ทีมชุดใหญ่

ไว้อาลัย ยอดตำนานสโมสร "โคลิน เบลล์"

ไว้อาลัย ยอดตำนานสโมสร "โคลิน เบลล์"
ทุกคนที่สโมสรรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง ที่ต้องประกาศว่าโคลิน เบลล์ หนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้จากไปแล้วในวัย 74 ปี

โคลินลงเล่นให้กับซิตี้ 492 นัด ตลอดระยะเวลา 13 ปี ที่อยู่กับสโมสรและยิงได้ทั้งหมด 152 ประตู

นอกจากนี้เขายังถูกทีมชาติอังกฤษเรียกไปใช้งานถึง 48 ครั้ง ซึ่งการลงสนามของเขาทั้งในสโมสรและในทีมชาติน่าจะสูงกว่านี้มาก หากเขาไม่ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าในช่วงปี 1975

คงมีเพียงไม่กี่คนที่จะโต้แย้งว่านอกจากตำนานในยุคปัจจุบันแล้ว เบลล์ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยมีมา

เบลล์เริ่มต้นอาชีพของเขากับบิวรี่ ที่ซึ่งความสามารถของแข้งวัยหนุ่มเปล่งประกายราวกับดาวจรัดแสงและในไม่ช้าเขาก็ได้รับตำแหน่งกัปตันทีม

เขายิงได้ 25 ประตูจาก 83 เกมให้กับ เดอะ เชคเกอร์์ และเป็นที่สนใจของสโมสรชั้นนำของฟุตบอลอังกฤษส่วนใหญ่

มัลคอล์ม อัลลิสัน โค้ชของซิตี้ต้องใช้เวลาเพื่อให้คณะกรรมการสโมสร ระดมเงิน 47,500 ปอนด์ ที่จำเป็นเพื่อไปขอซื้อเบลล์ ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าผู้จัดการทีมและแมวมองทั่วประเทศ เกี่ยวกับแข้งคนนี้ของบิวรี่


                        ไว้อาลัย ยอดตำนานสโมสร "โคลิน เบลล์"

บิ๊กมัลตอบคำถามในทุกแง่มุมกับความสามารถของเด็กวัย 20 ปี ด้วยอารมณ์ที่รำคาญว่า:“ เขาจ่ายบอลก็ไม่ได้” (เขาพูดเสียงดังพอที่คนที่นั่งใกล้ ๆ จะได้ยิน) “ เขาเข้าปะทะก็ไม่ได้ ลูกกลางอากาศก็ไม่ดี”

เลยไม่ทราบว่ามีใครโดนหลอกหรือไม่ แต่ในที่สุดซิตี้ก็ไปคว้าเจ้าตัวมาร่วมทีมจนได้

เขาสวมเสื้อหมายเลข 10 เขา เปิดตัวในเกมกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 1966 เบลล์แอสซิสต์และยิงหนึ่งประตูในเกมชนะ 2-1 เพื่อตอกย้ำเหตุผลที่ซิตี้ซื้อเขามาร่วมทีม

เขาลงเล่นในเกมที่เหลือทั้งหมด 11 เกม ในระหว่างที่ซิตี้ไม่แพ้ใครในการแข่งขัน แถมได้เลื่อนชั้นและคว้าแชมป์ดิวิชั่นสองด้วยผลการแข่งขันที่น่าทึ่ง

เบลล์เป็นคนที่เคยอยู่ในช่วงฤดูกาลแรกของเขาเต็มรูปแบบและเป็นผู้ทำประตูสูงสุดจากตำแหน่งกองกลาง ด้วยการยิงประตูเป็นโหลในขณะที่ซิตี้จบอันดับที่ 15 ในตารางปีดังกล่าว แต่นั่นเป็นเพียงออร์เดอร์ฟสำหรับในอีกหลายปีข้างหน้าเท่านั้น

แม้ว่าเขาจะเปลี่ยนหมายเลขเสื้อในช่วง 18 เดือนแรก แต่ในที่สุดเสื้อหมายเลข 8 ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเขา ที่พาแมนฯซิตี้ ไล่ล่าความสำเร็จเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอีกหลายคน

