เซอร์จิโอ้ อกูเอโร กองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี ยิงแฮตทริคดันเรือใบสีฟ้าถล่มโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค 4-0 ศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก นัดแรกของรอบกลุ่ม (กลุ่มซี)
เกมนี้ถูกเลื่อนมา 24 ชั่วโมง เนื่องจากฝนตกที่แมนเชสเตอร์อย่างหนักเป็นเหตุให้สนามแข่งอยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก ทำให้ผังตัวจริงออกมาล่วงหน้าหนึ่งวันและได้เห็นชื่อของศูนย์หน้าดาวยิงชาวอาร์เจนติน่าเป็นตัวจริงล่าตาข่าย หลังจากที่หายหน้าไม่ได้ลงฟาดแข้งในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เนื่องจากถูกแบนสามนัดในประเทศ
เปิดเกมเพียง 8 นาที อาเกวโร่ก็แผลงฤทธิ์ทันที ประตูแรกเริ่มจากอเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ที่ขึ้นมาเติมเกมและส่งบอลให้กุนซัลโวนิ่มๆ เจ้าบ้านนำไปก่อน 1-0 สี่นาทีต่อมา เซอร์จิโอ้กเกือบทำประตูที่สอง ด้วยการนำบอลส่งทางขวาให้อิลคาย กุนโดกัน ที่ลงเล่นนัดแรกให้ซิตี้ได้ซัลโวเต็มเท้า แต่นายทวารซอมเมอร์ตาไว กระโดดปัดไว้ได้ทัน
หนึ่งในโมเมนต์สำคัญของเกมนี้คือตอนที่รัพฟาเอลได้ตอบโต้ดุดันพาบอลขึ้นหน้า แต่จอห์น สโตน ขวางไว้ด้วยการทุ่มร่างของเขาบล็อกช็อตอันตรายไว้ได้ทันท่วงที แสดงให้เห็นถึงความฉลาดในการอ่านเกมของแผงหลังวัยรุ่นชาวอังกฤษ
ประตูที่สองได้จากการยิงจุดโทษของกุน ที่กุนโดกันมีส่วนอย่างมากเนื่องจากกรรมการระบุว่าโบรุซเซีย มึนเชนกลัดบัคทำฟาลว์ตรงเขตโทษ และนี่เองที่อาเกวโร่ซัลโวบอลไปทางซ้าย ในขณะที่ซอมเมอร์พุ่งตัวไปขวา อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายเห็นขัดแย้งกับกรรมการและไม่คิดว่าเป็นลูกโทษ
ผู้มาเยือนไม่ค่อยได้ไปก่อกวนนายทวารเคลาดิโอ้ บราโว มากนัก แต่เขาก็ได้รับหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบในนาทีที่ 41 เมื่อผู้รักษาประตูชาวชิลีต้องเซฟลูกต่ำอันตรายจากทางซ้ายที่ปั่นบอลโดยสตินเดิ้ลจากระยะ 18 หลา
ต่อกันครึ่งหลัง เรือใบสีฟ้ายังคงความเร็วที่ดีกว่าและโชว์ฟอร์มได้คมกว่าผู้มาเยือน จอห์น สโตนและนิโคลัส โอตาเมนดิไม่ได้ทำอะไรพลาดสักนิดเดียวตลอดทั้งเกม
ซิตี้คึกคักอยากได้ประตูที่สาม นักเตะหลายคนดาหน้ามาเสี่ยงดวงซัลโว เริ่มจากนิโคลัส โอตาเมนดิ ที่สบช่องซัลโวบอลโล่งๆ แต่บอลข้ามคาน ต่อจากนั้นเป็นคิวของเฆบุส นาบาส ที่ยังจบสกอร์ไม่ได้ ตามด้วยซาบาเลต้าที่นัดนี้สวมปลอกแขนกัปตัน กดด้วยเท้าซ้ายเต็มพลังแต่ก็ข้ามคาน
และในนาทีที่ 73 เดอบรอยน์ก็ได้ซัลโวบอลแต่โชคไม่ดีบอลไปกระทบเข้ากับคางของนายทวารซอมเมอร์ที่รับบทหนักมากตลอดทั้งเกม ช็อตของเควินยังไม่เป็นประตู
ในที่สุด นาทีที่ชาวซิตี้เซ่นรอคอยก็มาถึง เมื่อราฮีม สเตอร์ลิ่ง จ่ายบอลทะลุให้อาเกวโร่ที่ได้นำบอลฝ่านายทวารซอมเมอร์กดตุงตาข่ายทำแฮททริค 3-0 ต่อจากนั้นเขาก็ถูกเปลี่ยนตัวเป็นเคเลชี อิเฮียนาโช และสองซูเปอร์ซับก็ออกฤทธิ์ โดยเลรอย ซาเน่ ป้อนให้อิเฮียนาโชในกรอบและซัลโวตุงตาข่าย ทำให้สกอร์กลายเป็น 4-0
เซอร์จิโอ้ อาเกวโร่ แมนออฟเดอะแมตช์
ขณะนี้อากูเอโร่ทำแปดแฮททริคให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอันดับดาวยิงของเขาได้เลื่อนขึ้นนำหน้าฟรานซิส ลี นักเตะตำนานของซิตี้แล้ว
แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ซิตี้ได้ออกตัวดีเยี่ยมจากการคุมบังเหียนของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดยได้ทุบสถิติของสโมสรด้วยการเอาชนะเจ็ดนัดติดต่อกัน