นัดนี้เป็นนัดส่งท้ายฤดูกาลที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจนจบเกมโดยเฉพาะระเบิดไปสี่ประตูในครึ่งแรกด้วยโกลจากแวงซองต์ กอมพานี่,เซอร์จิโอ้ อเกวโร่ และแฟร์นันดินโญ่ ตามด้วยประตูที่ห้าของกาเบรียล เฆซุส
ผู้จัดการทีมวัลเตอร์ มาซาร์รี่ กล่าวก่อนแข่งว่า แดนหลังหกคนของเขาไม่พร้อมลงเล่นโฮมเกมปิดฤดูกาล แต่ก็ยืนยันว่าจะทำเรื่องยากให้เป็นง่าย ในขณะที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ส่งหอกคู่โหด เซอร์จิโอ้ อเกวโร่และกาเบรียล เฆซุส มายืนเป็นตัวจริง ดูเหมือนต้องการยิงกระจายใส่เจ้าบ้าน
เปิดเกมนาทีแรกก็ตื่นเต้นทันที เมื่ออเกวโร่เปิดบอลย้อนมาให้เฆซุส ดาวเด่นแซมบ้าโหม่งทันที แต่ติดอยู่หน้าประตู โดยโฮลบาสเคลียร์ไว้ได้
ซิตี้ปลดล็อคได้จากการทำประตูของกัปตันแวงซองต์ กอมพานี่ ที่ยืนอยู่หน้าเสาโดยไม่มีใครประกบ ทำให้เขาได้โหม่งซัลโวหลังรับลูกเตะมุมของเดอบรอยน์ ในนาทีที่ 5 แมนซิตี้ขึ้นนำ 1-0
เรือรบกระหายประตูที่สอง ซิลบาและซาเน่ชิ่งบอลกันสี่ครั้งก่อนที่ซิลบาส่งให้อาเกวโร่ซัลโว แต่เสียดายโดยดักบอลไปก่อนในนาทีที่ 7
เจ้าถิ่นได้ช็อตแรกโดยเอ็มบาย เนียงตัดสินใจยิงม้วนจากระยะไกล แต่บอลกว้างออกในนาทีที่ 13
นายทวารเอเรลโญ่ โกเมส รับภาระหนักอีกครั้ง โชว์ซูเปอร์เซฟเมื่อเอลกุนลั่นไกใส่จากสามหลาในนาทีที่ 19
ห้านาทีต่อมา เซอร์จิโอ้ไม่รอช้า เหนี่ยวไกทันทีหลังจากเดอบรอยน์ป้อนมาให้ เอลกุนย่ามใจพาบอลไปประชันหน้ากับโกเมซ ยิงเลียบเสาไกลเข้ามุมซ้าย แมนซิตึ้หนีขึ้นไปเป็น 2-0 ในนาทีที่ 23 ประตูนี้ของอเกวโร่ทำให้เขาทำสถิติประตูที่ 32 เท่ากับทำไว้ในฤดูกาล 2014/15
ซิตี้บุกใส่ไร้ความปราณี ประตูที่สามเกิดขึ้ยจากการทะลุเป็นช่องๆ บิลว์มาตั้งแต่กาบาเยโร่ คลิชชี่ส่งต่อให้ซิลบาป้อนซาเน่ ที่ส่งลูกตัดสุดสวยให้อเกวโร่ ที่พังตาข่ายงามงดในนาทีที่ 36
ประตูที่สี่ของแมนซิตี้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของเจ้าบ้านที่เคลียร์บอลริมเส้นไม่ได้ ปล่อยให้อเกวโร่และเฆซุสชิ่งบอลกันและจบด้วยการผ่านบอลให้แฟร์นันดินโญ่ที่ฟันฝ่าสองด่านก่อนซัดตรงกรอบ แมนซิตี้นำห่างเป็น 4-0 ในนาทีที่ 41
ด้านนายทวารซิตี้ก็สกัดบอลอันตรายครั้งแรกเมื่อสเตฟาโน่ โอกาก้า นำบอลตัดเข้ามาข้างในและยิงทรงพลัง แต่ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนติน่าปัดป้องไว้ได้
แมนซิตี้ยังคงแรงดีไม่มีตก ไล่ล่าตาข่ายต่อเนื่อง สองหอกคู่โหดช่วยกันไสสกอร์เป็น 0-5 เมื่อเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ตัดบอลจากทางขวามาให้กาเบรียล เฆซุส ที่ได้คุมบอลกลางอากาศและยิงตุงตาข่าย ในนาทีที่ 58
อเกวโร่มุ่งมั่นทำแฮททริคแต่นายทวารโกเมซไม่ยอมอ่อนข้อให้ เซฟบอลของหอกอาร์เจนติน่าสองครั้งก่อนที่เขาจะถูกเปลี่ยนตัวในนาทีที่ 72 โดยได้รับการปรบมือจากทั้งแฟนซิตี้และวัตฟอร์ด
ซีซั่นนี้ แมนซิตี้รั้งที่สามบนตารางพรีเมียร์ ลีก และยึดตั๋วไปลุยแชมป์เปี้ยน ลีก โดยไม่ต้องเหนื่อยเล่นเพลย์ ออฟ ในขณะที่ลิเวอร์พูลเอาชนะมิดเดิลสโบรช์รั้งที่สี่ ได้เล่นแชมป์เปี้ยน ลีก รอบเพลย์ออฟ ส่วนอาร์เซน่อลครองอันดับห้า หมดสิทธิ์ลุยแชมป์เปี้ยน ลีก แต่ได้ไปเล่นในยูโรปา ลีก