ทีมชุดใหญ่

รอสเลอร์: 'เออร์ลิ่งเคยบอกว่าซักวันเขาจะเป็นนักเตะแมนฯ ซิตี้'

โคลิน รอสเลอร์ เป็นเพื่อนร่วมทีมของเออร์ลิ่ง ฮาลันด์ในทีมเยาวชนทีมชาตินอร์เวย์รุ่น U-15

พวกเขาทั้งคู่เป็นแฟนซิตี้ และพ่อของพวกเขาทั้งคู่เคยเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้, และความสัมพันธ์พวกเขาก็สานต่อมาเรื่อย ๆ ในเยาวชนทีมชาตินอร์เวย์

ในรูปภาพด้านบน โคลินสวมเสื้อเบอร์ 6, เออร์ลิ่งเบอร์ 10

รอสเลอร์เล่นอยู่ในทีมเยาวชนของแมนฯ ซิตี้ในเวลานั้น โดยที่เขาใช้เวลาอยู่กับสโมสร 9 ปี, ในขณะที่พ่อของเขา อูเว่ รอสเลอร์ ก็เป็นนักเตะขวัญใจของแฟนบอลซิตี้เช่นเดียวกัน

แม้ว่ารอสเลอร์จูเนียร์จะไม่สามารถก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ซิตี้ได้, แต่เขารู้สึกขอบคุณกับสิ่งที่เขาได้รับการปลุกฝังจากแมนเชสเตอร์ - และหลังจากลงเล่นเป็นระยะเวลา 2 ปีกับสโมสรในลีกดัตช์อย่าง NAC เบรด้า, เขาก็ย้ายกลับไปค้าแข้งในนอร์เวย์กับสโมสรลีลล์สตอร์ม

เขามีชื่อติดเยาวชนทีมชาตินอร์เวย์ทุกชุด ตั้งแต่ U15-U21, ลงเล่นไปเกือบ 50 นัด - และเคยลงเล่นกับเยาวชนทีมชาติอังกฤษ U-16 ด้วยเช่นกัน 

อนึ่ง.. โคลินเกิดในประเทศเยอรมนี, และน้องชายของเขา 'โทนี่' เกิดในแมนเชสเตอร์, โดยที่คุณพ่อของเขา อูเว่ ตั้งชื่อลูกชายทั้ง 2 คนตามชื่อของตำนานซิตี้ อย่าง 'โคลิน เบลล์' และ 'โทนี่ บุค'

และนั่นเป็นสิ่งสามารถพูดได้ว่าเขามี 'เลือดสีฟ้า' ตั้งแต่เกิด!

"ครั้งแรกที่ผมเจอกับเออร์ลิ่ง คือตอนที่เราเล่นอยู่ในนอร์เวย์ U15" รอสเลอร์เผย

"เขาสูงและผอม, ไม่ได้มีร่างกายแข็งแรงเหมือนอย่างทุกวันนี้ - แต่ในทันทีทันใด คุณสามารถเห็นได้เลยว่าเขามีบางอย่างที่พิเศษ "

"ตอนนั้นเรามีเกมที่ต้องเล่นกับสวีเดน 2 เกมติดกัน, และในเกมที่ 2 เขาพูดตอนพักครึ่งว่าผู้รักษาประตูสวีเดนชอบยืนห่างจากปากประตู, และตอนที่เขี่ยเริ่มเกม เขายิงบอลจากเส้นครึ่งสนาม ข้ามหัวผู้รักษาประตูเข้าประตูไป"

“ผมได้เห็นความสามารถของเขาในการฝึกซ้อมแล้ว แต่นั่นเป็นตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ของความสามารถของเขา

“สำหรับผม ความสามารารถที่ดีที่สุดของเขาคือความคิดและความเชื่อมั่นในตัวเอง ตอนนั้นมันยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่ตั้งแต่เด็กมาแล้ว เขาเชื่อว่าเขาจะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก แม้ว่าจะมีหลายคนไม่เชื่อ – แต่เขาไม่เคยหยุดเชื่อว่าเขาจะไปถึงจุดนั้น และเขาก็ทำเสร็จแล้ว”

