร่งเครื่องเต็มที่เพื่อจะยิงประตูให้ได้แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ไม่อาจฟันฝ่ากำแพงเสริมใยเหล็กของนกขมิ้นมาได้ ในนาทีที่ 28 ฮาร์ททำหน้าที่ได้เยี่ยมเมื่อเซฟลูกอันตรายของแมต จาร์วี ที่ยิงจากมุมกรอบเขตโทษ
ในนาทีที่ 32 ซิตี้ได้โอกาสเมื่อยาย่า ตูเร ยิงฟรีคิก 25 หลา แต่ก็ถูกนายทวารรัดดี้เคลียร์ออก
ห้านาทีก่อนหมดครึ่งแรก นาบาสจ่ายบอลให้ยาย่าตรงมุมกรอบเขตโทษ พี่ใหญ่ตูเรส่งต่อให้เควิน เดอ บรอยน์ แต่ช็อตของเดอ บรอยนด์สูงเกินไป
ครึ่งหลัง โบนี่นอนแผ่หลังจากถูกชิงบอลล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ดูเหมือนจะเป็นการชิงบอลที่ไม่ได้ทำฟาลว์
ทุกอย่างที่เรือใบสีฟ้าทุ่มเทในนัดนี้ถูกสกัดกั้นตลอด จนกระทั่งนาทีที่ทุกคนรอคอยมาถึง นิโคลัส โอตาเมนดี ได้โหม่งทรงพลังระยะ 12 หลาหลังรับลูกคอร์เนอร์จากเดอ บรอยน์ เจ้าบ้านเจาะไข่แตกสำเร็จ
โบนี่ได้โอกาสอีกครั้งในนาทีที่ 21 ตอนที่อิเฮียนาโชชิงบอลมาได้และผ่านบอกให้โบนี่ แต่ช็อตของเขากว้างออก
ซิตี้กระหายประตูที่สอง แม้จะมีสองโอกาสแต่ก็ถูกสกัดเช่นเดิม ในขณะที่นอริชบุกไปด่านหน้าหวังตีเสมอ ฮาร์ทสกัดลูกอันตรายไว้ได้แต่บอลหลุดมือ บอลกระเด็นไปเข้าทางของเจอโรมที่ซัดเบาๆ ก็ทำประตูตามมาได้
ชาวเอทิฮัดตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เหลืออีกไม่ถึงห้านาที แฟนๆต่างครุ่นคิดซิตี้จะยิงประตูได้อีกไหมหนอ สามนาทีต่อมา เสียงเฮฮาจากแฟนๆก็ดังกึกก้องเมื่อช็อตยิงของสเตอร์ลิ่งถูกทำฟาลว์โดยรัซเซิล มาร์ตินที่ใช้แขนสกัดบอลไว้ และกลายเป็นจุดโทษของซิตี้และใบแดงของกัปตันนอริช
ยาย่า ตูเร ออกมาประจันหน้ากับนายทวารมือกาวของนกขมิ้นที่เหลืออีกหนึ่งนาทีจะหมดเวลาการแข่ง พี่ใหญ่ยาย่าซัลโวเข้าไปทำให้เจ้าบ้านขึ้นนำมาได้
ภายในห้านาทีทดเวลาบาดเจ็บก็ยังคงเป็นช่วงดราม่าต่อเนื่องของเกมนี้ โจ ฮาร์ท ได้โชว์ซูเปอร์เซฟแก้ตัวและสกัดลูกอันตรายของมาร์ติน ออลซันไว้ได้
ซิตี้ได้ลูกโทษอีกครั้งหลังจากสเตอร์ลิ่งถูกทำฟาลว์ในกล่องขณะทำเคาท์เตอร์ แอคแทค โดยโคลารอฟรับหน้าที่ซัลโว แต่ช็อตของเขากว้างออก
เกมดราม่าจบลงอย่างเข้มข้นเมื่อเรือใบเฉือนเอาชนะนอริชทีมที่อยู่อันดับต่ำกว่า 2-1 เกมนี้ขอชมนอริชที่แรงดีและเล่นอย่างมีสปิริต
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th