ซิตี้ผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ รายการแคปปิตัล วัน คัพ ด้วยการหวดเอฟเวอร์ตันสามประตูในขาสอง 3-1

เควิน เดอ บรอยน์ ปรากฎกายในสนามในครึ่้งหลังในฐานะนักเตะสำรองและได้ผลักดันให้ซิตี้ได้ไปชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ ก่อนที่เขาจะได้รับบาดเจ็บและถูกหามออกจากสนาม

ตอนนี้ชาวซิตี้เซ่นทั่วโลกคึกคักและตั้งตาคอยเดือนกุมภาพันธ์ที่ซิตี้จะปะทะลิเวอร์พูล เป็นครั้งที่สองในสามฤดูกาล โดยมีแชมป์แคปปิตัล วัน คัพ เป็นเดิมพัน

บรรยากาศในเอทิฮัดคับคั่งไปด้วยแฟนๆ ที่มาเชียร์ทีมรักเข้าไปเล่นรอบชิง ทุบสถิติเก่่าทิ้งด้วยการมีผู้ชมเนืองแน่น 50,048 คนในรอบเซมิ ไฟน่อล และแฟนๆ ก็หอบความสุขกลับบ้านเมื่อซิตี้ตอกหน้าเอฟเวอร์ตันที่พบกันนัดที่สามภายในหนึ่งเดือนได้สาสม

..ซิตี้ 3 เอฟเวอร์ตัน 1...

 

มานูเอล เปเยกรินี่ เปลี่ยนสี่นักเตะจากนัดที่เสมอเวสต์แฮม 2-2 ในขณะที่เอฟเวอร์ตันก็หมายมั่นปั้นมือจะเข้าสู่รอบชิงเพื่อจะไปปะทะกับลิเวอร์พูล เพื่อนบ้านคู่ปรับ

เอฟเวอร์ตันเริ่มต้นเกมในรูปแบบเดิมด้วยการยิงประตูรวดเร็ว ทำให้ซิตี้ตกเป็นฝ่ายตามอีกครั้ง

ท็อฟฟี่บุกหนักและหมั่นทำเคาท์เตอร์ แอคแทค ทลายแบ๊คโฟร์ของซิตี้อยู่เนืองๆ

ทัพเรือทำอะไรคู่ต่อสู้ไม่ได้ นาทีที่ 18 ต้องไล่ตามสองประตู (รวมสองขา) เมื่อรอส บาร์คลีย์ ได้ฝ่ามิดฟิลว์และนำบอลเข้าไปยังมุมกรอบเขตโทษของซิตี้ก่อนจะซัลโว 20 หลาผ่านวิลลี่ กาบาเยโร่ เข้ามุมประตูล่างอย่างงดงาม

คราวนี้ ทัพเรือเร่งเครื่องเต็มสูบ หกนาทีให้หลัง ดาบิด ซิลบา ป้อนบอลให้อากูเอโร่ที่ซัลโวทันที แต่ช็อตของกุนถูกสกัดไว้ได้ บอลลอยมาเข้าเท้าเฟอร์นันดินโญ่ตรงมุมกรอบเขตโทษ มิดฟิลว์ชาวบราซิลตัดสินใจยิงเต็มเหนี่ยวเบิกสกอร์ จุดประกายความหวังให้ชาวเอทิฮัด

ซิตี้ยังคงพยายามไล่ตามต่อ ในนาทีที่ 37 อากูเอโร่นำบอลตัดเข้ามาจากทางขวาและซัลโวว่องไว แต่ช็อตของเขากระทบคาน แม้ซิลบาจะพยายามยิงซ้ำแต่นายทวารโรเบิลก็เอามือปัดออกไป

ครึ่งแรกผ่านไปอย่างดุเดือด ส่วนครึ่งหลังเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนตัวของซิตี้ นาบาสเสียบแทนเดลฟ์ ก่อนจะหมดหนึ่งชั่วโมง ซิลบาได้โหม่งซัลโวหลังจากรับลูกตัดจากทางขวา แต่ช็อตของเขาก็คล้ายอากูเอโร่ที่ไปกระทบคาน แฟนๆ ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง อดคิดไม่ได้ว่า หรือนัดนี้ซิตี้จะไม่มีดวง

เดอ บรอยน์ เสียบแทนยาย่า ตูเร ในนาทีที่ 65 และเพียงห้านาที นักเตะชาวเบลเยี่ยมก็ได้แทรกตัวเข้าไปอยู่ด่านหน้า และรับบอลจากราฮีม สเตอร์ลิ่ง จากทางขวา ซัลโวประตูต่อชีวิตให้ซิตี้



เหลืออีก 20 นาที ที่ซิตี้จะต้องยิงประตูให้ได้เพื่อเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ คำว่าแพ้ไม่มีอยู่ในความคิดคำนึงของนักรบของเปเยกรินี่ พวกเขาใช้หัวใจเล่นในเกมนี้ โดยหวังจะไปโชว์ฝีมือที่เวมบลีย์อีกครั้ง

...ซิตี้ 3 เอฟเวอร์ตัน 1...

 

ดูเหมือนเอฟเวอร์ตันจะใจฝ่อเล็กน้อยเมื่อเห็นความดุดันของทัพเรือที่โหดขึ้นเรื่อยๆ

14 นาทีต่อมา ความมุ่งมั่นและทุ่มเทก็ทำให้พวกเขาได้มาซึ่งประตูที่สาม เดอ บรอยน์ ส่งตัดมหากาฬมาให้อากูเอโร่ที่ซัลโวไม่มีพลาด

คราวนี้ล่ะ เอฟเวอร์ตันถึงกับอึ้งและทึ่ง การพบกันสองนัดในเดือนนี้ (ซิตี้แพ้และเสมอ) ทำให้พวกเขารู้แล้วว่า ซิตี้ไม่ยึดติดกับอดีต แต่ขอทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ซิตี้ยังคงไม่มีฤทธิ์และยังต้องการประตูต่อเนื่อง ก่อนนาทีที่ 90 ฮีโร่เดอ บรอยน์ ก็ล้มลงนอนแผ่เพราะได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า ทีมแพทย์เข้ามาตรวจพร้อมกับเปลสนาม

เรือใบสีฟ้าต้องสู้ต่อแม้จะเหลือเพียงสิบนายในขณะที่ยังเหลือแปดนาที ซึ่งซิตี้ก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เมื่อเสียงเป่านกหวีดหมดเวลาดังขึ้น นั่นก็หมายความว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้เกรียงไกรได้ไปเวมบลีย์แน่นอนแล้ว โดยจะชิงถ้วยคัพกับลิเวอร์พูลในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559