แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยคว้าแฮตทริกแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่แล้ว และยังสามารถรักษาถ้วยแชมป์ทั้ง 3 ใบไว้ได้ในฤดูกาลนี้

ชัยชนะในบ้านเหนือแอสตัน วิลล่า 3-2 ทำให้ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่ายังคงรักษาตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกไว้ได้ อีกสมัย นอกจากนี้ยังเป็นฤดูกาลที่น่าจดจำสำหรับทีม EDS และทีม U-18

แชมป์ลีกแชมป์แรกของฤดูกาลนี้ เป็นของทีม EDS ภายใต้การคุมทีมของไบรอัน แบร์รี่-เมอร์ฟี่, พวกเขาป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ของเราเอาไว้ได้อีกสมัย

SHOP OUR PREMIER LEAGUE CHAMPIONS RANGE

ทีม U-23 (EDS) ทำผลงานได้โดดเด่นคลอดทั้งฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ที่ทำสถิติไม่แพ้ใครนับตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายนเป็นต้นมา

และเราคว้าแชมป์ต่อหน้าแฟน ๆ 21,000 คนที่สนามเอลแลนด์ โร้ด ของลีดส์ ยูไนเต็ด โดยในเกมนั้นเราเอาชนะ 3-1 - และจบฤดูกาลด้วยการมีแต้มนำห่างอันดับ 2 อย่างเวสต์ แฮม 6 แต้ม

จากนั้นทีมซิตี้ U-18 ของเบน วิลกินสัน ก็ทำผลงานได้ไม่น้อยหน้ารุ่นพี่, โดยพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก นอร์ทไปได้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา, โดยมีคะแนนทิ้งห่างลิเวอร์พูลถึง 10 คะแนน และยังไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก U-18 ระดับชาติได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ชัยชนะเหนือเซาแธมป์ตัน 2-1 ต่อหน้าฝูงชนกว่า 13,000 คน, ทำให้ฤดูกาลนี้เป็นอีกฤดูกาลที่ดีของทีมชุด U-18 ของเรา, โดยที่นักเตะจากทีมชุดนั้นส่วนใหญ่ก็เพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก U-17 ได้เมื่อต้นเดือนเมษายน, ในขณะที่ทีม U-16 ก็คว้าแชมป์ลีกของพวกเขาได้เช่นกัน

ซัลโวถ้วยแชมป์: Nico O'Reilly (U17 PL Cup), Rico Lewis (U18 PL National  title), Fernandinho (Premier League trophy), Shea Charles (PL2 title) and Lakyle Samuel (U16 PL title)
ซัลโวถ้วยแชมป์: Nico O'Reilly (U17 PL Cup), Rico Lewis (U18 PL National title), Fernandinho (Premier League trophy), Shea Charles (PL2 title) and Lakyle Samuel (U16 PL title)

เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าจดจำของซิตี้, โดยเฉพาะทีมชุดใหญ่ ที่เราสามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองได้เป็นสมัยที่ 4 ในรอบ 5 ปี และยังเป็นแชมป์ใบที่ 11 ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่เอติฮัด สเตเดี้ยม

หมายความว่าเรากลายเป็นสโมสรแรกที่สามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ลีกรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี (ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับชาติ) พรีเมียร์ลีก 2, และพรีเมียร์ลีกไว้ได้สำเร็จ

ขอแสดงความยินดีกับเป๊ป, ไบรอัน, เบ็น และทีมงานเบื้องหลังทั้งหมดกับความสำเร็จครั้งสำคัญอีกครั้ง