ด้วยความที่พ่อของเขาทั้งคู่คืออดีตนักเตะของซิตี้ ทำให้ทั้งสองคนกลายเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็ว

"ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก, เรื่องแรก ๆ ที่เราพูดคุยกันคือเรื่องของซิตี้" รอสเลอร์กล่าว

"แน่นอนว่าเราทั้งคู่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับสโมสร เพราะพ่อของเราเล่นให้สโมสร, แม้ว่าระยะเวลาจะต่างกัน - และบวกกับเราทั้งคู่เป็นแฟนบอลของซิตี้มาตั้งแต่ยังเด็ก"

"เขาเป็นสีฟ้ามาตลอด และมันเป็นความฝันของเขา ว่าซักวันหนึ่งจะเล่นให้ซิตี้"

"เขาเคยมาแมนเชสเตอร์เพื่อชมเกมแชมป์เปี้ยนส์ลีกของซิตี้, แต่ก่อนหน้านั้น เขาก็ได้มาดูเกมยูฟ่า ยูธ ลีก ที่ผมเล่นที่อะคาเดมี่ สเตเดี้ยมด้วย"

"เขานั่งใกล้กลับแม่ของผม และพ่อของเขาอัลฟี่อยู่ที่นั่นด้วย และตอนที่เขากำลังดูเกมอยู่ เขาพูดว่า 'ผมอยากจะมาเล่นให้กับสโมสรนี้'

"เขามีความมุ่งมั่น และฝันว่าซักวันจะเล่นให้ซิตี้ และตามรอยเท้าของพ่อของเขา"

"เขาติดตามซิตี้มาอย่างใกล้ชิด และรับรู้ถึงช่วงเวลาที่พ่อของผมเล่นกับสโมสร และแน่นอนว่าพ่อของเขาเองก็เช่นกัน แต่เขารู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์มากมาย และรู้ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นอย่างไร"

รอสเลอร์ยังเล่าย้อนถึงช่วงเวลาที่เออร์ลิ่ง ได้ปะทะกับว่าที่เพื่อนร่วมทีมของเขาในนามทีมชาติ... 

"ตอนนั้นเราเล่นในยูโร U-17 และพบกับทีมอังกฤษที่มีฟิล โฟเด้นอยู่ในทีมด้วย"

"นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้ลงเล่นพบกับนักเตะซิตี้, และเมื่อคุณเป็น 2 ดาวรุ่งที่ดีที่สุดในโลก คุณจะไม่ลืมกันและกันอย่างแน่นอน"

การลงเล่นอยู่คนละประเทศ ทำให้โคลิน และเออร์ลิ่งไม่ได้พบกันมาเป็นระยะเวลาซักพักแล้ว, แต่พวกเขายังคงติดต่อกัน และเขากล่าวว่าตั้งหน้าตั้งตารอที่จะเห็นเออร์ลิ่งลงเล่นภายใต้เสื้อสีฟ้า

"เราสื่อสารกันในอินสตาแกรม, และเรามีเพื่อนที่รู้จักกันหลายคน, แต่เราไม่ได้เจอกันบ่อยมากในช่วงหลัง ๆ, แต่เมื่อเราได้เจอกันอีกครั้งเราก็จะเข้ากันได้ดี"

 "เออร์ลิ่งรู้ดีว่าเขามาจากไหน และเขายังตคงมีเพื่อนมากมายในเมือง Byrne ที่เขาเติบโตมา และผมรู้ว่าเขาติดต่อกับเพื่อนหลายคนที่นั่นอยู่ตลอดเวลา"