ฟรานซิส ลี เข้าร่วมสโมสรในช่วงฤดูกาล 1967/68 และสำหรับหลาย ๆ คน ถือว่าสิ่งนี้เป็นตัวแทนชิ้นสุดท้ายของจิ๊กซอว์ ระหว่างยุค เมอร์เซอร์ ถึงอัลลิสัน


                        ไว้อาลัย ยอดตำนานสโมสร "โคลิน เบลล์"

ซิตี้คว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 31 ปีโดยมีเบลล์เป็นกำลังสำคัญตลอดทั้งซีซั่น เขาอยู่ทุกที่ในสนามและทุกที่อย่างแท้จริง โดยแฟน ๆ ก็ชื่นชอบในความเป็นนักกีฬาที่น่าทึ่งของเขาและความแข็งแกร่งที่ไร้ขีดจำกัด ในผังผู้เล่นที่ดีที่สุดแห่งปี เขาเป็นตัวเลือกที่ง่ายสุดๆ สำหรับรางวัลผู้เล่นแห่งปีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 1967/68

เขาเป็นหัวใจของทีมและร่วมมือกับลี,ไมค์ ซัมเมอร์บี จนได้สร้างตำนาน 'Holy Trinity' ของผู้เล่นที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้สโมสรไปสู่ความยิ่งใหญ่

เบลล์ยังคว้าแชมป์กับทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกในปี 1968 ซึ่งเป็นครั้งแรกใบรอบ 48 ปี อีกทั้งยังเป็นบุคคลซึ่งเป็นสถิติของสโมสรหลายอย่าง เป็นเวลาหลายทศวรรษ

เขาไม่เคยทำประตูได้ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย และแทบไม่ได้พาดหัวข่าวว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับดาบิด ซิลบา ในวันนี้ด้วยซ้ำ แม้ว่าเขาจะมีความคล้ายคลึงกับสไตล์การเล่นของเควิน เดอบรอยน์  แต่เขาก็เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่เป็นคนเงียบ ๆ นอกสนามเช่นกัน ไม่เคยมองหาคำชมเชยหรือการรายงานข่าวใดๆ แม้ว่าเขาสมควรจะได้รับการยกย่องมากกว่านี้ก็ตาม

ในขณะที่ซัมเมอร์บี ลีและดอยล์ จะเป็นที่โปรดปรานของสื่อมวลชนและแฟน ๆ ส่วนเบลล์ก็มักจะเป็นคนที่พูดอย่างเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง เขินอายอยู่เสมอ โดยเขาเป็นอีกคนที่ใช้ฝีเท้าพูดแทนทุกอย่างในสนาม

เขาได้รับฉายาว่าเป็นดั่งม้าพยศ (และนักเต้นบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก) ว่า 'Nijinsky' และแฟน ๆ ชาวซิตี้ต่างพากันร้องว่าเขาคือ 'Colin the King' ซึ่งเป็นเพลงฮิตในยุคนั้นอย่าง 'Lily the Pink'

ในช่วงที่เขารุ่งเรืองกับแมนฯซิตี้ ยูไนเต็ดก็มีจอร์จ เบส แต่ด้วยความที่เป็นคนเงียบ ๆ ของเบลล์ ชื่อเสียงในวงกว้างอาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักเท่ากับเบสต์ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอิทธิพลของเบลล์ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้น แต่กลับค่อยๆที่จะจางหายไป ขณะที่สื่อมวลชนและผู้เชี่ยวชาญอ้างว่าการเซ็นสัญญาของร็อดนีย์ มาร์ช คือส่วนสำคัญทำให้ซิตี้ได้รับตำแหน่งแชมป์ลีกปี 1971/72 ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่สังเกตว่าโคลิน เบลล์ พลาดลงสนามไป 9 เกม เพราะอาการบาดเจ็บและซิตี้นั้น ชนะเพียงสี่นัดหลังจากนั้น


                        ไว้อาลัย ยอดตำนานสโมสร "โคลิน เบลล์"

