เดอะบลูส์นำอยู่ในตอนแรกๆของครึ่งแรกโดยเควิน เดอ บรอย์นซัดประตูได้ก่อน แต่เกมเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือไปเข้าข้างเจ้าบ้าน ซิตี้ต้องโศกาเจ็บปวดกับการพ่ายแพ้เป็นเกมที่3ใน4เกมที่ลงเตะ
เรื่องบาดเจ็บรวมทั้งเรื่องอ๊อฟไซต์ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่เดอะบลูส์เล่นแย่ลงในครึ่งหลังเพราะกองหลังเล่นห่วยต้องแพ้ไปถึง4-1
อดีตซิตี้เคยชนะ2ครั้งถึง 5-1 เมื่อเยือนไวท์ฮาร์ทเลนเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เหล่าแฟนๆเคยชอบให้ซิตี้ไปเยือนสเปอรก่อนหน้านี้ แต่ตั้งแต่วันนี้คงเปลี่ยนความคิดนั้นไปแล้ว
โจ ฮาร์ทต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพราะไม่อยากให้เขาเสี่ยงเรื่องปวดหลัง แต่คอมพานี่ตอนแรกประกาศไว้ว่าเป็นตัวสำรอง แต่ท้ายแล้วก็ต้องถอนตัวเขาออกไปจากตัวสำรองก่อนเริ่มเตะเพราะเขาบาดเจ็บอยู่
ส่วนเดวิด ซิลบา, เอเลียคิม มังกะล่า, วิลฟรีด โบนี่ ทั้งหมดยังหยุดพัก แต่มีเปลี่ยนตัวคือเฟอร์นันโด้เล่นคู่กันเฟอร์นันดีโน่เป็นมิดฟิลด์ และยาย่า เข้าไปเล่นโจมตีมากขึ้น
ราฮีม สเตอร์ลิง และ เซอร์จิโอ้ อาเควโร่มีโอกาสเกือบยิงเข้า2-3 ครั้ง และตูเรกับเดอ บรอย์นก็พยามยิงระยะยาวแต่ก็พลาดไม่เข้าเป้า จนถึงนาทีที่ 25ที่ซิตี้ยิงประตูได้ตึใข่แตก
เฟอร์นันโด้คว้าลูกได้ส่งผ่านไปให้ตูเรวิ่งเลี้ยงไปจนใกล้กล่องแล้วส่งผ่านไปถึงเดอ บรอย์นที่ซัดเรี่ยพื้นเข้าประตูทางด้านขวาผ่านมือเหนียวของ ฮิวโก ลอริสไปเลย
สเตอร์ลิงเกือบยิงเข้าเป็นประตูที่2อีก2นาทีต่อมาที่เขายิงต่ำพุ่งไปท้างมุมซ้ายของประตูแต่นายประตูลอริสป้องกันไว้ได้ทัน
ซิตี้ดูแล้วเล่นสบายๆอยู่, แต่มีการผิดพลาดกับกองหลังบางครั้ง และดูเหมือนว่าน่าจะยิงประตูได้อีกเมื่อเล่นต่อไป เมื่อสเตอริงส่งลูงย้อนหลังไปให้โคลารอฟที่ซัลโวอย่างแรงทันทีในนาทีที่ 43 แต่ลอริสก็กันประตูนี้ไว้ไม่เข้าอีกแล้ว
แทนที่ซิตี้จะได้โกล, สเปอร์สกลับซัดประตูได้ตอนเกือบจบครีงแรกที่ทำให้เดอะบลูส์โกรธจัด ไคลี่ วอล์คเคอร์เล่นด้านขวาและดูเหมือนเป็นอ๊อฟไซต์ได้ส่งลูกไปให้ซอนยิงประตู แต่วิลลี่ คาบาลเลโร่กันไว้ได้ทัน
ลูกบอลตกไปเข้าขาเดอ บรอย์นแต่เขาส่งลูกออกไปติดขาอิริค เดียร์ที่ซัดยิงประตูจากระยะ25หลายิงต่ำผ่านมือคาบ่าลเลโร่เข้าตาข่ายไปทำให้เสมอกับซิตี้ทันที
หลังจากพักครึ่งแล้วเล่นใหม่อีกเพียง 4 นาที สเปอร์สก็ทำประตูได้นำหน้าไปก่อนโดยฝีมือของโทบี้ อัลเดอร์เวียร์เรลด์ที่กระโจนพุ่งรับจากลูกฟรีคิดโหม่งเข้าประตูไปทันที คาบาลเรลโล่ทำอะไรไม่ได้เพราะออกมานอกเส้นหน้าประตู ไม่น่าเชื่อเลยว่าซิตี้ต้องรั้งท้ายเสียแล้ว แล้วต่อมาก็แย่ไปกว่านั้นอีก
เดมิเคลิสถูกเป่าฟาวล์ใกล้ๆริมกล่องด้านตัวเอง คริสเตียน อิริคเซ่นเตะลูกฟรีคิดไปชนคานประตูเด้งออกมาเจอแข้งของแฮรี่ เคนที่ยิงสวนออกไปลูกเข้าประตูอย่างแรงนับเป็นลูกแรกที่เขายิงได้หลังจากที่ยิงไม่เข้ามาเป็นเวลานานแล้ว ทีวีถ่ายย้อนให้ดูซ้ำอีกครั้งที่เคนอ๊อฟไซต์อยู่นิดหน่อย แต่ก็ได้ตัดสินไปแล้วว่าโกลนี้เข้าประตูไปแล้วนับว่าโชคไม่เข้าข้างเพลเลกรินี่เลย