แมนเชสเตอร์ ซิตี้ต้องไล่ตามเจ้าบ้านมิดเดิลสโบรช์ในนัดที่ไม่มีใครยอมใครที่ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม

เจ้าบ้านขึ้นนำสองครั้ง ฝ่ายเยือนไล่ตามมาได้ทุกครั้งด้วยประตูจากจุดโทษของอเกวโร่และลูกโหม่งพิฆาตของเฆซุสก่อนหมดเวลา

เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ ลีก ต้องไปเยือนมิดเดิลสโบรห์ รองบ๊วยบนตาราง ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

เจ้าบ้านอยากได้ 3 แต้มเพื่อขยับตำแหน่งให้พ้นโซนตกชั้น โดยเกมนี้สตีฟ แอ็กนิว ส่งอดีตซิตี้ อัลบาโร เนเกรโด้ เป็นหัวหอกตัวเป้า ในขณะที่ฝ่ายอาคันตุกะ กุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอลา เปลี่ยนตัวนายทวารเป็นวิลลี่ กาบาเยโร่ และนำสองหัวหอกมาเป็นตัวจริง กาเบรียล เฆซุส และเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ และใช้ขุมกำลังหลักหน้าเดิม โดยมีกัปตันแวงซองต์ กอมพานี่ และมีเควิน เดอบรอยน์ มาปั้นเกมแดนกลาง ที่พิเศษก็คือ นัดนี้มีอเล็กซิส การ์เซีย กองกลางดาวรุ่งเป็นตัวจริงเป็นครั้งแรก

เกมครึ่งแรก ทีมเยือนครองบอลได้มากกว่า แต่สองทีมมีโอกาสทำประตูได้พอๆ กัน

โอกาสแรกของซิตี้เกิดขึ้นเมื่อโคลารอฟผนึกกำลังกับแฟร์นันดินโญ่และคลิชชี่ โยนบอลให้อเกวโร่ที่นำบอลเข้าไปในเขตโทษและส่งลูกตัดให้เฆซุส แต่ดาวยิงแซมบ้าซัดออกนอกกรอบ

ต่อจากนั้น อเกวโร่ก็สบช่องม้วนบอลในเขตโทษ แต่ลงน้ำหนักไม่ค่อยดี ทำให้บอลโด่งข้ามคาน

คราวนี้เป็นทีของโบโร่ เนเกรโด้ส่งบอลต่ำระยะเผาขน แต่ไม่ตรงกรอบ ตามด้วยโอตาเมนดิที่ตัดบอลให้เฆซุสในเขตโทษแต่ลูกโหม่งของเขากว้างออกในนาทีที่ 36 และแล้ว ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นจาฝีมือของเจ้าบ้านที่ฉวยโอกาสโต้กลับ สจ๊วต ดาวนิ่งวิ่งเร็วไปกระชากบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนปาดเข้าไปในเขตโทษป้อนเนเกรโด้ ที่ฝ่าด่านสุดท้ายของกาบาเยโร่ ซัลโวทีมเก่าเต็มเท้า ทำให้สิงห์แดงนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 38

ครึ่งหลังเป๊ปปรับแท็คติกด้วยการเปลี่ยนสองตัวผู้เล่น ส่งซาเน่และสเตอร์ลิ่ง แทนที่คลิชชี่และการ์เซีย โดยยังคงเดินเกมรุกใส่โบโร่อยู่ฝ่ายเดียว แต่ก็ยังตีเสมอไม่ได้ จนนาทีที่ 69 ผู้ตัดสินเควิน เฟรนด์ เป่าให้ซิตี้ได้จุดโทษ หลังจากที่ซาเน่ล้มลงในเขตโทษจากการทำฟาลว์ของเด รูน

อเกวโร่ก้าวเท้าเข้ามารับหน้าที่เพชรฆาตสังหารนิ่มๆ ไล่ตามมาเป็น 1-1

แต่แล้วเจ้าถิ่นก็ทำประตูนำขึ้นไปอีก เมื่อโอตาเมนดิทำฟาลว์ทำให้โบโร่ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ช็อตฟรีคิกของดาวนิ่ง ทำให้กาบาเยโร่สกัดไปไม่พ้นทาง แดนหลังตัวยืมจากอาร์เซน่อล คัลลัม แชมเบอร์ ยิงโล่งๆ โบโร่แซงเป็น 2-1 ในนาทีที่ 78

เกมดุเดือดมากขึ้น เมื่อเรือใบสีฟ้าพลิกสกอร์เป็น 2-2 จากการทำประตูของกาเบรียล เฆซุส หลังจากรับลูกตัดของอเกวโร่

หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขยับขึ้นมาเท่ากับลิเวอร์พูล 66 แต้ม หลังจากบุกไปเสมอมิดเดิลสโบรห์ 2-2 ส่วนสิงห์แดงได้เพิ่มเป็น 28 แต้ม

แมนออฟเดอะแมตช์ คือเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ตามเสียงโหวตจากแอ๊พซิตี้ แมตช์เดย์

สถานีต่อไป

ซิตี้ยังคงช่วงชิงตำแหน่งท็อปโฟร์ และจะเปิดรังรับมือคริสตัล พาเลซ ในวันเสาร์ที่ 6 พ.ค. พาเลซได้โชว์ฟอร์มสุดคมในการไปเยือนเชลซีและลิเวอร์พูลมาแล้ว

สำหรับเพื่อนบ้านคู่ปรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงตามแมนซิตี้อยู่หนึ่งแต้มหลังจากปีศาจแดงเสมอสวอนซี