เบลล์ภักดีต่อซิตี้อย่างน่าอัศจรรย์และไม่เคยมีการเรียกร้องว่าเขาอยากจะออกจากสโมสร ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทุกสโมสรชั้นนำในยุโรปต่างก็อยากครอบครองหมายเลข 8 ของเรือใบสีฟ้าคนนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ทีมซิตี้ในยุค 60 กลับอยู่ไกลห่างความสำเร็จไปเรื่อยๆ ซึ่งเบลล์ก็ยังคงเป็นตัวหลักของทีม เขาลงสนามทุกนัด และพลาดการลงสนามไปแค่ 3 เกม ในรอบ 3 ฤดูกาลเท่านั้น

จากนั้นเกมลีกคัพปี 1975 ที่ไม่น่าจดจำก็มาถึง กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งช่วงเวลาที่ฝังลึกอยู่ในใจของทุกคนที่ได้เห็นมัน เบลล์ถูกผู้เล่นของยูไนเต็ดอย่างมาร์ติน บูชาน เข้าสกัดอย่างรุนแรงที่เข่า ชนิดที่ว่าใครเห็น ก็ต่างคิดว่าเขาคงต้องแขวนสตั๊ดแล้วแน่ ๆ

เขากลับมาอีกครั้งในฤดูกาลนั้นและเป็นการสิ้นสุดความท้าทายที่ไม่น่าจดจำอีกครั้ง คราวนี้เป็นเรย์ เคนเนดี เมื่อซิตี้เอาชนะอาร์เซนอล 3-1 ที่เมนโร้ด การบาดเจ็บครั้งนั้นหลายคนเชื่อว่าสร้างความเสียหายพอ ๆ กับครั้งของบูชาน เขาถูกพักไปอีก 18 เดือน เพื่อทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อกลับมาฟิตอีกครั้ง

เขาต้องซุ่มรักษาตัวอย่างอดทน เพื่อที่จะเดินต่อในเส้นทางสายลูกหนัง เขาต้องฟิตร่างกาย ไปวิ่งรอบ ๆ สนามเมนโร้ดแทบจะทุกวัน เพื่อเรียกความคล่องตัวกลับคืนมา ก่อนที่เขาจะฟิตเต็มที่เพื่อเริ่มการซ้อมได้อีกครั้งในที่สุด

เขาพลาดการลงสนามไปทั้งฤดูกาล 1976/77 โดยทีมของโทนี่ บุ๊ค จบอันดับสองห่างกับลิเวอร์พูลด้วยคะแนนเดียว - มีไม่กี่คนที่คาดว่าโคลิน เบลล์ จะฟิตสมบูรณ์และกลับมาสู่เมนโร้ดได้ในฤดูกาลนั้น


                        ไว้อาลัย ยอดตำนานสโมสร "โคลิน เบลล์"

เขากลับมาอีกครั้งในเกมกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในช่วงครึ่งหลังของวันบ็อกซิ่งเดย์ปี 1977 และอาจได้รับการปรบมือที่น่าจดจำที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาที่เมนโร้ด ต่อหน้าแฟนบอลมากกว่า 45,000 คน ยืนสแตนดิ้งโอเวชั่น เพื่อแสดงความยินดีกับความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะอาการบาดเจ็บ และโชคชะตาที่ยากลำบากของเขา

การปรากฏตัวของเบลล์ในวันนั้นทำให้เพื่อนร่วมทีมของเขาและแฟนๆกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และซิตี้ยิง 4 ประตู เอาชนะไป 4-0

หลังจากนั้นเขาลงเล่นได้ไม่สม่ำเสมอ แต่ทุกคนเข้าใจได้ว่าอาการบาดเจ็บนั้นทำให้เขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รูปแบบการวิ่งที่ดูไม่ลื่นไหล ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดยามที่ลงสนาม

แต่กระนั้น ความกล้าหาญของเขาจะเป็นที่ชื่นชมของทุกคนในวงการฟุตบอลและที่ซิตี้เขาก็ได้รับความเคารพนับถืออย่างที่ไม่เคยมีผู้เล่นคนไหนได้รับมาก่อน