SHOP THE HAALAND RANGE

"ผมคิดว่าเขาจะต้องประสบความสำเร็จ กับนักเตะอย่างเดอ บรอยน์, มาห์เรซ และโฟเด้น ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขา เพราะเขาจะได้รับการสนับสนุนแบบที่เขาต้องการ และอาจจะไม่เคยมีแบบนี้มาก่อนด้วยซ้ำก่อนหน้านี้ - ในระดับนั้น"

“มันเป็นอีกระดับหนึ่ง และเขาอยู่กับผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกในตอนนี้ แต่ผมคิดว่ามันต้องใช้เวลาในการปรับตัว และผู้คนจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ เพราะเขาอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น”

“สโมสรที่เขาเคยอยู่นั้นเล่นฟุตบอลคนละสไตล์ แต่ที่ซิตี้จะเป็นการครองบอลเป็นส่วนใหญ่ และมันจะมีพื้นที่น้อยมากให้เขาเล่น - ซึ่งการเล่นกับพื้นที่ว่างเป็นสิ่งที่เขามีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นเขาจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัว

“แต่เมื่อคุณดูซิตี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และดูไปที่จำนวนบอลที่จ่ายเข้ามาในกรอบและไม่ถูกเปลี่ยนเป็นประตู เพราะไม่มีกองหน้าที่เก่งกาจ  นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าเขาจะเป็นเหมือนกับสัตว์ประหลาดในกรอบเขตโทษ ที่พร้อมจะทำประตูในทุกรูปแบบ”

การย้ายทีมของเออร์ลิ่งจะทำให้นอร์เวย์เป็นสีฟ้า – หรือจะเป็นสีแดงของลิเวอร์พูลและแมนฯ ยูไนเต็ด?

"ต่อไปนี้แฟน ๆ จากนอร์เวยก์ก็จะเยอะมากขึ้น - ซึ่งมันก็เยอะอยู่แล้ว, แต่จะมีแฟนพันธุ์แท้ที่สนับสนุนซิตี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ"

"เมื่อเร็ว ๆ นี้มีโรงเรียนฟุตบอลในลีลล์สตอร์มที่เด็ก ๆ ทุกคนสวมเสื้อซิตี้ กรีนชื่อฮาลันด์ที่หลัง, ดังนั้นเขาจะมีแฟนคลับตัวน้อยเยอะมากที่นี่ และทั่วสแกดิเนเวีย, ที่ต้องการเลียนแบบเขา"

ไม่แน่ว่าโคลินและเออร์ลิ่งอาจโคจรมาพบกันอีกครั้งในเวทีแชมป์เปี้ยนส์ลีกเร็ว ๆ นี้ - ลีลล์สตอร์มอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของลีก Eliteserien นอร์เวย์ - ลีกสูงสุดของนอร์เวย์ - ซึ่งพวกเขาไม่ได้เป็นแชมป์มา 33 ปีแล้ว

เป็นระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษมาแล้วที่พวกเขาไม่ได้ลงเล่นในเวที UCL, ดังนั้น ตอนนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีอย่างมากกับทีมชุดนี้ ที่จะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง

"เราเล่นไป 10 เกม ผ่านมา 1 ใน 3 ของฤดูกาล และเราเป็นจ่าฝูงอยู่ตอนนี้ - ยังไม่แพ้ใคร, ดังนั้นมันดูมีโอกาสมาก ๆ, แต่มันก็ยังอีกยาวไกล" รอสเลอร์เผย

"มันเป็นเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับทุกคน เพราะเรามีช่วงเวลาที่ยากลำบาก ที่ตกชั้นในปี 2019, แต่เรากลับขึ้นมา และจบอันดับที่ 4 ได้ในฤดูกาลที่แล้ว และตอนนี้เราเป็นจ่าฝูง ดังนั้นมันน่าตื่นเต้นมากสำหรับทุกคนที่สโมสร และเราก็ต้องไปทีละก้าว"

เข้าชมพันธมิตรของสโมสรทั้งหมด

Mancity.com

31?
loading