สองฝ่ายหาโอกาสทำประตู โดยเฉพาะยูไนเต็ดที่ได้ช็อตยิงประตูที่ไปกระเด้งกับเสาคาน
เรือใบสีฟ้าคงไม่ผิดหวังมากนักเพราะแต้มเสมอก็ยังรั้งตำแหน่งจ่าฝูง
วินเซนต์ คอมพานี่ ได้กลับมาเป็นตัวจริงแดนหลังของซิตี้ร่วมกับเฟอร์นันโด้ โดยมาแทนที่ม็องกาลาและนาบาสที่กลายเป็นตัวสำรอง ซึ่งเป็นสองตำแหน่งที่มานูเอล เปเยกรินี่ เปลี่ยนผังแตกต่างจากนัดก่อนหน้านี้ที่เอาชนะเซบียาในแชมป์เปี้ยน ลีก
ครึ่งแรกที่แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ นัดที่ 170 สองฝ่ายต่างทำอะไรกันไม่ได้ แดนหลังของสองทีมก็สกัดกั้นเต็มที่
นี่เป็นสงครามที่ไม่มีฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บ โอกาสทำประตูไม่มาก และไม่ค่อยมีการทำเคาท์เตอร์ แอคแทค
...ยูไนเต็ด ปะทะ ซิตี้...
ยาย่า ตูเร และราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้โอกาสยิงบ้าง แต่ส่วนใหญ่แอคชั่นของเกมมักอยู่ตรงแดนกลาง
ยูไนเต็ดได้เริ่มต้นครึ่งหลังอย่างงดงามและเกือบจะเจาะไข่แตกตอนที่คริส สมอลลิ่ง โหม่งฝ่าคอมพานี่ บอลเกือบเข้าตาข่าย อีกทั้งเกือบจะเข้าเท้าของมอร์แกน ชไนเดอแลง ที่อยู่ใกล้ๆประตูด้วย และนี่คือคำเตือนของเจ้าบ้านให้ซิตี้มีสมาธิดีๆในการเล่นไม่เช่นนั้นอาจจะแย่
สเตอร์ลิ่งถูกเปลี่ยนตัวกับนาบาสก่อนหกสิบนาที โดยมานูเอล เปเยกรินี่ จงใจเปลี่ยนให้เควิน เดอ บรอยน์ ย้ายจากขวาไปซ้าย แต่ยูไนเต็ดก็ยังสร้างปัญหาให้ทัพเรืออยู่ดี
โจ ฮาร์ท วิ่งเร็วออกมาจากประตูในนาทีที่ 62 เพราะมาต้าได้วิ่งเดี่ยวนำบอลขึ้นหน้า ซึ่งนายทวารเบอร์หนึ่งของซิตี้ก็บล็อกไว้ได้
ซิตี้เปลี่ยนตัวอีกครั้ง ด้วยการนำมาร์ติน เดมิเคลิส เข้ามาเสียบแทนยาย่า ตูเร ในนาทีที่ 77 และสามนาทีต่อมา อิเฮียนาโช่ก็มาเสียบแทนโบนี่ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีการทำประตู
ต้องยอมรับว่าซิตี้โชคดีที่ไม่เสียประตูในช่วงท้ายเกมเมื่อแอนโทนี่ มาร์กซียาล ส่งบอลให้ลินการ์ดที่นำบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษและวอลเลย์ผ่านโจ ฮาร์ท มาได้แต่บอลมากระแทกกับคาน ทำให้ชาวเอทิฮัดยังยิ้มออก
ด้านซิตี้ก็มีโคลารอฟที่ได้ซัดฟรีคิกเต็มเท้าระยะหกหลาหลังจากนิโคลัส โอตาเมนดี ส่งบอลมาให้ แต่เสียดายที่ช็อตของเขาไม่เข้าเป้า พลาดไปไม่กี่นิ้ว
ต่อจากนั้นฮาร์ทก็ได้เซฟลูกของคริส สมอลลิ่ง ที่พยายามจะเจาะตาข่ายให้ได้ ในที่สุดสองทีมก็เก็บแต้มเสมอ และไม่มีฝ่ายใดได้ประตู
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th