แม้ว่าในช่วงท้ายเขาจะตัดสินใจไปค้าแข้งที่สหรัฐอเมริกาต่อ แต่ก็เป็นช่วงสั้นๆเท่านั้นก่อนที่จะแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการต่อมา เขากลับมาที่ซิตี้และเป็นส่วนหนึ่งของทีมพัฒนาเยาวชน หลังจากนั้นเขาได้รับรางวัล MBE ในปี 2004 สำหรับบุคคลทรงคุณค่าทางฟุตบอล ซึ่งสโมสรก็ให้เกียรติเขาโดยทำการเปลี่ยนชื่อจาก City of Manchester Stand ว่า 'The Colin Bell Stand' ในปีเดียวกัน

เขาคือตำนานของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่แท้จริงในทุกแง่มุม



คำยกย่องจากเหล่าคนดังในวงการฟุตบอล

อดีตกัปตันและผู้จัดการทีม โทนี่ บุค

“ เขาเป็นคนที่พิเศษมากไม่ใช่แค่ในฐานะนักฟุตบอล แต่ในฐานะบุคคลคนหนึ่งด้วย เขาเป็นบุคคลระดับท๊อปเสมอและผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจากไปแล้ว"

“ เขาไม่สามารถถูกแทนที่ได้ เรามีช่วงเวลาที่ดีร่วมกันและผมจะคิดถึงเขามาก"

“ มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจและกระทบต่อจิตใจของผมมากๆเลย ให้ตายสิ"

ทูตสโมสร ไมค์ ซัมเมอร์บี

“ ผมเสียใจมากที่ได้ยินเรื่องการจากไปของโคลิน เขาเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมทีมและเป็นนักฟุตบอลที่น่าทึ่ง เขาเป็นมนุษย์ที่ยอดเยี่ยมและเป็นเพื่อนแท้ของผม

“ โคลินเป็นคนที่น่ารักและถ่อมตัว เขาเป็นดาวเด่นของแมนเชสเตอร์ซิตี้ แต่คุณคงไม่เคยรู้จัก

“ เมื่อผมนึกถึงเขา ผมคิดได้แต่สิ่งที่เรียกว่าคุณภาพ - คุณภาพที่แท้จริง เราไม่เคยถือตัวกันในทีมที่เราเล่นมาด้วยกัน ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขานั่นแหล่ะเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

“ ผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบ นักกีฬาที่สมบูรณ์แบบ คนที่สมบูรณ์แบบ ขอแสดงความเสียใจกับ Marie, Jon, Dawn และหลานที่ยอดเยี่ยมของเขา เราได้สูญเสียคนพิเศษไปในวันนี้

“ เขาเป็นคนเงียบ ๆ ถ่อมตัวและผมเชื่อเสมอว่าเขาไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นคนดีแค่ไหน เขาเป็นนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา

เควิน เดอบรอยน์ ทำให้ผมนึกถึงโคลินมากมายในวิธีการที่เขาเล่นและวิธีที่เขาเป็นในฐานะคน ๆ หนึ่ง

“ โคลินสนิทกับพวกเราทุกคนมากและโดยเฉพาะโทนี่ บุ๊ค - พวกเขาเคยไปเล่นเกมด้วยกัน และฉันได้พูดคุยกับโทนี่เพียงสั้น ๆ ในเย็นวันนี้ เพราะมันกระทบจิตใจเขาหนักมากเพราะเราอยู่ด้วยกันมาตลอด

“ แม้ว่าผมจะรู้ว่าเขาแย่มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ผมก็ไม่คาดคิดว่าจะเสียเขาไป - มันเป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่ง

“ เขาเป็นผู้ชายที่ดีมากและเมื่อคุณสนิทกับใครสักคน คุณไม่จำเป็นต้องเจอพวกเขาทุกวันหรือทุกสัปดาห์หรือแม้แต่ทุกเดือน - เรามีมิตรภาพและความผูกพันจากการเล่น การซ้อมและการทำงานร่วมกันหลาย ๆ คน ทุกปีจะเป็นอย่างนั้นเสมอ

“ เขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ ชาวซิตี้ เขาจะเป็นอีกหนึ่งคนที่คุณไม่เคยเห็นแฟน ๆ ชื่นชม ยกย่อง และเทิดทูนใครไปมากกว่านี้เลยล่ะ เชื่อผมสิ"

“ เขาพิเศษมากและเราเสียใจมากที่เสียเขาไป”

