เขารักษาคำพูดของเขา มานูเอล เปเยกรินี่ ได้นำนักเตะดาวรุ่งมาลุยสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยได้จัดผังด้วยการใช้หกนักเตะดาวเด่นเป็นตัวจริง และอีกสองคนนั่งอยู่ขอบสนาม โดยพวกเขาได้ต่อกรได้ดีในครึ่งแรก โดยดาวิด เฟาพาล่า ได้ทำประตูตีเสมอหลังจากที่เจ้าบ้านนำไปก่อนเพียงสองนาที
มานู การ์เซีย,อเลกซิส การ์เซีย,โตสิน อาราเบียงโย,เบอร์ซันต์ เซลีนา และเฟาพาล่า ต่างได้เป็นตัวจริงในการปะทะเชลซี เนื่องจากตารางการแข่งขันแน่นเอียดของทัพเรือ ทั้งแชมป์เปี้ยน ลีก และคัพ ไฟน่อล
...ซิตี้ ปะทะ เชลซี...
คงไม่เป็นการลำเอียงเกินไปหากจะบอกว่า นักเตะดาวรุ่งของซิตี้ได้พยายามทำเต็มที่สุดความสามารถโดยไม่มีความเกรงกลัวอดีตแชมป์พรีเมียร์ ลีก โดยเฉพาะเริ่มต้นได้ดีด้วยการหาโอกาสซัลโวบอลภายในสามนาทีหลังเปิดเกม
ดาวิด เฟาพาล่า ได้กู้สถานการณ์หลังจากที่ซิตี้ตกเป็นรองด้วยการฝ่าเอียนโนวิคและคาฮิลล์เข้าไปในด่านในและซัดบอลทรงพลัง แต่นายทวารกูร์กตัวส์ เซฟไว้ได้
ซิตี้พยายามจะยิงเบิกสกอร์ให้ได้ก่อนเจ้าบ้านแต่ก็โชคร้ายเมื่อเปโดรซัลโวหลังจากฟาเบรกัสป้อนบอลให้และเกือบยิงวิลล่า กาบาเยโร่ ได้
เจ้าบ้านครองบอลในครึ่งแรก จนกระทั่งนาทีที่ 35 ฟาเบรกัสได้ต่อบอลกับฮาซาร์ดและวิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนที่จะป้อนให้คอสต้าที่รออยู่และได้ซัลโวตุงตาข่าย
ซิตี้ตอบโต้ทันทีภายใน 94 วินาที เคเลชี อิเฮียนาโช ก็ได้เริ่มต้นหาทางตีเสมอด้วยการส่งบอลให้ดาวิดที่ยิงเผาขนเข้าไปได้อย่างแม่นยำ
แต่ทัพดาวรุ่งของเปเยกรินี่ก็ต้องมารับบทหนักเมื่อเชลซีโจมตีเต็มที่ในครึ่งหลัง วิลเลียนลั่นไกก่อนตามด้วยคาฮิลล์
ในขณะที่เหลือ 53 นาที เรือใบสีฟ้าก็ต้องลำบากต่อเนื่องเมื่อลูกฟรีคิกของฮาซาร์ดในนาทีที่ 67 พังประตูซิตี้ต่อ ยังไม่หมดแค่นั้นกรรมการยังแจกลูกโทษให้เชลซีหลังจากที่มาร์ติน เดมิเคลิสทำฟาลว์ทราวเร่ในกรอบ แต่ก็มีหลายเสียงระบุว่านี่ไม่ใช่ลูกโทษ
อิเฮียนาโช,โคลารอฟและมานู การ์เซีย ได้โอกาสซัลโวบอลก่อนที่ทราวเร่จะยิงประตูเข้าไปก่อนหมดเวลาห้านาที
แบรนดอน บาร์เกอร์ และคาเมรอน ฮัมพรีย์ มีจังหวะทำประตู แต่ก็ไม่อาจทำประตูเพิ่มให้ซิตี้ที่นัดนี้ไม่อาจเป็นแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ อย่างไรก็ตาม นักเตะดาวรุ่งที่มาเปิดตัวในนัดนี้ต่างก็ได้รับความชื่นชมจากแฟนๆ
ถึงเส้นทางเอฟเอ คัพจะถึงทางตันเสียแล้ว แต่ซิตี้ก็ยังมีภารกิจหนักมากในสัปดาห์นี้ด้วยการลุยแชมป์เปี้ยน ลีก ต่อด้วยแคปปิตัล วัน คัพ ไฟน่อล ในวันอาทิตย์หน้า