ซิตี้ รั้งอยู่ในอันดับที่ 2 ของตารางพรีเมียร์ลีก, ก่อนจะออกไปเยือนไบร์ทตัน ทีมอันดับ 4 ในคืนวันเสาร์นี้เวลา 23:30 น.
ประตูของ ไคล์ วอล์คเกอร์ เมื่อกลางสัปดาห์ในเกมคลับ บรูซ ส่งผลให้ตอนนี้ซิตี้มีนักเตะที่ทำประตูได้ 15 คน รวมทุกรายการ, มากกว่าทุกทีมในอังกฤษ
จากการแถลงข่าวก่อนเกม, กวาดิโอล่าเปิดเผยว่าปัจจัยหลักของความสำเร็จนั้นมาจากการทำงานร่วมกันเป็นทีม และมาจากการที่ทุกคนมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
“เราทำมัน ไม่ใช่ ผมทำมัน, ผมคือส่วนหนึ่งของทั้งองค์กร คุณไม่สามารถจิตนาการณ์ได้เลยว่า ผมได้รับการสนับสนุนจากองค์กร อย่างไม่มีข้อแม้”
“แน่นอน นักเตะคือปัจจัยหลัก แต่เรายังมีทีมสตาฟฟ์, ความสำเร็จทั้งหมดนั้น เป็นเพราะว่า เรา ทำ มัน”
“ผู้คนคิดว่าผมมีหน้าที่รับผิดชอบเพียงคนเดียว - อิทธิพลที่ผมมีต่อทีมนั้นน้อยมาก ๆ ซึ่งนี่คือความจริง”

“ในสังคมทุกวันนี้ คุณต้องการจะชี้ไปที่คนคนหนึ่ง, คนคนนี้, มันยากมากที่จะเข้าใจ ว่าทุกคนนั้นมีส่วนร่วมกันหมด”
“ผมไม่เคยรู้สึกว่า ผมชนะ ไม่เคยเลย เราคือทีม ผมเก่งเพราะว่าผมมีเพื่อนร่วมงาน, สตาฟฟ์หลังบ้านช่วยผม, และผมก็พยายามช่วยเขาให้เก่งขึ้นเช่นเดียวกัน นี่คือความลับในงานนี้”
“ใช่ เราจำเป็นต้องมีอีโก้ เพื่อให้เก่งขึ้น พัฒนาขึ้น แต่สำหรับผู้คนที่มีอีโก้และคิดถึงแต่ตัวเองนั้น ผมไม่ชอบทำงานกับคนแบบนี้”
กวาดิโอล่ายังได้เปิดเผยถึงสภาพความพร้อมของทีม
อิลคาย กุนโดกันกลับมาอยู่ในทีมในเกมที่เราบุกไปเอาชนะคลับบรูซเมื่อกลางสัปดาห์, ในขณะที่ซินเชนโก้กลับมามีชื่อในม้านั่งสำรองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม
“ทีมอยู่ในสภาพที่ดีมาก” กวาดิโอล่าเผย

บอสใหญ่ซิตี้ยังได้ตอบคำถามเกี่ยวกับสตีฟ บรูซ, ผู้จัดการทีมผู้ซึ่งแยกทางกับนิวคาสเซิ่ลไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
“เขาคือสุภาพบุรุษ, เขาดูแลผมอย่างดีเสมอตั้งแต่มาจากคาตาลัน ผมขออวยพรให้เขาโชคดี”
“ผู้จัดการทีมนั้นพยายามทำให้ดีที่สุดเสมอ บางครั้งคุณแพ้ บางครั้งชนะ “
“ไม่มีใครสมควรที่จะได้รับการปฏิบัติแบบนั้น”
“ครอบครัวของเขา เพื่อน, คนที่นิวคาสเซิ่ล, บอร์ด, นักเตะ รู้ดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร”
“ผมหวังว่าเขาจะสบายดี และจะกลับมาเร็ว ๆ นี้เมื่อมีโอกาส เขามีฟุตบอลอยู่ในสายเลือด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผมจะได้เจอกับเขาเร็ว ๆ นี้”