ทีมชุดใหญ่

FAN FRIDAY: สันติ อุไรสกุล ซิตี้ไทยผู้เคยโชว์ฝีเท้าในเอติฮัด

FAN FRIDAY: สันติ อุไรสกุล ซิตี้ไทยผู้เคยโชว์ฝีเท้าในเอติฮัด
กลับมาพบกับ "Fan Friday" กันอีกเช่นเคยนะครับ คอลัมน์ที่จะนำเรื่องราวอันน่าสนใจของเหล่าแฟน ๆ เรือใบสีฟ้าชาวไทย มาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักกัน วันนี้สุดพิเศษกับ "คุณปลั๊ก" สันติ อุไรสกุล ซิติเซ่นส์ชาวไทยผู้เคยลงไปสัมผัสฟลอร์หญ้า ณ เอติฮัด สเตเดี้ยม

แน่นอนว่าทุกครั้ง คำถามคลาสสิคที่จะต้องใช้เพื่อเปิดบทสนทนา เรามักเริ่มต้นด้วยการถามถึงจุดเริ่มการเชียร์ทัพเรือใบสีฟ้า คุณปลั๊กบอกว่าเริ่มมาจากการเล่นเกม FM หรือ Football Manager เกมจำลองการเป็นผู้จัดการทีมที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี 

DOWNLOAD แมนฯ ซิตี้ แอพพลิเคชั่น

"ผมเริ่มมารู้จักซิตี้ช่วงประมาณ 10 ขวบ ในช่วงยุคที่เพื่อน ๆ เลือกทีมเล่นกันแต่แมนฯยู , ลิเวอร์พูล ,เชลซี ฯลฯ เราซึ่งอยากแตกต่างก็เลยมาเลือกซิตี้ จากนั้นมันก็เริ่มได้รู้จักนักเตะแต่ละคนมากยิ่งขึ้น ในยุคของ แกเร็ธ แบร์รี่ , โรเก้ ซานตา ครูส , ริชาร์ด ดันน์ , ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ เป็นต้น "

"สิ่งที่ผมรู้สึกประทับใจที่ได้คุมทีมซิตี้จากในยุคที่ยังไม่มีสตาร์ดังในทีม แล้วเราเป็นคนซื้อนักเตะเหล่านั้นเข้ามา จนเวลาผ่านไปในโลกของความเป็นจริง นักเตะเหล่าก็ตบเท้ากันย้ายมาที่ซิตี้จริง ๆ มันเลยเหมือนทีมในฝันมาก ๆ"

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในวันนั้น ไม่มีใครรู้ว่าอีกประมาณ 8 ปีต่อมา ตัวเขาเองจะได้รับประสบการณ์ที่ล้ำค่าและโชคดีที่สุดในชีวิต คุณปลั๊กเริ่มเล่าถึงเรื่องราวทริปเยือนเอติฮัท ที่ทุกฉากทุกตอน เขาเองจะจดจำไปตลอดกาล

ผมรักทีมอื่นไม่ได้อีกแล้ว... 

"ช่วงนั้นประมาณปลายเดือนเมษายน มีอีเมลล์ส่งมาจากคุณ Lee Kenny อะไรซักอย่าง บอกว่าผมเป็นผู้โชคดีได้ไปร่วมทริปและชมแมตซ์กับไบรท์ตันที่สโมสร ตอนนั้นยังสับสนอยู่ว่ามันจริงหรือเปล่า แต่พอได้ส่งอีเมลล์ถามไถ่อะไรกลับไป ก็ปรากฏว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของสโมสรจริง ๆ"

"ตามโปรแกรมที่ผมจะได้ไป คือช่วงต้นพฤษภาคมนั้นเลย มันแค่อีก 1-2 สัปดาห์หลังจากได้รับอีเมลล์ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของเอกสารเดินทางมันเยอะแยะมาก ผมก็เผื่อใจไว้แล้วว่าอาจจะไม่ทัน แต่แล้วความประทับใจแรกก็เกิดขึ้น คือสโมสรจัดการเคลียร์ทุกอย่างให้ภายในสัปดาห์เดียวเท่านั้น และผมได้ไปอังกฤษทันที"

