quote feed-section sponsor-promos cf show linkedin dugout

รายงานการแข่งขัน | Season 2017/18

วีดีโอ แกลลอรี่

เอฟเวอร์ตัน 1
ซิตี้ 3

 CLINICAL: Leroy Sané fires City into a fourth-minute lead with a wonderful volley.

CLINICAL: Leroy Sané fires City into a fourth-minute lead with a wonderful volley.

พรีเมียร์ลีก กู้ดดิสัน พาร์ค Att:39221 31 มีนาคม 2561 16:30:00

เอฟเวอร์ตัน

1

โบลาซี่ 63'

1 - 3

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

3

ซาเน่ 4'

เฆซุส 12'

สเตอร์ลิ่ง 37'

กรรมการ
Paul Tierney

เอฟเวอร์ตัน:

  • พิคฟอร์ด
  • โคลมัน
  • คีน
  • แจ็คกีลก้า
  • เบนส์
  • รูนีย์ เดวิส 57’
  • วัลคอตต์
  • ชไนเดอร์แลง
  • โบลาซี่
  • คัลเบิร์ต-เลวิน แบนนิงแฮม 75’
  • โตซุน นิอาซซ่า 79’
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงเล่น
มาร์ติน่า, โรเบิลส์, ฟิวเนส โมรี่, วลาสิค

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ :

  • เอแดร์สัน
  • โอตาเมนดี้
  • วอล์คเกอร์
  • ลาปอร์กต์ ดานิโล่ 87’
  • กอมปานี
  • แฟร์นันดิญโญ่
  • เดอบรอยน์ กุนโดกัน 77’
  • ซิลบา
  • สเตอร์ลิ่ง แบร์นาโด 64’
  • ซาเน่
  • เฆซุส
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงเล่น
บราโว่, อดาราบิโอโย่, เอ็นเมช่า, ซินเชนโก้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เดินหน้าเข้าใกล้แชมป์ไปทุกขณะ หลังจากบุกไปถลุงเอฟเวอร์ตัน 3-1 จากลีรอย ซาเน่,กาเบรียล เฆซุส และราฮีม สเตอร์ลิ่ง

Pos ทีม P GD Pts
1 Manchester City 31 +67 84
2 Manchester United 31 +37 68
3 Liverpool 32 +40 66
4 Tottenham Hotspur 31 +36 64

เริ่มเกมในถิ่นกูดิสันพาร์ค ซิตี้ทีมเยือนมาในชุดสีเลือดหมู เริ่มมาเป็นซิตี้ที่ครองบอลบุกตามเคย และแล้วก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆรอนาน เพียงนาทีที่ 4 ลาปอร์กต์ จ่ายต่อให้กับซิลบา ครอสเข้าไปจากกราบซ้าย บอลตกหน้าเขตโทาไปเข้าทางซาเน่ อัดด้วยขวาเต็มๆ ตุงตาข่าย! ซิตี้ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 



ไม่จบแค่นั้น เพียงอีก 7 นาทีให้หลัง จากจังหวะเกือบเสียประตู ซิตี้โต้กลับอย่างรวดเร็ว เดอบรอยน์หลุดพาบอลกระชากขึ้นทางกราบขวา ก่อนหยอดใส่พานมาให้เฆวุส เทคตัวโหม่งเข้าไปตาข่ายสะเทือน ซิตี้หนีห่างเป็น 2-0 ตั้งแต่นาทีที่ 11 แฟนๆได้เห็นท่าฮัลโหลของเฆซุสกันสมใจ



ผ่านครึ่งชม.แรกของเกม ซิตี้ยังดาหน้าบุกอย่างเอาเป็นเอาตาย นาทีที่ 36 ดาวิด ซิลบา กระชากบอลขึ้นมาทางซ้าย ก่อนเปิดพุ่งเข้าเขตโทษไปตามสูตร ราฮีม สเตอร์ลิ่ง มาตามนัดชาร์จจ่อๆหน้าประตูเข้าไปเต็มๆ ซิตี้หนีไปเป็น 3-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ โดยซิตี้ครองบอลมากกว่า 82.3% มีโอกาสยิง 8 ครึ่ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง เป็นประตูทั้ง 3 ครั้ง 



เริ่มครึ่งเวลาหลัง 


ซิตี้ยังคงความไม่ปราณีแม้แต่นาทีเดียว นาที 55 ถึงตาปืนใหญ่แฟร์นันดิญโญ่ออกโรงบ้าง ตั้งป้อมอัดด้วยขวาหน้าเขตโทษ บอลส่ายไปชนกองหลังเอฟเวอร์ตัน แฉลบเปลี่ยนทาง แต่พิคฟอร์ดยังซุปเปอร์เซฟออกไปได้หวุดหวิด



จนมาในนาทีที่ 62 เอฟเวอร์ตันมาตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-3 จากจังหวะได้บอลหน้ากรอบเขตโทษของยานนิค โบลาซี่ ก่อนตัดสินใจยิงดื้อๆ บอลพุ่งไปชนเสาปลิ้นมือของเอแดร์สันเข้าประตูไป



จากนั้นซิตี้เริ่มผ่อนเกมลง ผลัดเปลี่ยนผู้เล่นลงมาดึงเชิง เอฟเวอร์ตันก็ครองเกมบุกได้บ้าง แต่ยังไม่พ้นกองหลังของแมนฯซิตี้ จบเกม 90 นาทีที่กูดิสันพาร์ค ซิตี้บุกมาเอาชนะเอฟเวอร์ตันไปได้ 3-1 เก็บเพิ่มเป็น 84 คะแนน หากนัดหน้ากลับไปเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ที่เอติฮัท สเตเดียม จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกทันที 

PREVIEW: Pep Guardiola addresses the media ahead of the game

เป๊ป กวาดิโอล่า กุนซือคนเก่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาแถลงก่อนเกมที่จะยกพลบุกรังท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน ว่าจะขาดกองหลังทีมชาติอังกฤษอย่าง "จอห์น สโตนส์"

เป๊ปย้ำเยือนท๊อฟฟี่ไม่ง่าย,สโตนส์เจ็บ,กุนสลัดเดี้ยง