เดอะบลูส์ต้องขอบคุณอย่างมากกับโจ ฮาร์ท นายทวารสุดมหัศจรรย์ฝีมือเยี่ยมติดต่อกันตลอดทั้งเกมที่ป้องกันเจ้าถิ่นโถมซัลโวไว้ได้เกือบทุกประตู, ด้วยการทุบลูกโทษออกไปได้ในครึ่งแรก แล้วป้องกันลูกไม่ให้เข้าประตูได้อีกเป็นสายอย่างสุดเจ็บก่อนที่สุดท้ายแล้วก็ถูกทะลวงประตูไปหลังจากพักครึ่งแรก
อย่างไรก็ตาม, โกลยิงเข้าจากฝีเท้าของนิโคลัส โอตาเมนดี้และลูกชนะตอนเกือบจบจากฝีมือซัดเข้าของเซอร์จิโอ้ อาเควโร่ที่ทำให้ชนะไปอย่างน่าทึ่งไม่น่าชื่อ 2-1 สำหรับทีมของ มานูเอล เพลเลกรินี่ เกมนี้นับว่าระทึกใจมากสุดๆ, การดวลชิงชัยกันนี้เจ้าบ้านเกือบจะชนะไปแล้ว
มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น, เพราะตอนจบประสิทธิภาพกลับคืนมาจากที่ดูเหมือนว่าจะเป็นคืนที่ผิดหวังในตอนแรกสำหรับเยือนยุโรปของซิตี้ เกมก็เปลี่ยนหน้ามือมาเป็นหลังมือ
โบรุสเซียได้เป็นเจ้าบ้านในรายการแชมเปี้ยนลีกเป็นครั้งแรกแรกของระยะ 37 ปีที่ผ่านมา, จึงมีบรรยาการเฉลิมฉลองคาร์นิวาลกันเต็มเพียบในสเตเดี้ยมโบรุสเซียพาร์ค ตอนที่ทั้งสองทีมเดินลงแข่งเข้าสู่สนาม
ทั้ง2ทีมต่างก็แพ้ในการเล่นเปิดเกมแบ่งกลุ่มแรกของตน และต่างก็เล่นมีฟอร์มขึ้นๆลงๆทั้งคู่ในระยะหลายสัปดาห์เร็วๆนี้
ทีมเยอรมันนี้, มีพลกำลังแรงภายใต้การกุมบังเหียนของผู้จัดการ อังเดร ชูเบิร์ตที่เข้ามาแทนที่หัวหน้าเก่าที่ออกไปเพราะทีมเล่นแพ้ติดกันรวด 6 แมตซ์, เขาได้รับชัยชนะมาได้จาก 2 เกมสุดท้าย, ขณะที่ซิตี้ต้องสะอึกสำลักอยู่เพราะแพ้ไป 3 เกมจากลงเตะ 4 เกม
เดวิด ซิลบา และ ยาย่า ตูเร่ ตรวจร่างกายผ่านจึงเป็นตัวช่วยหนุนทีมได้จากสถานะการณ์นักเตะบาดเจ็บเยอะมากที่ยังมีนักเตะทีมแรกอีก 6 คนที่ไม่สามารถลงเตะได้
เดอะบลูส์เริ่มลวดลายอย่างมั่นใจในตอนต้นและเกือบซัดประตูนำมึนเช่นกลัดบัคไปก่อนได้เมื่อตอนบุกควบอย่างเร็วไปยิงประตูตั้งแต่ 5 นาทีแรกเลย
อเล็กซ์ โคลารอฟ ส่งลูกสวยเลยไปตอนในของกองหลังมึนเช่นกลัดบัคเทียบให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิง ซึ่ง, ตลบกลับ, เขี่ยลูกบอลระยะห่างกล่อง 6 หลาไปให้ อาเควโร่ แต่เขายิงเข้าตัวนายทวารที่กันลูกไว้ได้ทันทำให้หมดโอกาสไปทันที
โบรุสเซียเล่นได้ดี, เลี้ยงลูกได้แม่นและส่อให้เห็นวิกฤตเมื่อเฮอร์แมนน์เจาะทะลุเข้าไปทางขวา, แต่เขาเตะเรี่ยต่ำกว้างไปไม่เข้าประตู
นันเป็นการเตือนว่าอย่าประมาทเพราะโบรุสเซียยังคงสร้างปัญหาทำให้อกสั่นขวัญแขวนอยู่และเมื่อราฟฟาเอลเจาะเข้าไปลึกมากต้องถูกสะกิดให้ล้มลงพื้นจากฝีมือของโอตาเมนดี้, กรรมการเป่าให้ลูกโทษทันที
ครั้งสุดท้ายที่ฮาร์ทเจอลูกโทษเผาขนในแชมเปี้ยนส์ลีกคือ, เขาป้องกันลูกโทษของไลน่อล เมสซี่ไว้ได้ในระยะ 12 หลา– แล้วผลตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้นที่นี่, เมื่อราฟฟาเอลเตะเรี่ยต่ำก็เลยถูกมือเหนียวของฮาร์ทปัดออกไปได้อย่างเชี่ยวชาญตามที่เขาไม่เคยทำให้ทีมผิดหวังตอนนาทีวิกฤตยักษ์เช่นนี้
