แมตซ์รีพอร์ต

Premier League
Premier League
ส. 6 ก.พ.
1
3
ซิตี้ แพ้ 3 - 1 ศึกชิงบัลลังก์จ่าฝูง กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่น่าหดหู่ ณ สังเวียนเอติฮัด สเตเดี้ยม

“เรือใบสีน้ำเงิน” แมนฯซิตี้ ตกเป็นรองมาตั้งแต่เริ่มเกม และไม่มีท่าทีที่จะแก้ได้ หลังถูก “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” รุกหนักตลอดทั้งเกม และคว้าชัยชนะทำให้นำดิ่ง 6 แต้ม เป็นจ่าฝูงในพรีเมียร์ลีกมีเพียง ลิเวอร์พูล เท่านั้นที่เคยทำลายชื่อเสียง แมนฯ ซิตี้ ในถิ่นตัวเองได้อย่างนี้ ทำให้กองเชียร์ในสังเวียนที่บ้านของซิตี้โศกเศร้า

ถ้ามีใครก็ตามในกองเชียร์ 54,693 คน ณ สังเวียนเอติฮัด สเตเดี้ยม สงสัยแม้แต่น้อยว่าทำไม เลสเตอร์ สามารถนำพรีเมียร์ลีกอยู่สามแต้ม หลังจากเกมเริ่มแค่ไม่กี่นาที

Robert Huth opens the scoring for Leicester

เปิดเกมได้อย่างคล่องแคล่ว โหดเหี้ยม และบุกเข้าใกล้ประตูในระยะเผาขน จิ้งจอกสีน้ำเงิน นำเกมตั้งแต่สามนาทีแรก

ริยาด มาห์เรซ พุ่งเข้าทางขวาหาประตู ลอดผ่าน ฟาเบียน เดลฟ์ และ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ก่อนที่นักเตะชาวเซอร์เบียจะทำฟาวล์ริบกรอบเขตโทษ

ลีลาการเปิดฟรีคิกของ มาห์เรซ ทำเอาฝ่ายรับ เรือใบสีน้ำเงิน ไม่ทันตั้งตัว โรเบิร์ต ฮูธส่งลูกเบี่ยงเข้าสู่ประตู ปล่อยให้ โจ ฮาร์ท ยื่นอ้าปากหวอ 

เป็นการเริ่มเกมที่ แมนฯ ซิตี้หวั่นและพยายามหลีกเลี่ยง แต่ฝันร้ายกลายเป็นจริงเมื่อต้องมาเจอกับ จิ้งจอกน้ำเงิน ผู้เชี่ยวชาญในการเตะนอกบ้าน ด้วยสถิติแพ้เพียงครั้งเดียวในเกมนอกบ้าน 15 เกม

นี่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักแตะผู้มาเยือนได้ตั้งตัว สกัดคู่ต่อสู้และท้าทายให้ เรือใบสีน้ำเงิน พุ่งเข้าใส่ - เป็นแผนที่พวกเค้าทำได้สำเร็จอย่างง่ายดายตั้งแต่เปิดเกม ดีซะจนมีโอกาสเกือบยิงนำได้อีกตั้งสองครั้ง

สถานการณ์น่าจะแปรผันได้ แต่ยังไงก็ตาม

แมนฯ ซิตี้มีโอกาสทองสองครั้งในการยิงลูกโทษ - นาทีที่ 24 ปาโบล ซาบาเลตา โดนเตะล้มในกรอบเขตโทษ และเมื่อดูภาพย้อนหลัง ประกฎว่าการละเมิดเกิดขึ้นบนเส้น นั้นก็หมายความว่า ซาบาเลตา ควรจะได้เตะลูกโทษ
Raheem Sterling appears dejected after Leicester's third goal

เคราะร้ายอีกครั้ง นาทีที่ 41 เมื่อเฟอร์นานโดโดนพลักล้มกับพื้นในกรอบเขตโทษ - โทษฟาวล์ที่ถ้าอยู่นอกเขตโทษคงได้ฟรีคิกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เมื่อเป็นเขตโทษนั้นก็ควรจะได้เตะลูกโทษ แต่กลับเสียโอกาสไปอย่างง่ายๆ

เมื่อถึงครึ่งหลัง เรือใบสีน้ำเงิน พยายามกอบกู้ถิ่นตัวเอง แต่ยังไม่สามารถข่มขู่คู่แข็งได้สำเร็จในเวลาที่จำเป็น ดูเหมือนว่า มานวยล์ เปเยกรีนี ต้องกลับไปคิดหนังระหว่างพักครึ่งว่าจะทำยังไงถึงจะพลิกเกมได้

น่าเสียดายที่ แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจากครึ่งแรก เพราะเพียงแค่นาทีที่ 3 ของครึ่งหลัง เลสเตอร์ ก็นำคะแนนไปอีก มาห์เรซเริ่มต้นได้อย่างสวยงาม พุ่งด้วยความเร็วสูง พร้อมสลับหลอก ฮาร์ท ด้วยพลังแรงม้า
Leicester celebration

คาดเดาได้จากหลักฐานของเกม ดูเหมือนว่า เลสเตอร์ คุมเกมอย่างเห็นๆ หลังจากเตะเข้าประตูได้อีกครั้ง เปเยกรีนีจึงตัดสินใจเปลี่ยน ตูเร กับ เดลฟ์ ทันทีหลังจากนั้น ให้ เฟอร์นานโด และ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ เข้ามาแทน

เฟอร์นานโด เกือบจะยิงได้ภายในไม่กี่นาที โดยการบุกเข้าข้างประตู แต่โดน แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล สกัดอย่างสวยงาม ป้องกั้นให้ เลสเตอร์ ยังคงนำอยู่สอง

โชคร้ายยังไม่หมดสำหรับ เรือใบสีน้ำเงิน เมื่อทีมเยือนขยับนำห่างไปอีกก้าว เมื่อนักเตะร่างยักษ์อย่าง ฮูธ ยิงลูกที่สองของเค้าได้อย่างสวยงามในนาทีที่ 60 จากลูกเตะมุม ที่ คริสเตียน ฟุคส์ ได้ส่งผ่าน
Raheem Sterling crosses the ball

เซร์คีโอ อะกูเอโร ยิงประตูให้ชาวเรือใบสีฟ้าก่อนเกมจบเพียงสองนาที และอีกนาทีต้อมา เซลีน่า เกือบยิงได้อีกลูกหลังจากสกัดบอลส่งกลับได้ แต่พลาดอย่างน่าเสียได้เมื่อยิงลูกกว้าง

สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างก็สายไป เจ้าบ้านยังคงเป็นเพียงที่สอง

ยามบ่ายที่แมนฯ ซิตี้ไม่อยากจำ แทบต้องเตรียมรีบ สเปอร์ส อาทิตย์หน้า ที่แน่ๆ เรือใบสีน้ำเงินต้องลุกขึ้นยืนจากการภายแพ้ครั้งนี้ให้ได้เร็วที่สุด


เข้าชมพันธมิตรของสโมสรทั้งหมด

Mancity.com

31?