ฟรานซิส ลี

"สิ่งสำคัญคือเขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของทีมที่ประสบความสำเร็จของซิตี้ตั้งแต่ปลายยุค 60 เป็นต้นไป

"โชคไม่ดีที่เขาได้รับบาดเจ็บเพราะมันทำให้อาชีพการค้าแข้งของเขาหายไปสี่หรือห้าปี คุณมักจะคิดว่าประมาณ 28, 29 ถ้าคุณมีโอกาส คุณจะรู้ชีวิตของตัวเองทั้งหมด

“ เขามีความแข็งแกร่งอย่างมาก และเขาเป็นนักเตะที่ดีมากในทางเทคนิคและมีความสามารถในการทำประตู

“ เขาเป็นผู้เล่น 5 อันดับแรกของซิตี้ตลอดกาล - เฉพาะในช่วง 10, 15 ปีที่ผ่านมามีใครอีกบ้างที่สามารถคว้าเสื้อคลุมเกียรติยศนั้นได้”

โจ คอร์ริแกน

“ ในตอนนี้ฉันรู้สึกเสียใจกับครอบครัวของเขา

“ เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่เกิดขึ้นในชั่วอายุคน

“ ไม่มีคำไหนที่แทนความหมายของโคลินได้อย่างเทียบเทียมจริง ๆ

“ เขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและยอดเยี่ยมมาก และเขาเป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมควบคู่ไปกับการเป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม

“ เขาอาจจะเป็นนักกีฬาโอลิมปิกได้ถ้าเขาตั้งใจกับมัน ผมจำได้ว่าผมกำลังเหน็ดเหนื่อยกับการฝึกซ้อมที่วิทสเทนชอว์ ในการฝึกซ้อมของเรา แต่แล้วโคลิน ก็วิ่งผ่านผมไปราวกับว่ามันเป็นการเดินเล่นโดยไม่มีหยาดเหงื่อซักหยดสำหรับเขา

“ มันทำให้คุณรู้ว่าเขาเป็นนักกีฬาอย่างไรควบคู่ไปกับการเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

“ ไม่มีการยกย่องสรรเสริญใดจะสูงส่งพอ

“ โคลินก็เป็นผู้ชายที่น่ารักเช่นกัน เขาเงียบมากและถ่อมตัว ผู้เล่นทุกคนต่างก็ให้ความเคารพสูงสุดทั้งในฐานะผู้เล่นและบุคคล

“ เขาไม่เคยคุยโวเกี่ยวกับพรสวรรค์หรือความสามารถของเขา - เขาแค่ทำงานของเขาและงานของเขาคือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพเพื่อเล่นให้กับสโมสรที่เขารัก

“ ซึ่งนั่นมันแสดงให้คุณเห็นว่าเขาเป็นคนแบบไหนอีกครั้ง หลังจากได้รับบาดเจ็บที่น่ากลัวครั้งนั้นและด้วยการทำงานหนักทั้งหมด ที่เขาทุ่มเทมันร่วมกับนักกายภาพอย่างเฟรดดี้ กริฟฟิธ และรอย เบลีย์ เพื่อให้ตัวเองกลับมาในเกมคัมแบ็กกับนิวคาสเซิลในปี 1977

“ สิ่งที่เขาทำให้แฟนๆรู้สึกนั้น มันน่าทึ่งมากและมันแสดงให้เห็นว่าแฟน ๆ คิดอย่างไรกับเขา

“ ผมเคยคุยกับรอยก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเจ็บใหม่ๆ - เขาทำงานหนักมากกับเบลลี่และใช้เวลาหลายชั่วโมงกับเขา ซึ่งเขาคงคิดว่านั่นคือโลกของเขาด้วย

“ เราก็คงจะเห็นกันว่าคงมีผู้เล่นแค่ไม่กี่คน ที่มีสแตนด์เป็นชื่อของตัวเอง - คำพูดนั้นยากที่จะสรุปกับผู้ชายคนนี้ได้ เขาเป็นแค่เบลลี่ เพื่อนของเรา - แต่เขาเป็นคนที่ทุกคนยอมรับอย่างแท้จริง