ยังไม่พึงพอใจกับการกันประตูให้กับทีมนัก, เขาต้องรีบจัดการให้จบจากลูกเตะมุมแล้วส่งลูกยาว 60 หลาไปจ่อให้อาเควโร่, แต่เขาซัลโวแรงพลาดไปหน่อยเพราะลูกติดดินวิ่งเลยผ่านเสาประตูออกด้านข้างไป
ราฟฟาเอล และ เฮอร์แมนน์ทั้งคู่ซัดประตูไม่เข้าในอีก2-3นาทีต่อมาเพราะมือกาวเหนียวแน่นของฮาร์ทกันลูกไว้ทัน และเฟอร์นันดีโน่ก็ได้แย่งลูกไม่แจ๋วนักอยู่ในกล่องจากสตินเดิลที่เกือบทำให้โดนลูกโทษอีก เดอะบลูส์เล่นสู้กันไปสู้กันมาในเกมนี้โดยยังไม่มีทีมไหนทะลวงกองหลังของศัตรูไปได้
เพราะปัญหาเรื่องเอ็นร้อยหวายหวนกลับมาทำให้ ยาย่า ตูเร่เจ็บขึ้นมาอีก, หนุ่มไอโวรี่จึงต้องหยุดเล่นแล้วมีตัวแทนลงเตะคือเฟอร์นันโด้ตอนหลังจากพักครึ่งแล้ว
ฮาร์ทต้องเจอศึกอีกเพียงนาทีแรกที่เริ่มครึ่งหลังเพราะราฟฟาเอล – อีกแล้ว – ที่เขาเจาะลึกเข้ามาได้ทางด้านขวาแล้วซัลโวทันที แต่นายทวารหมายเลข1ของอังกฤษก็ทุ่มตัวจัดการสกัดไว้ได้ทันซึ่งสร้างความเก็บกดเครียดให้กับฝูงแฟนๆซิตี้ในสนาม–แต่หลังจากนั้นอีก 7 นาที, พวกเขาท้ายสุดก็ฉลองกันใหญ่
การโจมตีอันตรายจัดของกองหน้าโบรุสเซียทำให้ซิตี้จนปัญญา, แต่ครั้งนี้ยิงทะลุเข้าจากด้านขวาโดยฝีมือของ ลารส์ สตินเดิลที่วิ่งจ่อเข้ามาโดยไม่มีใครบล็อคไว้และยิงต่ำอย่างแรงที่ฮาร์ทเอาไว้ไม่อยู่
ซิตี้ดูเหมือนถูกต่อยจังงังและถ้านี่เป็นการต่อยมวย, เดอะบลูส์เรียกว่าล้มทั้งยืน – แต่อย่างที่เป็นแบบนักสู้ไม่ถอยอึดหนัก, ซิตี้ยังคงแข่งยกต่อไปและแล้วนาทีที่ 67, การตีตื้นเท่ากันก็มาถึง, แม้ว่าทีมจะขาดนักเตะดาวเด่นไปหลายคนก็ตาม
มาร์ติน เดมิเชลิส จับลูกที่ส่งมาในระยะใกล้ไว้���ด้สวนยิงด้วยเข่าผ่านเส้นประตูเข้าไป, แต่ลูกบอลถูกเตะสวนออกมาถึงขอบกล่องซึ่งมีโอตาเมนดี้ยิงย้อนสวนกลับไปอีกแฉลบโดนคริสเตนเซ่นลูกเข้าไปกลิ้งในตาข่ายนับเป็นโกลแรกที่เขายิงให้ซิตี้
เพราะหมอออกคำสั่งและทันทีทันใด ก็เป็นเรื่องอีกที่นักเตะของเพลเลกรินี่ก็มีอาการหนักเพิ่มขึ้นทีละคน, ทีมแก้เกมได้คุมเกมอยู่ตอนใกล้จบเป็นเรื่องปรกติอย่างที่เคย, พวกเขาอยู่ในเกมเดิมพันหนัก
อาเควโร่, เฟอร์นันดีโน่ และตัวสำรอง จีซัส นาวาส ต่างก็พยามอย่างหนักปิดจากวงกว้างหรือบล็อคอย่างแกร่งกล้าเพราะเกมตื่นเต้นหายใจไม่ทันนี้ใกล้ถึงจุดไคลแม็กซ์แล้ว
แล้ว, ในวินาทีเกือบสิ้นชีพ, ซิตี้ก็ขโมยชัยชนะมาได้ จากลูกเตะมุมเข้ามาในกล่องเจอกับอาเควโร่ซึ่งเลี้ยงลูกโฉบเฉี่ยวมุ่งไปข้างหน้าและถูกสกัดสะกิดทำให้ล้มนอนลงพื้นโดยฝีเท้าของจอห์นสัน, กรรมการตัดสินอย่างง่ายทันที ณ จุดนั้นให้ลูกโทษ อาเควโร่ทำใจเยือกเย็นและซัลโวไปคนละทางกับที่ซอมเมอร์พุ่งตัวไปกันประตู ลูกเข้าไปตุงในตาข่าย, มีตอนหนึ่งที่ดูเหมือนว่าซิตี้ไม่มีทางชนะแล้ว
เดอะบลูส์มีโอกาสเล่นเสี่ยงอยู่ตลอด แต่ก็ได้แสดงให้เห็นสปิริตการเล่นที่แนะว่านี่เป็นผลลัพธ์ที่สำคัญยิ่งยวดของตลอดกาลทีเดียว