City roared back to form as they thrashed Sunderland 4-1 at the Stadium of Light to progress into the last 16 of the Capital One Cup.

เกมชนะท่วมท้นตั้งแต่ครึ่งแรกเลยเมื่อเดอะบลูส์ซัดไปได้ 4 ประตูในระยะเวลาห่างกันของแต่ละโกลเพียง 27 นาทีจึงทำให้ครึ่งหลังเล่นได้อย่างสบายใจแต่ทีมเจ้าบ้านต้องกลั้นใจพยามเล่นสู้ต่อไปในฐานะเจ้าถิ่น

sergio

ในแมตซ์นี้เหมือนกับที่เคยปะทะกันมาแล้วในรายการแข่งขันนี้รอบชิงชนะเลิศปี 2014, ซิตี้ตั้งใจลืมเรื่องที่เปิดบ้านแพ้ติดต่อกันไปทั้งหมดเพื่อต่อสู้คืนฟอร์มเดิมในแมตซ์โม่แข้งกับคลับนี้ที่เป็นทีมอยู่ก้นครัวพรีเมียร์ลีก

ซิตี้ใช้นักเตะที่มีเหลืออยู่ให้เลือก, ในทีมเตะตั้งแต่เริ่มเกม 11 คนแรกจะมี1คนที่มาจากตัวสำรองที่อายุน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ของคลับ

ทีมซิตึ้ลงเตะในชุดกีฬาเยือนใหม่เอี่ยมอ่อง ‘ไนท์ไรส์ซิ่ง’ ชุดผีเขียว,ซิตี้เริ่มโจมตีได้ดีเก่งฉกาจแจ่มแจ๋วเหมือนสีเสื้อทีมที่ใส่อยู่โดยเซอร์จิโอ้ อาเควโร่พยายซัลโวเข้มแรงสูงหลายครั้งตั้งแต่เริ่มเกมเลย – โอกาสดีๆที่เปิดโอกาสให้ยิงประตูได้นี้ทำให้คุนได้เหลาคมให้แหลมแม่นฉมังเหมือนเคยอีก

เขาไม่ต้องรอนานมากเลยที่ยิงประตูเข้าไปตุงในตาข่ายได้อย่างแม่นมั่น (ตามมาตรฐานของเขาเลย)จากที่เขาไม่ได้ยิงมานาน นั่นนับจากโกลที่เขายิงได้ตั้งแต่วันแรกเปิดฤดูกาลนี้– จีซัส นาวาส เร็วเป็นลมกรมทำให้ศัตรูจับตัวไม่อยู่เลยทำให้เขาคว้าลูกที่ส่งผ่านมาจากฝีเท้าของ ยาย่า ตูเร มาเลี้ยงลูกอยู่แต่ขณะนั้นเองที่กองหลังปรี่มาขวางเขาเลยทำให้ผู้ช่วยกรรมการยกธงฟาว์ลให้ลูกโทษทันที อาเควโร่เป็นคนซัลโวไม่พลาดเป้าแน่จึงทำให้เดอะบลูส์นำเกมไปก่อนเลยในนาทีที่ 9

ตั้งแต่เริ่มต้นเล่นในครึ่งแรกเลยที่ซิตี้โจมตีถล่มทะลายจึงทำให้ได้โกลที่2 มาอย่างรวดเร็วในอีก 10นาทีต่อมา โดยที่ราฮีม สเตอร์ลิง ตาไวเห็นลู่ทางจึงส่งลูกผ่านไปแม่นเป๊ะวางให้ เควิน เดอ บรอย์น ที่รออยู่ในกล่อง ดาวเบลเยี่ยมจึงซัดลูกเข้าประตูไปอย่างสวยงามด้วยเท้าซ้ายผ่านมือเหนียวของ วิโต้ มาโนเน่ไปสบายๆ

ความพ่ายแพ้ยังทวีขึ้นไปอีกเมื่อเดอะบลูส์ทะลวงกองหลังของศัตรูไปได้ทุกครั้ง – จึงกลายเป็นว่าจะยิงประตูตอนไหนเท่านั้นแทนที่ถามว่าจะทำได้หรือปล่าว ดังนั้นเม็ดที่ 3 จึงเข้าตาข่ายไปก่อนจบครึ่งแรกและน่าแปลกมากที่ซัลโว่ได้หลังจากนั้นอีก 9 นาที