"และการพูดในนามของสมาคมอดีตผู้เล่น ผมไม่สามารถตอกย้ำได้ว่าเราจะคิดถึงเขามากแค่ไหนและ เบลลี่ มีความหมายต่อทุกคนอย่างไร

“ และผมก็รู้ว่าผมจะพูดแทนเด็ก ๆ และอดีตผู้เล่นทุกคนได้ว่า มันเป็นการสูญเสียที่น่าเศร้าจริงๆและเราทุกคนคิดถึงมารีและครอบครัว

“ แต่ผลงานของเขาที่มีต่อเมืองและอังกฤษจะไม่มีวันลืม

“ ตอนที่เขาได้รับบาดเจ็บทั้งซิตี้และอังกฤษเป็นฝ่ายที่แย่กว่าสำหรับการขาดของเบลลี่ - เขาเป็นคนดีและสำคัญขนาดนั้น

“ เขาไม่สามารถถูกแทนที่ได้ - เขาเคยเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่สุดในรุ่น

“ เขาสามารถทำประตูได้ด้วยเท้าข้างไหนก็ได้ ด้วยหัวของเขาก็ได้ เขาสามารถป้องกันโจมตี เขาทำได้ทุกอย่าง…คุณจะไม่มีวันได้ผู้เล่นแบบนี้อีกคน อีกต่อไปแน่นอน

“ มันเป็นอะไรที่พิเศษที่ได้เล่นเคียงข้างเขาและเรียกเขาว่าเพื่อนของฉัน เขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับฉันเมื่อได้เข้ามาร่วมทีมครั้งแรกในปี 1967 และฉันจะไม่มีวันลืมเขาเลย”

ทอมมี่ บูธ

“ เมื่อตอนที่ผมอายุ 17 ปี เป็นครั้งแรกผมเป็นแฟนซิตี้ และที่นั่นผมได้เล่นกับโคลินและเด็ก ๆ รุ่นเดียวกัน อย่างไมค์ซัมเมอร์บี และฟรานซิส ลี - ผมถึงกับต้องหยิกตัวเอง พร้อมถามว่า นี่มันพิเศษอะไรขนาดนี้

“ ผมอายุน้อยที่สุดในทีมและ เบลลี่ ร่วมกับไมค์ ,ดอย, กลิน พาร์โด และอลัน โอคส์ ที่เคยดูแลผม และผมเริ่มเล่นกอล์ฟกับพวกเขา มันก็ยอดเยี่ยมมาก ช่างเป็นช่วงเวลาอันแสนวิเศษที่เรามี

“ เขาเป็นนักเตะและนักกีฬาที่ดีด้วย ตอนที่เราไปซ้อม โคลินเหลือเชื่อมาก เขาผ่านหมดทุกแบบทดสอบ

“ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร - 400 เมตร, 800 เมตร, หรือวิ่งระยะไกล 

“ เราเคยลงแข่งวิ่ง 200 เมตร และ 400 เมตร. กับ Derek Ibbotson อดีตนักกีฬาโอลิมปิกและผมได้แต่หายใจลดต้นคออยู่ข้างหลัง ในขณะเดียวกันเบลลี่ก็แซงเอา แซงเอา พร้อมกับหันมาถามว่า นายสบายดีมั้ยทอมมี่? 

“ โคลินก็เป็นเด็กที่ดีเหมือนกัน และเขาก็เป็นคนพิเศษเช่นกัน

“ เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราเคยมี และสำหรับฉันมันเป็นสิทธิพิเศษที่ได้เล่นเคียงข้างเขาและแบ่งปันในช่วงเวลาพิเศษมากมาย

“ และสำหรับอาการบาดเจ็บสาหัสในปี 1975 นั้น ผมคิดว่าพระเจ้ารู้ดี ว่าคนอย่างเขาจะไม่ยอมแพ้ เขาจะต้องทำอะไรต่อไปเพื่อให้บรรลุ

“ เขาเป็นผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบและจะไม่มีใครลืมสิ่งที่เขาทำเพื่อสโมสรของเรา

“Colin the King นี่คือคำที่พูดแทนทั้งหมด”

เข้าชมพันธมิตรของสโมสรทั้งหมด

Mancity.com

31?
loading