"เซอร์ไพรซ์แรก วินาทีที่ลงจากเครื่องบิน คือ...โอ้โห สโมสรเอารถบัสที่รับนักเตะ มารับพวกเรา ที่เป็นแฟนคลับแกงค์ร่วมทริปจากประเทศอื่น ๆ ผมขนลุกมาก ๆ ได้เห็นบนรถทั้งหมดว่ามันเจ๋งแค่ไหน คือผมไม่คิดเลย ความจริงแค่พามาถึงนี่ จุดสูงสุดของผมคือไปถ่ายรูปกับโลโก้ที่สนามก็คือสุดยอดแล้ว แต่นี่มันเกินคาดไปแล้วตั้งแต่วินาทีแรก"

"ตามโปรแกรมก็คือวันแรกผมได้ไปทัวร์สนาม ได้ไปเยี่ยมชมห้องแต่งตัว ห้องทำงานต่าง ๆ ในสเตเดียม จากนั้นวันที่สอง ก็คือแมตซ์เดย์ แมนฯซิตี้ vs ไบรท์ตัน บรรยากาศทุกอย่างคือมันที่สุดจริง ๆ มันไม่สามารถบรรยายให้คนที่ไม่ได้มาเห็นกับตารู้สึกได้ ทุกคนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันหมดทั้งสนาม และสิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือผมโชคดีที่วันนั้น ดันตรงกับแมตซ์อำลาสนามของยาย่า ตูเร่ อีกด้วย"





"จนมาในวันที่สาม ตามโปรแกรมก็คือบอกว่าเป็นสเตเดียมทัวร์อีกครั้ง เราก็เอะใจเล็ก ๆ ว่าวันแรกทัวร์ไปแล้ว วันนี้ต้องมาอีกหรออะไรแบบนั้น แต่ใครจะไปคิดครับ ว่าวันนี้คือวันที่พีคที่สุด!"

"จากช่วงเช้า กลุ่มของพวกผมได้ทัวร์อะคาเดมีของซิตี้ ได้ไปเรียนรู้กระบวนการฝึกเด็กตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย ยันระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ"



"ถัดมาเขาก็ให้พวกเรากลับเข้าไปในห้องแต่งตัวนักเตะอีกครั้ง ผมก็งงว่าจะพามาทำไมอีก แต่พอเดินเข้าไป ก็เริ่มเห็นว่าเสื้อที่แขวนอยู่ตรงบล็อคนักเตะ มันดูแปลกตาไปนะ..." 

"ใช่แล้วครับ สโมสรทำเสื้อให้กับแฟนบอลทุกคน! แล้วนำไปแขวนไว้ตามเบอร์กับชื่อที่เราเคยกรอกไปในอีเมลล์ เขาถามเราในนั้นหมดเลยว่า คุณเคยเล่นฟุตบอลไหม? คุณเล่นตำแหน่งอะไร? ชอบใครเป็นพิเศษ? คือในห้องแต่งตัวนั้นเขาเตรียมให้เราครบเซตเพลย์เยอร์เลยไม่ใช่แค่เสื้อ สำหรับลงไปเตะในสนาม" 

"แล้วสิ่งที่ยิ่งกว่าฝันก็เกิดขึ้น สโมสรเชิญพอล ดิกคอฟ อดีตตำนานผู้พาซิตี้เลื่อนชั้นมานำทีมลงสู่สนาม วันนั้นเขาให้เราลงไปแบ่งทีมเตะกันกับทีมแฟนคลับที่เดินทางไปเยี่ยมชมสนามด้วยกัน ใครจะไปคิดว่าจากแฟนบอลจากเมืองไทยตัวเล็ก ๆ จะได้ลงไปเหยียบพื้นหญ้า ณ เอติฮัด สเตเดียม จริงๆ มันเหมือนฝันสุดๆ"







ในขณะที่เรากำลังสัมภาษณ์ สิ่งที่คุณปลั๊กชอบพูดพลางเล่าเหตุการณ์ไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้น คือ "นี่เราเป็นใคร? เหมือนผมเป็นแค่แฟนบอลตัวเล็ก ๆ จากคนละขั้วโลก ทำไมถึงถูกดูแลดีขนาดนี้ สโมสรทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนดัง เป็นผู้มีชื่อเสียงแบบที่สุดตลอดทั้งทริป"

"ผมได้ลงไปวาดลวดลายในสนามพร้อมเก็บภาพบรรยากาศไว้ทั้งหมด หลังจากนั้นก็กลับมาเข้าห้องแต่งตัวอีกครั้ง ก็ยังเซอร์ไพรซ์ไม่หมด! เราได้เจอกับฟาเบียน เดลฟ์ , บราฮิม ดิอาซ และซินเชนโก้ ที่ต้องบอกเลยว่าวินาทีแรกที่ผมเห็น ผมคิดว่าแกคือเดอ บรอยน์ จริงๆ เหมือนกันมาก ๆ เหมือนที่แฟนคลับชอบแซวว่าเป็นฝาแฝดกันเลย"



"ตลอดทั้งทริป สโมสรดูแลเราในระดับสุดพรีเมี่ยม จนพนักงานที่โรงแรมเอ่ยปากถามผมว่า นี่พวกคุณเป็นคนระดับไหนกันหรือ? สโมสรซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไปจนถึงโรงแรม ที่พัก อาหาร เป็นประสบการณ์ที่ผมจะไม่ลืมเลย ผมเสียดายเล็ก ๆ ที่ผมไปทริปทั้งหมด 4 วัน แต่วันที่ 5 ดันเป็นวันที่ในเมืองเริ่มตั้งขบวนแห่ฉลองแชมป์กันแล้ว"

"เซอร์ไพรซ์มันยังไม่จบนะครับ ผมกลับมาถึงประเทศไทย ยังไม่วาย ได้ข่าวว่าสโมสรจะนำถ้วยพรีเมียร์ลีกและนักเตะมาที่ไทยอีก ซึ่งก็มาจริงๆ ในปีที่บราฮิม ดิอาซ กับลาปอร์กต์ เคยมาเซอร์ไพรซ์แฟน ๆ ชาวไทย" 



เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับแฟนบอลชาวไทยผู้นี้ นำมาซึ่งประโยคสุดพิเศษที่คุณปลั๊กทิ้งท้ายไว้กับเราว่า "สิ่งที่ผมได้เจอมาทั้งหมดนี้ ทำไมผมถึงจะไม่ตกหลุมรักแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ล่ะครับ จะไม่รักได้ยังไง ผมรู้สึกเหมือนชีวิตนี้ผมคงเกิดมาเพื่อเป็นแฟนซิตี้จริงๆ ไม่สามารถรักทีมไหนได้อีกแล้ว"



เราเชื่อว่าประสบการณ์แบบนี้ แฟน ๆ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประเทศไทยคงรู้ดียิ่งกว่าใคร ยิ่งไปกว่านั้น เราคิดว่าไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หากได้มีโอกาสแบบนี้ ก็คงประทับใจแบบสุด ๆ ในชีวิตเช่นกัน และนี่ก็คือเรื่องราวอันสุดพิเศษในชีวิตของ คุณปลั๊ก สันติ อุไรสกุล ที่มาถ่ายทอดให้แฟน ๆ ทุกท่านได้ติดตามกัน เราเชื่อว่าเหตุผลในการเชียร์ซิตี้ของพวกคุณ คงมีความประทับใจที่แตกต่างกันออกไป สัปดาห์หน้ามาติดตามกันว่า เราจะไปเจาะลึกสตอรี่ของซิตี้เซ่นส์ชาวไทยคนไหนกันต่อ กับ Fan Friday! 

เข้าชมพันธมิตรของสโมสรทั้งหมด

Mancity.com

31?
loading