ลูกที่นาวาสส่งข้ามมาจากทางด้านขวาแต่มาโนเน่ป้องกันลูกนี้ไว้ได้ไม่ค่อยดีนักลูกออกไปไม่ไกลทำให้สเตอร์ลิงยิงทะลวงอย่างแรงชนเสาประตูแล้วเด้งไปชนนายทวารและลูกเข้าประตูไปเลย ลูกนี้ทำให้ทีมเจ้าแมวดำถูกปิดประตูสู้คืนไม่ได้แน่เพราะตอนนี้ครึ่งแรกผ่านไปแล้ว 33 นาที

sergio

และแล้วดูว่าจะแย่ลงไปอีกสำหรับเจ้าภาพที่ถูกขยี้ฉีกเป็นชิ้นๆอย่างไร้ความปราณีเลยต่อหน้าแฟนๆของตัวเอง แล้วก็มาอีกแล้ว, สเตอร์ลิงและเดอ บรอย์นร่วมหัวกันสร้างโอกาสโดยที่อดีตมิดฟิลด์โวล์ฟเบิร์กส่งลูกผ่านช่องเล็กนิดเดียวไปให้สเตอร์ลิง, ที่ก่อนหน้านั้นเขาได้เจาะประตูไปแล้วแต่ดันไปโดนนายทวารก่อนจึงกลายเป็นลูกเข้าประตูตัวเอง, แต่ครั้งนี้ไม่มีพลาดอีกแล้วเพราะเขาม้วนลูกยิงผ่านนายทวารเข้าไปกลิ้งในตาข่ายทำให้ชนะไป 4-0 ภายใน 36 นาทีของครึ่งแรกนี้

ซิตี้กล้าแกร่งจะเล่นโดยมีกองหลังจัดเต็มแกร่งจัดกว่าเดิมในฤดูกาลนี้, ส่วนเรื่องเข้าใจเข้าขารู้เรื่องกันดีมากระหว่างสเตอร์ลิงและเดอ บรอย์นดูเหมือนจะมองตารู้ใจกันเลยเป็นเรื่องสุดพิเศษจริงๆแม้ว่าทั้งคู่จะลงเตะไปได้เพียง 2-3 แมตซ์เท่านั้น

ซิตี้มีความเครียดน้อยลงมากสำหรับเล่นในเวลาที่เหลือ, แต่ทีมจะคิดกันเรื่องมุ่งไปดวลแข้งในตอนกลางวันของเสาร์หน้าที่ต้องปะทะกับสเปอร์ส, ส่วน มานู การ์เซีย และ จอร์จ เอแวนส์ ทั้งคู่ได้ลงเตะในตอนท้ายๆของแมตซ์นี้ด้วย

มีอีกหนึ่งโบนัสที่เป็นเรื่องสุดยอดคือการกลับมาลงเตะของ เฟอร์นันโด้ ที่เล่นแจ๋ววิ่งทั่วสนามเป็นที่ประทับใจในการหวนคืนมาโชว์ฟอร์มได้แล้วของหนุ่มบราซิลคนนี้

สำหรับแฟนๆทีมเหย้าที่ต้องเจอเรื่องเจ็บปวดยาวนานเช่นนี้, แต่ยังดีที่มีปลอบใจให้นิดนึงในนาทีที่ 83 ที่ได้ประตูจากลูกโหม่งของ ทอยโวเนน ที่ทำให้แฟนๆยิ้มกันออกมาได้– แต่โกลที่ได้ไปนี้ไม่ได้ทำให้ฟอร์มจัดแรงกล้าสว่างไสวของลูกทีมเพลเลกรินี่ลดน้อยลงไปเลย เพราะซิตี้จะไปเยือนไวท์ฮาร์ทเลนด้วยความมั่นใจที่มาจากได้ชนะเรียงติดต่อกันไม่ขาดสายถึง 6 แมตซ์มาแล้ว – สถิตินี้นับเริ่มจากที่ชนะสเปอร์ส 1-0 ไปในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา...